หน้าแรก การเมือง น.ศ.มธ.ชูป้าย...

น.ศ.มธ.ชูป้าย ‘กยศ.ทำนาบนหลังคน’ กลางสัมมนาแก้กม.-แก้หนี้ ซัดรัฐ ไม่ใช่มองแค่เบี้ยปรับ ‘ต้องเรียนฟรี’

20.10.22 | 16:12 น.

นักศึกษามธ. ชูป้าย ‘กยศ. ทำนาบนหลังคน’ กลางสัมมนาแก้กม.-แก้หนี้ รัฐต้องให้โอกาส ‘เรียนฟรี’ ไม่ใช่มองแค่เบี้ยปรับ

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ซอยสุขุมวิท 22 กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา จัดสัมมนาในหัวข้อ “หนี้ กยศ. : แก้กฎหมาย…แก้หนี้ แก้ถูกที่หรือยัง?” โดยมีวิทยากรเข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.), ดร.ขจร ธนะแพสย์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ นักวิจัยด้านการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และ นายวรุณ กาญจนภู รองเลขาธิการสมาคมธนาคารไทย

อ่านข่าว : ‘ผอ.ธปท.’ ถอดบทเรียน กยศ. ไม่ได้เกิดจากแค่ลูกหนี้ ‘โครงสร้างสินเชื่อมีปัญหา’ ต้องกำหนดดอกให้ชัด

‘ผจก.กองทุนฯ’ อึ้ง!สภาผ่านร่าง ‘ไม่คิดดอกกยศ.’ หลังข่าวออกยอดชําระดิ่ง 26% คาดอีก 2 ปีบัญชีติดลบ ต้องใช้งบฯแผ่นดิน

โดยเวลา 12.00 น. หลังจบการสัมมนา ผู้ร่วมงานได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นหนี้ กยศ.

Advertisement

 

 

นายพิทยบรรณ ว่องปรีชา ผู้ร่วมงานเสวนา กล่าวแสดงความเห็นว่า รัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 40 ออกการศึกษาภาคบังคับ 12 ปี พอมาถึงช่วงปี 50 เป็นภาคบังคับ 12 ปี แต่มาช่วง คสช. ถูกปรับเป็น 15 ปี ตลอดระยะเวลาเกือบ 19 ปี การศึกษาภาคบังคับอยู่เพียง 15 ปี ผมมองว่าน้อยมาก ซึ่ง กยศ.เป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยให้คนได้เรียนในระดับอุดมศึกษา แต่อยากเสนอให้ทาง กยศ. เพิ่มบทบาทให้มากกว่านี้กับ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เสนอเรียนจบจนถึงระดับปริญญาตรี เพราะมีมุมมองที่ต่างกัน

“การศึกษาเป็นสิทธิของประชาชน แต่ในรัฐธรรมนูญอันใหม่บอกว่า การศึกษาเป็นหน้าที่ของรัฐ อันนี้เป็นการตีความที่แตกต่างกัน หน้าที่ของรัฐคือการที่ต้องจัดการศึกษา แต่การศึกษายังไม่ครอบคลุม แต่เป็นข้อถกเถียงกับ TDRI หรือ สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย ว่าเรามาแก้การศึกษาให้มีปริมาณ ให้คนเข้ามาในระบบจำนวนมากก่อน หรือเราไปปรับคุณภาพที่มีอยู่ อันนี้มีมุมมองที่ต่างกัน” นายพิทยบรรณกล่าว

ด้าน นายไชยพล เดชตระกูล กรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคประชาชาติ และคณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ให้ความคิดเห็นว่า กยศ. เป็นกลไกหนึ่ง ซึ่งช่วยให้คนได้สามารถเรียนอุดมศึกษา อยากจะเสนอให้ทาง กยศ. เพิ่มบทบาทมากกว่านี้ โดยประสานกับทางอุดมศึกษา ตอนนี้มีคนได้รับโอกาสเรียน แต่จบมาไม่มีเงิน ไม่มีรายได้

