หน้าแรก การเมือง นักวิชาการหนุ...

นักวิชาการหนุน ภท.โหวตปิดสวิตช์ ส.ว.เลือกนายกฯ สะท้อนภาพพรรคยึดโยงประชาชน

8.09.22 | 16:43 น.
แฟ้มภาพ

นักวิชาการหนุน ‘ภูมิใจไทย’ โหวตปิดสวิตช์ ส.ว.เลือกนายกฯ สะท้อนภาพพรรคการเมืองต้องยึดโยงประชาชน เป็นการแยกปลา แยกน้ำ ให้อำนาจมาอยู่กับประชาชน

จากรณีที่รัฐสภามีการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยหนึ่งในกฎหมายซึ่งเป็นที่จับตามองมากที่สุดคือ เรื่องการปิดสวิตช์ ส.ว.ที่ต้องได้เสียงในสภาเกินกึ่งหนึ่ง และต้องได้เสียงจาก ส.ว.หนึ่งในสาม โดยปรากฏว่า ที่สุดแล้วเสียงในสภาไม่พอ และ ส.ว.เห็นด้วยในการแก้ไขไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด แต่มีประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลโหวตรับร่างแก้ไขดังกล่าว สวนทางกับแนวทางของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั้น

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา กล่าวว่า เป็นคนหนึ่ง ซึ่งเชื่อมั่นในหลักการประชาธิปไตย รู้สึกเสียดายที่การแก้กฎหมายทำไม่สำเร็จ แต่ยังเห็นเรื่องดีๆ เมื่อพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีความยึดโยงเหนียวแน่นกับผู้มีอำนาจ ชนิดที่เสริมแกร่งกันมาตลอด มีไมตรีต่อกันดีอย่างพรรคภูมิใจไทยเลือกโหวตปิดสวิตช์ ส.ว. เป็นจุดยืนทางการเมืองของพรรคที่มีความเป็นประชาธิปไตย

รศ.ดร.โอฬารระบุว่า อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้พรรคถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่เป็นประชาธิปไตย สาเหตุเพราะไปร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งรัฐบาลเมื่อปี 2562 จนถูกด่าว่าสารพัด แต่มาถึงเมื่อวานนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าพรรคมีหลักการ คือตัวนายกฯต้องมาจากตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง รอบที่แล้ว ถ้าวิเคราะห์เสียงกันดี พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้เสียง ส.ส.มากกว่า ซึ่งสังคมมองว่ามันเป็นเกมที่วางไว้อยู่แล้วก็วิเคราะห์กันได้

รศ.ดร.โอฬารกล่าวว่า ส่วนพรรคที่ไม่ได้มากับเพื่อนอย่างพรรคพลังประชารัฐ คงคิดว่าเขาจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล อันนี้คือเป้าหมาย ซึ่งคำว่า “แกนนำการจัดตั้ง” เขาหวังพึ่งเสียง ส.ว.มาช่วย คือมันเป็นภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ และเขาก็มองแล้วว่าลำพังเสียง ส.ส.อาจไปไม่ถึงฝั่ง เขาจำเป็นต้องพึ่ง ส.ว. ผลลัพธ์มันเลยออกมาแบบนี้ พลังประชารัฐไม่ได้แยแสประชาชนเลย ละเลยหลักการประชาธิปไตย ที่สำคัญ เป็นเกมทางการเมืองล้วนๆ

“พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าแบบนี้ ฝ่ายขั้วอำนาจต้องเข้าใจว่าพรรคเขามีเสียง มีอำนาจ เพราะประชาชนเลือกมา ที่สุดแล้วเขาต้องยึดหลักการที่ยึดโยงกับประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังนั้น ที่มีข่าวว่าสร้างความไม่พอใจให้กับบางคน บางฝ่าย ก็ต้องเข้าใจที่มาที่ไปของพรรคเช่นกัน อย่าลืมว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีอำนาจพิเศษอะไรมาช่วย” รศ.ดร.โอฬารกล่าว

Advertisement
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา

ด้าน ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ลงชื่อสนับสนุนการปิดสวิตช์ ส.ว. ที่ได้มาเมื่อวานนี้คือการแยกปลา แยกน้ำ จะเห็นแล้วว่า ส.ว.สายพลเรือนคือกลุ่มที่พร้อมตัดทอนอำนาจตัวเอง คนกลุ่มที่มีความรับผิดชอบต่อหลักการ ส่วนพวกที่ไม่ยกมือคือไม่ยึดโยงกับประชาชนแล้ว เราเห็นแล้วว่าใครเป็นใคร

ผศ.วันวิชิตกล่าวว่า จะเห็นว่าพรรคการเมืองที่ต้องหาเสียงกับประชาชน ไม่ใช่หาเสียงกับผู้มีอำนาจ ล้วนแล้วแต่ยกมือปิดสวิตช์ ส.ว.กันหมด พรรคภูมิใจไทยได้ทำให้สังคมเห็นแล้วว่าเอาเข้าจริงเขาแคร์ประชาชน ถึงจะเป็นพรรคร่วม และเหมือนจะเป็นเด็กดีในมือผู้มีอำนาจ แต่ที่สุดแล้วเขาก็เลือกให้อำนาจมาอยู่กับประชาชน

“วัฒนธรรมของภูมิใจไทยคือไม่แสวงหาศัตรู ดูแล้วเหมือนยอมให้ผู้มีอำนาจ แต่มาถึงจุดหนึ่งชัดเจนว่าเขากล้าในการเลือกข้างหลักการ กลับกันพรรคพลังประชารัฐดันโหวตให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ซึ่งพยายามทำความเข้าใจว่าต้องเล่นตามผู้ใหญ่ ถึงจะกระอักกระอ่วนก็ตาม

“แต่อย่าไปมองว่าพรรคภูมิใจไทยเลือกข้างนู้นแล้ว เลือกข้างนี้แล้ว ทุกอย่างต้องดูที่เสียงหลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยไม่เป็นศัตรูกับใคร และเขาอยากทำงาน คิดไว้แค่นี้ แต่สิ่งที่เขาเลือกเมื่อวานคือการไม่ยอมรับอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ เขาแค่ต้องทำตามหลักการที่ถูกต้อง แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณเลือกข้าง เขาแค่อยากให้การเมืองเป็นธรรมชาติ” ผศ.วันวิชิตกล่าว

ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต