ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ : 10 ปีคดีโรงพัก คนผิด คงหล่นหายไปตามกาลเวลา
20 กันยายน 2565 “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รอดบ่วงกรรม กว่า 10 ปี คดีอื้อฉาวแห่งยุค ร่วมฮั้วประมูล สร้าง 396 โรงพักทดแทน รวมมูลค่า 5,848 ล้านบาท พร้อมๆกับ จำเลยอีก 5 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผบ.ตร., พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ, พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์, บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด และ นายวิศณุ วิเศษสิงห์
ให้หลังคำพิพากษา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ประเทศไทย ได้ไลฟ์สดแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า “ส่วนตัวก็ต้องแสดงความยินดีว่า นายสุเทพเก่ง มีความสามารถในการต่อสู้ จนทำให้ตัวเองบริสุทธ์ได้ วันนี้กระบวนการนี้ได้จบสิ้นแล้ว นายสุเทพจะไปเล่นการเมือง ไปเป็นที่ปรึกษา หรือไปทำงานให้ประชาชนก็เท่ากับว่า นายสุเทพทำได้ ไม่มีมลทินอะไรติดค้าง
“ดังนั้น การจะไปไหว้ศาลพระภูมิ ศาลหลักเมือง หรือวัดพระแก้วก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง นายสุเทพได้ต่อสู้ตามกระบวนการ ไม่ได้คิดหลบเลี่ยง”
นายชูวิทย์ รับว่า เรื่องนี้ถือว่ากระบวนการยุติธรรมได้ทำงานแล้ว กระบวนนี้จบแล้ว
“เป็นกระบวนการที่เริ่มตั้งแต่สมัยที่ผมเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ นำเรื่องนี้มาอภิปราย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่งในวันนั้นผมไม่ได้เอ่ยชื่อนายสุเทพกับพรรคประชาธิปัตย์เลยแม้แต่น้อย แต่เนื่องจากการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งนี้ เป็นการใช้งบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งเริ่มต้นสัญญาในปี 2552 โดยนายสุเทพเป็นผู้เซ็นอนุมัติ เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง มีการไปรื้อฟื้นสัญญาว่า นายสุเทพเซ็นไม่ถูกต้อง จึงมีการต่อสู้กันมา จนผลปรากฎแล้ว ส่วนตัวก็ต้องยินดีด้วย”
แต่ในฐานะที่นำเรื่องเข้าสู่สภา นายชูวิทย์ ยอมรับเลยว่า เรื่องนี้มีความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ยังหาผู้ที่รับผิดชอบกับความเสียหายกับงบประมาณในส่วนนี้ได้เลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทราบด้วย
ส่วนตัวไม่ทราบจริงๆว่าเรื่องนี้ใครผิด วันนั้นเป็นเพียงฝ่ายค้าน ไม่ได้มีความรู้เรื่องกฎหมายลึกซึ้ง หรือว่ามีหน้าที่ในการหาตัวผู้กระทำผิด ตนเพียงแต่เห็นว่า โครงการที่มีความเสียหาย ผู้ผิดมันต้องมีแน่ๆ
แต่ถามว่าใครอย่างไร คงตอบได้แต่เพียงว่า ต้องยินดีกับนายสุเทพ ไร้มลทินแล้ว จะเรียกเครดิตเก่ากลับมาว่า ไม่มีความเสียหายเรื่องคอร์รัปชั่น ส่วนตัวก็ต้องยอมรับ
“แต่ถ้าถามผมเรื่องนี้มันก็ต้องมีคนผิด แต่จะเป็นใครนั้น เกินปัญญาผมจริงๆที่จะคาดเดา เพราะพูดไปวันนี้ผ่านมา 10 ปี ทุกอย่างคงตกหล่นหายไปตามกาลเวลาแล้ว” นายชูวิทย์ กล่าว
เมื่อถามว่า ท้อไหม? นายชูวิทย์ ชี้ว่า ประเทศไทยมีอะไรประหลาดๆ เยอะ
“เรื่องประหลาดที่ผมเคยผิดหวัง ผิดคาดมีเยอะแยะ หลายสิ่งหลายอย่างที่พูดไปไม่ว่า เรื่องบ่อนการพนัน พอไปตรวจก็หายไปหมด คนผิดก็ไม่มี ผมไม่ผิดหวังท้อแท้ ไม่มีความรู้สึกใดๆแล้ว กลายเป็นคนหยิกไม่เจ็บ ตบหน้าก็ไม่รู้สึก โดนด่าก็ไม่รู้สึก เพราะอยู่ประเทศไทยความรู้สึกอย่างหนึ่งที่ต้องมีคือต้องหน้าด่าน หน้าทน” นายชูวิทย์ ทิ้งท้าย
ย้อนกลับไปอันเป็น “ที่มา” ของคดีนี้ อ้างอิงบางส่วน จาก สถานีคิดเลขที่ 12 : สร้างโรงพักช้า-คดีก็ช้า โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน ระบุว่า โครงการนี้เริ่มต้นเมื่อต้นปี 2552 ในยุครัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกฯดูแลงานตำรวจ มี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ตร. โดยกำหนดรายละเอียดไว้ชัดเจนว่า ต้องกระจายการประมูลตามรายภาค