“มันไม่ใช่ช่วงโควิด แต่มันเป็นก่อนโควิด เศรษฐกิจไทยมีปัญหามาตั้งนานแล้ว ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เข้าไปแก้อะไร ผมมองว่าแก้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ สมัยปี 40 เรามีหนี้เป็น NPL หรือ เงินให้สินเชื่อที่ค้างชำระเกิน 90 วัน ซึ่งค่อนข้างสูง ผมอยู่ธนาคารต่างชาติแห่งหนึ่ง ผมใช้เวลาแก้หนี้เพียง 5 ปี ธนาคารต่างชาติใจกว้างกว่าธนาคารไทย ไม่รับหนี้ให้ ดอกเบี้ยไม่ลดให้ อ้างว่าจะเกิดความเสียหาย แต่หลักคิดของธนาคารต่างชาติ ปัญหาคุณเห็นแล้ว คุณหยุดหนี้ คุณแขวนดอกเบี้ยไว้ คุณให้จ่ายเงินต้น”

“วันนี้ผมอยากให้ท่าน ส.ว.ท่าน สส. ผู้มีเกียรติทุกท่าน เปลี่ยนวิธีคิด ประเทศไทยอยู่ภายใต้เศรษฐกิจแบบทุนนิยม แข่งขันกันมาโดยตลอด วันนี้เราต้องแบ่งเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน คิดถึงสังคมให้มาก กยศ. คือกองทุนเพื่อสวัสดิการตามรัฐธรรมนูญ ความยั่งยืน ยิ่งให้เด็กคนที่เหลื่อมล้ำมากที่สุด เขามีโอกาสยกระดับ เป็นสิ่งที่สังคมได้เขาเสียภาษีอยู่แล้ว ดอกเบี้ยไม่ต้องเก็บ เขามีงาน เขาเสียภาษี นี่คือสิ่งที่พวกเรากำลังทำ อาจไม่ได้เกิดในร่างฉบับนี้ พยายามอย่าคิดว่าต้องได้ดอกเบี้ย นั่นคือมุมมองทางการค้า เราต้องมองมุมมองเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน การศึกษาเป็นการลงทุน เด็กกว่าจะโตได้ใช้เวลาเป็น 10 ปี วันนี้ต้องผลักดันให้เรียนถึงปริญญาตรี ต้องเรียนฟรี ไม่ใช่ต้องยากจน คนไทยควรได้เรียนฟรีตามศักยภาพและมีคุณภาพ” นายไชยพลกล่าว

ทั้งนี้ นายชนินทร์ วงษ์ศรี หรือ บอล นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ให้ความคิดเห็นว่า ทำอย่างไรจะให้เกิดความยืดหยุ่น ทำอย่างไรให้กองทุน กยศ. อยู่ต่อไปได้

“ผมอยากให้สนใจที่ว่า ทำอย่างไรให้คนอยู่ได้ เพราะทุกวันนี้บางคนทำงานน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ บางคนค่าครองชีพสูงขึ้นทุกปี สุดท้ายการไม่มีดอก การไม่มีเบี้ยปรับ นำไปสู่การใช้งบประมาณของรัฐ แต่เท่าที่ผมฟังจากตัวเลขดู งบประมาณอื่นมากกว่านั้นเยอะ แต่การศึกษาทำไมลงทุนไม่ได้

“ผมอยากฝากกับผู้มีอำนาจเรื่องการศึกษาควรจะเป็นสิทธิ เราควรไปได้ไกลกว่าการไม่มีเบี้ยปรับ ไปไกลถึงการเรียนฟรี ถ้าเป็นประโยชน์ก็ควรยก เพราะเราเคยยกหนี้ธนาคารพาณิชย์ในปี 40 มาแล้ว หรือในสหรัฐฯ ก็มีการยกหนี้เช่นกัน แต่ไม่มีใครพูดถึงเลย สถานการณ์โควิดก็สร้างความเดือดร้อน สภาพเศรษฐกิจก็สร้างความเดือดร้อน ผมว่าเราควรลงทุน” นายชนินทร์กล่าว

ต่อมา เวลา 12.32 น. นายชนินทร์ทำการชูป้ายที่เขียนว่า “เลิกเสแสร้งเป็นคนใจบุญ แต่หากินจากคนจน” โดยมีผู้ร่วมงานอีกราย ชูป้ายที่มีข้อความว่า “กยศ. หากินบนหลังคน” พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า วันนี้วิทยากรมาพูดในมิติที่ กยศ.อยู่ได้ แต่ไม่ได้พูดว่า คนจะอยู่ได้ ซึ่งพวกเราอยากได้กลไกที่ดีกว่านี้ สุดท้ายเราอยากให้รัฐเป็นรัฐที่ให้โอกาสคน ไม่ใช่เป็นรัฐที่มาเก็บดอกเบี้ย