หน้าแรก การเมือง ชทพ.-ชพก.ย้ำ ...

ชทพ.-ชพก.ย้ำ สภาผู้แทนฯ ไม่ใช่สภาคิดแทน ประสานเสียงตอบ ‘ไม่มีเด็กดี-เลว’ อย่าหลงกลคนลวง

8.05.23 | 17:44 น.

‘ชาติไทยพัฒนา-ชาติพัฒนากล้า’ ประสานเสียงตอบ โลกนี้ไม่มี ‘เด็กดี-เด็กเลว’ อย่าหลงกลคนหลอกลวง ‘อำนาจมันยั่ว’ ย้ำ สภาผู้แทนฯ ต้องไม่ใช่สภาคิดแทน

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ลาน One Arena โครงการ Stadium One ซอยจุฬาลงกรณ์ 6 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ สืบเนื่อง กกต.จัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2566 กลุ่มนักเรียนเลว จัดเวที “ห้องเรียนรัฐมนตรี Candidate Classroom” ประชันวิสัยทัศน์พรรคการเมือง เกี่ยวกับนโยบายด้านการศึกษาและสิทธิมนุษยชนภายในโรงเรียน

โดยมีตัวแทนจาก 6 พรรคการเมืองเข้าร่วม ได้แก่ น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ หรือครูจุ๊ย ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล, น.ส.ธีราภา ไพโรหกุล คณะทำงานด้านนโยบาย พรรคเพื่อไทย, น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 16 พรรคไทยสร้างไทย, นายวรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี, นายวรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า และนายณภัทร ชวนรำลึก ทีมยุวชน (ด้านเศรษฐกิจ) พรรคชาติไทยพัฒนา

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ช่วงที่ 5 The Debate ศึกประชันวิสัยทัศน์ โดย นายวรนัยน์ จากพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) สุ่มได้คู่กับ นายณภัทร จากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ตอบคำถามที่ว่า “เด็กดี” ในทiiศนะของคุณเป็นอย่างไร? โดยพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นฝ่ายตอบก่อน เนื่องจากเป่ายิงฉุบชนะ

Advertisement

นายณภัทร พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า สำหรับตนคิดว่ามันไม่มีคำว่า เด็กดีหรือเด็กไม่ดี เด็กก็คือเด็ก หน้าที่ของพรรคการเมืองมีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกคน ไม่ได้ดูแลประชาชนแค่คนใดคนหนึ่ง ดังนั้นเราจะไม่แยกว่าประชาชนคนดี ประชาชนคนเลว หรือเด็กดี เด็กไม่ดี

“ไม่ว่าเด็กจะเป็นอย่างไร เรามีหน้าที่ในการรับฟัง เข้าใจและดูแล ไม่ว่ากลุ่มไหนจะแสดงออกแบบไหน เสียงที่เขาพูดออกมาคือเสียงที่เขาต้องการแสดงออก ข้อความที่เขาส่งออกมาคือข้อความความต้องการของเขา ในฐานะนักการเมืองตัวแทนประชาชน สภาคือสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่สภาคิดแทนราษฎร เขาพูดอะไรมาเรารับฟัง และส่งเสียงเขาให้เป็นที่ได้ยิน เด็กก็คือเด็ก” นายณภัทรกล่าว

ด้าน นายวรนัยน์ พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ในโลกนี้ไม่มีเด็กดี ไม่มีคนดี ไม่มีผู้ใหญ่ดี คราวก่อนผมใช้หลักวิทยาศาสตร์มาอธิบาย ครั้งนี้ขอใช้หลักศาสนาอธิบาย

“ไม่มีคนดี ไม่มีคนเลวในโลกนี้ แต่ทุกคนในโลกนี้มีทั้งความดีและความเลวอยู่ในตัว แล้วแต่ว่าเราจะแสดงอะไรออกไป” นายวรนัยน์กล่าว

นายวรนัยน์กล่าวต่อว่า ใบบริบทการเมืองมักจะมีความเลวแสดงออกมา เพราะอำนาจมันยั่วยวน

“อำนาจคือ กิเลสตัณหา อำนาจทำให้คนที่คิดว่าตัวเองดี หรือว่าสังคมคิดว่าดีโดนคอร์รัปชั่นได้ เพราะฉะนั้นในระบบประชาธิปไตย เราจึงมีการตรวจสอบ เราจึงมีความสมดุลทางอำนาจ เราจึงมีฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เราจึงมีสื่อ เราจึงมีประชาชนที่ตรวจสอบ เพราะเราตระหนักว่า ไม่มีคนดี ไม่มีคนเลว แต่มีมนุษย์ที่ทำได้ทั้งความดีและความเลว ขึ้นอยู่กับว่าอะไรเป็นกิเลสตัณหายั่วยวน

เพราะฉะนั้น เด็กดี คนดี ผู้ใหญ่ดี มันเป็นเพียงวาทกรรมของโลกมายา สร้างขึ้นมาที่เรียกกลุ่มคน ว่าเด็กดี เพียงเพราะว่า เขาเชื่อฟัง เขาก้มหัวให้ เขายอมทุกอย่าง เขาคลานแทบเท้าคุณ เขาเป็นเด็กดี และคนที่เลวก็คือคนไม่ยอม คนไม่ถาม คนที่ถาม คนที่เถียง คนที่เป็นตัวของตัวเอง มันเป็นโลกมายา มันคือการล้างสมอง คือภาษาการโฆษณา ทาง political communication เขาเรียกว่า wagging the dog หรือกระดิกหางหมา ให้มองมนุษย์ว่ามีดีมีเลว ไม่จริง มนุษย์มีทั้งดีและเลวอยู่ในตน อย่าหลงกลคนที่จะพยายามหลอกลวงเรา” นายวรนัยน์กล่าว