จากนั้น ในช่วงกลางปี 2552 ได้เกิดข้อขัดแย้งระหว่าง พล.ต.อ.พัชรวาทกับรัฐบาล แถมเกิดวิกฤตแต่งตั้ง ผบ.ตร. เพื่อมาแทน พล.ต.อ.พัชรวาทซึ่งจะเกษียณใน 30 กันยายน 2552 โดยนายอภิสิทธิ์ผลักดัน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ “มืองบประมาณ” แต่คณะกรรมการ ก.ต.ช.ส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย ส่วนใหญ่เห็นว่า พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย มือสืบสวนปราบปราม เหมาะสมกว่ามาก
นายอภิสิทธิ์ดันแล้วดันเล่า ประชุมหลายรอบก็ไม่สำเร็จ แต่กลับใช้วิธีให้ พล.ต.อ.ปทีป ทำหน้าที่รักษาการแทน ผบ.ตร.ไปเรื่อยๆ เกือบปี
ช่วงนี้แหละ ที่ไปเปลี่ยนสัญญาสร้างโรงพักและแฟลตตำรวจ
จนกระทั่งอีก 2 ปี จึงเริ่มก่อสร้าง แต่ลงเอยก็ทิ้งร้าง กลายเป็นสถานีที่มีแต่เสากันไม้เลื้อยพัน หรือผนังก่ออิฐแต่เปลือยเปล่า ปล่อยให้ตำรวจใน 396 โรงพักที่อยู่ในโครงการ ต้องไปใช้อาคารจอดรถ โรงอาหาร กระทั่งห้องน้ำ เป็นที่ทำงานแทน
จากนั้น ในปี 2556 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.พรรครักประเทศไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯดูแลงานตำรวจ โดยงัดเรื่อง 396 โรงพักร้างออกมาแฉ มีหลักฐานภาพถ่ายประจานพร้อม สร้างความตื่นตะลึงไปทั้งสังคม
ก่อนที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอขณะนั้น จะเข้ามาสอบสวนและสรุปพยานหลักฐานส่งเข้า ป.ป.ช.ให้ดำเนินการเอาผิดต่อไป
จนปี 2556 มีการชัตดาวน์จากม็อบที่นำโดยนายสุเทพ และมีรัฐประหารในพฤษภาคม 2557 จากนั้นคดีนี้ก็เหมือนจะเงียบหายไป
ต่อมานายสุเทพยื่นฟ้องนายธาริต และหนังสือพิมพ์ข่าวสด-มติชน ฐานหมิ่นประมาท กรณีนายธาริตแถลงข่าวสรุปคดี 396 โรงพัก กระทั่ง 29 มีนาคม 2561 ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ชี้ว่านายธาริตแถลงตามอำนาจหน้าที่และเป็นคดีที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ขณะที่มติชน-ข่าวสด เสนอไปตามข้อเท็จจริง โดยสุจริต
และในคำพิพากษาคดีหมิ่นนี้ชี้ว่า นายสุเทพได้เบิกความยอมรับเองว่า ได้เห็นชอบตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอให้เปลี่ยนแปลงสัญญา เชื่อได้ว่าเป็นการกระทำที่ขัดกับมติครม.และระเบียบสำนักนายกฯ
ต่อมาป.ป.ช.จึงขยับ ขอคัดคำพิพากษานี้ เพื่อนำไปประกอบการไต่สวนคดีทุจริต 396 โรงพัก
จนในที่สุด ปี 2562 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ป.ป.ช.แถลงมติชี้มูลความผิดโครงการ 396 โรงพัก โดยมีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด นายสุเทพ มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ส่วน พล.ต.อ.ปทีป โดนชี้มูลความผิดอาญา มาตรา 157 และมีมูลความผิดวินัย
ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ยังชี้มูลความผิดตำรวจในคณะกรรมการประกวดราคาทั้งทางอาญาและทางวินัย โดย พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ และ พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2552 และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูล ความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ขณะที่ บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ในฐานะบริษัทรับเหมา โดยด้วยในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ
แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องยังไม่ถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ด้าน ป.ป.ช.ตัดสินใจ ยื่นฟ้องเอง ก่อนที่ศาลจะพิพากษายกฟ้องทั้งหมด
ต้องจับตารัฐธรรมนูญ 2560 เปิดช่องให้โจทก์สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้อีกชั้น
เรื่องนี้จึงอยู่ที่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ด่วน! สุเทพ เฮ ศาลฎีกาฯยกฟ้อง คดีโรงพักฉาว ทุกคน
- เปิดคำพิพากษา ที่มาศาลฎีกาฯยกฟ้อง สุเทพ-พวก ไม่ผิดคดีร่วมฮั้วประมูล 396 โรงพัก
- ‘ชูวิทย์’ ย้อนมหากาพย์ ทุจริตสร้าง 396 โรงพัก ยุคสุเทพคุม ตร. 10 ปี ถึงจะมีการตัดสิน
- ‘สุเทพ’ รับอดกลั้น มา 10 ปี วันนี้ศาลกู้ศักดิ์ศรีให้ ยันมีกำลังใจ สร้างคนดีต่อ เข้าสู่การเมือง
- ป.ป.ช.ขอวิเคราะห์ คำพิพากษายกฟ้องสุเทพ คดีโรงพัก ก่อนตัดสินใจยื่นอุทธรณ์หรือไม่

