‘จิราพร’ แฉต่อเหมืองทองอัคราภาค 2 ซัด ‘บิ๊กตู่’ ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ บ.คิงส์เกตขี่คอ แลกไม่โดนฟ้อง ทำประเทศเสียหายหลายพันล้าน ถามถ้าไม่เกี่ยวกับการประนีประนอมจะไปเจรจาเพื่ออะไร เตรียมยื่น ป.ป.ช.เอาผิด มั่นใจทำ ‘ประยุทธ์’ ย้ายบ้านหลวงไปอยู่เรือนจำได้
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวน 11 คน เป็นวันที่สาม ซึ่งเป็นการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘เต้’ อุ้มพระ ขอบิณฑบาต ไล่ประยุทธ์ลาออก ปลดปล่อยประเทศ ซัดอยู่ไปก็ไม่มีไรดีขึ้น
- ‘ขจิตร’ ลุกขอกลางสภา ไอ้ธรรมนัสน้องรัก ทำมือส.ส.ให้ศักดิ์สิทธิ์ ยกเอาประยุทธ์ออกไปที
- ‘สมคิด’ รับถึงบางอ้อ ทำไม ‘แรมโบ้’ ป้อง ‘บิ๊กตู่’ สุดชีวิต เพราะใช้เส้น ดันลูกๆให้เป็นตร.
- ส.ส.เพื่อชาติ ยก 8 เหตุผล ขอสภากดปุ่ม ไม่ไว้ใจประยุทธ์ คืนความสุขให้คนทั่วประเทศ
- ‘อมรัตน์’ รุดหน้าบังลังก์ หลังอภิปรายจบ ให้กระจก ‘ประยุทธ์’ ไว้ส่องตัวเอง ด่าไรใครไว้
- ซัดกันนัว! ‘ประยุทธ์’ ลุกกล่าวหา ‘อมรัตน์’ ก้าวล่วงสถาบันฯ เจอสวนกลับ ปากพล่อย
จากนั้น เวลา 12.55 น. น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าในคดีเหมืองทองอัคราตามข้อกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดินใช้มาตรา 44 และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ออกคำสั่งระงับเหมืองแร่ทองคำจนผิดพลาดเสียหาย และยังมีพฤติการณ์จงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีพฤติกรรมเบี่ยงบังงบประมาณแผ่นดินและผืนแผ่นดินของประเทศไปแลกเปลี่ยนกับบริษัทเอกชนต่างชาติ เพื่อให้ตนเองพ้นผิดทางกฎหมาย เข้าข่ายความผิดตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และกฎหมายการขัดกันต่อผลประโยชน์ทางตรงและทางอ้อม ทางการที่ พล.อ.ประยุทธ์ออกคำสั่งที่ 72/2559 ถือเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และมาตรฐานทางจริยธรรม
น.ส.จิราพรกล่าวต่อว่า ตนจะใช้เอกสารลับด่วนที่สุดที่ได้นำมาอภิปรายเป็นตัวตั้งต้นในการดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเอกสารลับนี้ถูกร่างขึ้นโดยอัยการสูงสุด (อสส.) ความยาว 5 หน้ากระดาษเอสี่ โดยข้อความในเอกสารได้ถูกนำส่งไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรีในครั้งนั้น เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ไทยถูกฟ้องร้องจากการใช้มาตรา 44 ซึ่ง อสส.มีหน้าที่ต้องให้ความเห็น และว่าความให้กับรัฐบาลในฐานะทนายแผ่นดิน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับฟังความเห็น ซึ่งในเอกสารเป็นแนวทางในการแก้ข้อพิพาทที่ถูกบริษัทคิงส์เกต คอนโซลิเดทเต็ด ลิมิเต็ด ฟ้อง โดยในเอกสารมีเนื้อหาบางตอนที่ระบุว่าการทำเหมืองแร่อัครายังไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน และการตรวจสอบสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ระดับโลหะหนักและสารเคมีที่ใช้จากการตรวจที่เกินจะอ้างอิงเกิดจากการปนเปื้อนของเหมืองทองคำของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)
