อาจารย์จุฬาฯ ยกรธน.มาตรา 82 ชี้ชัดถ้าพิธาพ้นหน.ก้าวไกล แต่การออกหนังสือรับรองส.ส.ไม่ถือเป็นโมฆะ
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.ณรงค์เดช สรุโฆษิต อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความเห็น ในกรณีหากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พ้นจากส.ส. และ หัวหน้าพรรค จะมีผลต่อผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคหรือไม่ โดยระบุว่า
“แม้ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายระบุไว้เป็นการเฉพาะ แต่ก็สามารถนำหลักกฎหมายทั่วไปมาอุดช่องว่างแห่งกฎหมายได้
หลักกฎหมายทั่วไปที่ว่านี้ คือ
“แม้ปรากฏภายหลังว่า กรรมการของนิติบุคคลแต่งตั้งโดยไม่ถูกต้องหรือขาดคุณสมบัติ กิจการที่กรรมการของนิติบุคคลนั้นได้กระทำไป ย่อมสมบูรณ์”
หลักการนี้ ปรากฏใน
รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง
พรบ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 มาตรา 19
พรบ. บริษัทมหาชน จำกัด 2535 มาตรา 84
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 88, 124 และ 1166
หลักการนี้ นำไปใช้กับนิติบุคคลตามกฎหมายต่าง ๆ ที่ พรบ. เฉพาะไม่ได้บัญญัติไว้ เช่น สหภาพแรงงาน สมาคมนายจ้าง หอการค้า สหกรณ์ และพรรคการเมืองด้วย
ดังนั้น สมมุติว่า แม้คุณพิธา มีลักษณะต้องห้าม พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล จึงไม่อาจดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคได้ แต่การออกหนังสือรับรองผู้สมัคร ส.ส. และการส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค ย่อมไม่เสียไปเพราะเหตุดังกล่าว”
ทั้งนี้ ยังได้ยก รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรค 2 ระบุว่า เมื่อได้รับเรื่องไว้พิจารณา หากปรากฏเหตุอันควรสงสัย ว่าสมาชิกผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้สมาชิกผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว ให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกสภาพผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ให้ผู้นั้นพ้นจากจำแหน่ง นับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- 70 อาจารย์นิติศาสตร์ออกแถลงการณ์ ชี้ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับ 29 ขัดรัฐธรรมนูญ
- อาจารย์ นิติฯจุฬาฯ ยกความเห็นกฤษฎีกาปี 63 แย้งคำตัดสินศาลรธน. ยันไม่กระทบอธิปไตย
- รายงาน : ฟังเสียง‘นักกฎหมาย’ วิเคราะห์คดี‘ยุบอนค.’

