‘ชัชชาติ’ ลั่น คุยกันบนโต๊ะอาหาร ประชาชนไม่รู้ด้วย พร้อมถกเพิ่ม สภา กทม.-ยันมีอำนาจกำหนดค่าโดยสาร ‘ส่วนต่อขยาย 2 สายสีเขียว’ จ่อส่งหนังสือกลับมหาดไทย รอ ครม.ชัดเจน
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 27 ตุลาคม ที่ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียว
ย้อนอ่านข่าว : สภา กทม.ล่มครั้งแรก หลังถอนญัตติ ‘สายสีเขียว’-‘ชัชชาติ’ ลั่น เรื่องนี้อีกยาว ส.ก.บอกผิด กม. ‘ผมจดไว้หมดนะ’
ชัชชาติ แจงยิบ หลังเจอสภา กทม.ถอนญัตติ ‘สายสีเขียว’ ยัน สุดท้ายต้องวนมา ไม่มีทางหนีพ้น
นายชัชชาติกล่าวว่า ญัตติที่ฝ่ายบริหารเสนอต่อสภา กทม. เมื่อวานนี้ เรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามระเบียบ ถ้าไม่ถูกระเบียบทางสภาคงไม่บรรจุญัตติไว้ และเป็นเพียงการขอความเห็นไม่ใช่การให้ลงมติ ทำให้เห็นว่า ส.ก.แต่ละคนมีความเห็น มองปัญหากับเรื่องนี้อย่างไร แต่ถ้าสภายังไม่พร้อมก็ไม่เป็นอะไร ทางสภาต้องการข้อมูลเพิ่มสามารถคุยได้
“นั่นคือหน้าที่ของสภาที่เป็นตัวแทนประชาชนมา เราไปคุยกันบนโต๊ะอาหาร ประชาชนไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน พอมาคุยผ่านสภา เราก็รู้ว่าคนนี้มองแบบนี้ คนนี้ไม่อยากให้คุย คนนี้อยากให้ ม.44 การผ่านสภานี่แหละคือจุดที่เราอยากเห็น” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ที่ 2 ยืนยันว่าอำนาจของผู้ว่าฯ กทม.สามารถทำได้ ไม่ใช่อำนาจของคณะกรรมการ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คำสั่ง คสช.) ที่ 3/2562 ซึ่งคณะกรรมการมีอำนาจกำหนดค่าโดยสาร หลังจากที่มีขยายการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ การไม่เก็บค่าโดยสาร หรือการเก็บค่าโดยสาร 0 บาท ก็เป็นการกำหนดค่าโดยสารเหมือนกัน ซึ่งเป็นการใช้อำนาจกำหนดจากผู้บริหารสมัยชุดที่แล้ว
ส่วนเรื่อง การส่งหนังสือตอบกลับทางกระทรวงมหาดไทย
นายชัชชาติกล่าวว่า ทางฝ่ายบริหารพร้อมส่งหนังสือตอบกลับได้ทันที ถ้าสภาไม่มีความเห็นอะไรเพิ่มเติม โดยการตอบกลับเน้นเรื่องความโปร่งใส การกำหนดค่าโดยสารให้มีความยุติธรรม พร้อมกับพ่วงคำถามเพิ่มเติมเพื่อขอความชัดเจน เรื่องการจ่ายเงินค่าเดินรถในส่วนต่อขยายที่ 1 ว่าจะให้ทาง กทม.เป็นผู้จ่ายเงินหรือไม่ หรือ ทาง ครม.ตัดสินเรื่องขยายการต่อสัญญาสัมปทานอย่างไร
“ส.ก.หลายท่านที่อยู่ในสภา มีประสบการณ์เรื่องบีทีเอสมาก่อน เพราะท่านอยู่มาตั้งแต่สมัยสัญญาส่วนต่อขยายที่ 1 ที่ต่อไปถึงปี 2585 เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งมาเกิด แต่เกิดขึ้นมานานแล้ว หลายท่านมีประสบการณ์ เราฟังความเห็นท่านก็ดี ก็ได้รู้ว่าท่านคิดอย่างไร และประชาชนจะได้รู้ว่าแต่ละคนมองเรื่องนี้อย่างไร ก็เป็นสาเหตุที่เอาญัตติเข้า” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า หลังจากนี้ต้องตอบหนังสือกลับทางกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเมื่อทาง ครม.ให้ความชัดเจน ทาง กทม.จะสามารถจ่ายเงินค่าจ้างเดินรถส่วนต่อขยายที่ 1 ได้ ต่อมา ส่วนต่อขยายที่ 2 ต้องไปดูอำนาจการจ่ายเงิน ว่าการทำบันทึกข้อตกลงระหว่าง กทม. กับบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด หรือ เคที มีความถูกต้องหรือไม่ และต้องผ่านทางสภาอีกหรือไม่ ซึ่งการทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวทำในสมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ในขณะนั้น เป็นการแต่งตั้งจาก คสช. แต่ระหว่าง เคที กับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี เป็นการทำสัญญาจ้างเดินรถ ซึ่งต้องดูว่าจะเปลี่ยนการทำบันทึกข้อตกลงเป็นสัญญาด้วยหรือไม่ ต่อมา การเก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยายที่ 2 จะมีการคิดให้รอบคอบอีกที และเรื่องในระยะยาว อาจจะมีการต่อรองค่าจ้างเดินรถในส่วนต่อขยายที่ 2 เพราะต้องจ่ายราคาแพงปีละประมาณ 6,000 ล้านบาท แล้วที่ผ่านมามีการคำนวณราคาอย่างถี่ถ้วนหรือไม่ ซึ่งทางเคทีได้มีการจ้างที่ปรึกษาศึกษาเรื่องตรงนี้
“ยังไม่ยืนยันเวลาในการเก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยายที่ 2 เพราะต้องดูให้รอบคอบในหลายประเด็น อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความชัดเจนเรื่องต่างๆ แล้ว จะมีการประกาศเก็บค่าโดยสารให้เร็วที่สุด” นายชัชชาติกล่าว