ซึ่งปรากฏว่าข้อเท็จจริงในเอกสารดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกับหนังสือกระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้รายงานข้อพิพาทของไทยกับบริษัทคิงส์เกตไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ที่ระบุว่าผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะสามารถนำไปใช้ต่อสู่คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการ นั่นแสดงว่า ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2558 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้ 4 กระทรวงตรวจสอบปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองของบริษัทอัครา ถึงวันที่บริษัทคิงส์เกตตัดสินใจฟ้อง ผ่านไป 4 ปี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนการใช้มาตรา 44 แต่ที่น่าอดสูใจคือในหนังสือกระทรวงอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อับจนหนทาง ถึงที่ว่ามีความคิดที่ว่าจะสร้างหลักฐานเท็จเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นมา ทำให้ฝ่ายกฎหมายของไทยเตือน
“เรื่องนี้เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์รู้อยู่แก่ใจว่าเมื่อเรื่องเข้าสู่ชั้นอนุญาโตตุลาการไทยต้องเป็นฝ่ายแพ้ อย่างไรก็ตาม เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่รับฟังคำคัดค้านของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะความเห็นของ อสส. จึงเกิดความเสียหาย แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศออกมาก็ตาม แต่ก็ได้มีใบเสร็จความเสียหายจากการใช้มาตรา 44 ใบเสร็จแรกเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับบริษัทคิงส์เกต ปีงบประมาณ 2560-2564 จำนวน 731,130,000 บาท ใบเสร็จความเสียหายที่ 2 ภาคหลวงที่เก็บจากการประกอบเหมืองแร่ทองคำที่หายไปในช่วงที่มีคำสั่งปิดเหมืองอัคราตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน ราวๆ 3 พันล้านบาท” น.ส.จิราพรกล่าว
น.ส.จิราพรกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถต่อรองกับบริษัทคิงส์เกตได้ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อไม่ให้ถูกฟ้องร้องในชั้นอนุญาโตตุลาการ แต่ตอนนั้น พล.อ.ประยุทธ์กลับปล่อยเวลาล่วงเลยจนไทยเสียหายและไปไม่เป็นจนต้องมาเจรจากับเขาเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะแพ้คดี ซึ่งในบางข้อเรียกร้องที่บริษัทคิงส์เกตเสนอมาก็ได้ให้ไปเรียบร้อยแล้ว และเมื่อบริษัทคิงส์เกตกำลังรู้ว่าไทยตกเป็นเบี้ยล่างก็ได้ขึ้นขี่คอรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทันที ทางทนายของคิงส์เกตได้มีหนังสือถึงอนุญาโตตุลาการเนื้อหาสาระสำคัญระบุว่า ได้ขอถอนการเคลมค่าเสียหายในข้อ 13 และข้อ 14 หลังจากที่ไทยได้เปิดทางให้นำผงทองคำมูลค่า 8.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปขายได้ อย่างไรก็ดี การที่ประเทศไทยได้อนุญาตให้บริษัทอัคราได้สิทธิการสำรวจแร่บนเนื้อที่ทั้งหมด 44 แปลง ยังไม่ทำให้บริษัทคิงส์เกตพอใจจนถึงขั้นยกเลิกการเรียกร้องค่าเสียหายตามคำสั่งฟ้องทั้งหมด แม้ว่าจะให้สิทธิสำรวจ 44 แปลง แต่บริษัทอัคราก็ยังไม่สามารถประกอบกิจการได้ เพราะยังไม่ได้รับการต่ออายุบัตรประทานเหมือง ซึ่งจะทำให้เหมืองแร่ทองคำชาตรีที่ถูกปิดไปตั้งแต่ปี 2560 สามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง
“หากเป็นเช่นนี้ก็เพราะเขายังขี่คอรัฐบาล ต่อมารัฐบาลไทยจึงต้องอนุมัติบัตรเหมืองแร่ 4 แปลงเพิ่มเมื่อเดือนมกราคม 2565 เพื่อเปิดทางให้บริษัทเหมืองทองอัครากลับมาเปิดเหมืองทองชาตรี ซึ่งเป็นไปตามข้อเรียกร้องของบริษัทคิงส์เกต โดยขณะนี้ทราบว่า บริษัทอัคราได้จ้างบริษัทซ่อมบำรุงเครื่องจักรในเหมือง โดยมีค่าใช้จ่ายราว 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้เงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า การกู้เงินนี้ก็เคยเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของบริษัทคิงส์เกต ดิฉันจึงไม่แน่ใจว่ารัฐบาลเองมีส่วนเปิดทางให้บริษัทคิงส์เกตเข้ากู้ยืมเงิน 500 ล้านบาทด้วยหรือไม่ สถานการณ์นี้ทำให้เห็นว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มองคิงส์เกตเป็นเหมือง ส่วนคิงส์เกตมองประยุทธ์เป็นหมู เพราะบริษัทคิงส์เกตกำลังไล่ต้อน พล.อ.ประยุทธ์ จะต่อรองอะไรก็ได้ทั้งหมด และการที่รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องก็เป็นการนำทรัพย์สินของประเทศไปชดใช้ค่าเสียหาย โดยไม่จ่ายเป็นตัวเงินแลกกับการถอนฟ้อง เพื่อทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายในคดีนี้ การกระทำนี้เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญในเรื่องเข้าข่ายขัดผลประโยชน์” น.ส.จิราพรกล่าว
น.ส.จิราพรกล่าวต่อว่า การเจรจาที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ไทยไม่ได้ประโยชน์ ตนมีความสงสัยว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอ้างว่าการเจรจาครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประนีประนอมให้ถอนฟ้อง คำถามคือ ข้อเรียกร้องทั้งหมดของคิงส์เกตมีแต่คิงส์เกตได้ประโยชน์ แล้วไทยไปเจรจากับเขาได้ประโยชน์อะไรกลับมา ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์บอกตลอดว่า เข้ามาตำแหน่งนี้เข้ามาเสียสละ ที่อยู่ในตอนนี้ก็ทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเลย ช่วยตอบด้วยว่า ที่พยายามไปเจรจากับเขา ไทยได้ประโยชน์อะไร คนรักชาติอย่าง พล.อ.ประยุทธ์คำพูดขัดกันมาก เราเพิ่งเคยเห็นคนรักชาติที่ไปประชุมระดับนานาชาติแล้วหาธงชาติไม่เจอ คนที่บอกว่าทำเพื่อชาติ แต่เอาผลประโยชน์ของชาติไปเสนอให้กับต่างชาติ เพื่อให้ตนเองรอดจากความผิดพลาด ถ้าหลังการอภิปรายจบ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมาตอบโต้ว่าไม่ได้ทำผิด เพราะที่ได้ทำไปเพื่อแก้ปัญหาที่รัฐบาลที่ผ่านมาทำเอาไว้ และการใช้มาตรา 44 สามารถแก้ปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้จริง ตนขอท้าให้ท่านไปแถลงข่าวเลยว่า การใช้มาตรา 44 ปิดเหมืองทองคำเป็นผลงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และถ้าตนถามถึงค่าใช้จ่ายชดเชย พล.อ.ประยุทธ์อย่าตอบว่าใช้หนี้จำนำข้าวเหมือนครั้งที่แล้วอีก
“วันนี้เราอยากฟังความจริงว่าเมื่อไหร่เราจะหลุดพ้นจากสถานการณ์การตกอยู่เป็นตัวประกัน เป็นลูกไก่ในกำมือของบริษัทต่างชาติสักที ดังนั้น เหมืองทองอัคราไม่ใช่เรื่องเก่า แต่เป็นเรื่องเดิมที่ไม่ได้รับการแก้ไข และความเสียหายมากขึ้น ดิฉันมั่นใจว่ากฎหมายบ้านเมืองมีขื่อมีแป ด้วยหลักฐานที่ดิฉันมีจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีออกคำสั่งที่ 72/2559 ตามมาตรา 44 ของ พล.อ.ประยุทธ์และข้อมูลที่ดิฉันจะไปยื่นต่อ ป.ป.ช.เพื่อเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ในครั้งนี้ จะสามารถทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ย้ายจากบ้านหลวงที่อยู่ในค่ายทหารไปอยู่บ้านหลวงหลังใหม่ ไฟฟรี น้ำฟรี ข้าวฟรี ที่เรียกว่าเรือนจำได้ ฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ว่าท้ายที่สุดถ้า พล.อ.ประยุทธ์รอดจากการลงมติไม่ไว้วางใจได้ แต่จะไม่มีวันรอดพ้นจากการกระทำที่ทรยศชาติครั้งนี้ได้ และพรรคการเมืองไหนที่จะค้ำยันคนคนนี้อยู่ พวกท่านเข้าข่ายเป็นผู้ร่วมกระบวนการเอาเงินของประชาชนและทรัพย์สมบัติของประเทศชาติไปใช้เพื่อการส่วนตัว ดังนั้น ดิฉันไม่อาจไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้” น.ส.จิราพรกล่าว

