‘ธำรงศักดิ์’ เล่าเป็นฉากๆ นาทีใจฝ่อ ณ เกียกกาย ก่อน ‘คณะราษฎรปักหมุด’ ทวงคืนอำนาจ

ธำรงศักดิ์’ ลั่น ไม่ใช่ใครก็ได้ นายกฯต้องเป็น ส.ส. – เล่าเป็นฉากๆ นาทีใจฝ่อ ก่อน ‘คณะราษฎรปักหมุด’ ทวงอำนาจสูงสุด ผ่านรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี) เครือมติชน นำโดย ศิลปวัฒนธรรม, สำนักพิมพ์มติชน, ศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) และเส้นทางเศรษฐี ร่วมกันจัดงาน ‘๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์’

เวลา 13.00 น. เข้าสู่ช่วงเสวนา Book Talk รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต ได้กล่าวถึงประเด็นการปฏิวัติ พ.ศ. 2475

รศ.ดร.ธำรงศักดิ์กล่าวว่า ปฏิวัติ 2475 คืออะไร? รหัสของวันนั้น ในคืนวันที่ 23 มิถุนายน คือ 04 45 คือ ฝ่ายหนึ่งต้องถามว่า 04 ส่วนอีกฝ่ายต้องตอบว่า 45 ซึ่งคนเหล่านั้นเป็นคณะราษฎร และสมาชิกคณะราษฎรทั้งหมดมีเพียง 102 คน ที่เปลี่ยนแปลงประเทศนี้ แสดงว่าระบอบเดิมนั้นเปราะบางมากเลยใช่หรือไม่

Advertisement

“คน 102 คนสามารถเปลี่ยนระบอบทางการเมืองได้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนวันที่ 23 จนกระทั่งเช้าวันที่ 24” รศ.ดร.ธำรงศักดิ์กล่าว

รศ.ดร.ธำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า ถ้าเราย้อนกลับไปดูว่า พวกเขาไปเจอกันตรงจุดไหน จุดที่สำคัญคือ บริเวณที่เป็นทางรถไฟกับถนนที่มาจากสะพานควายที่มุ่งตรงไปยังเกียกกาย ณ จุดนั้นที่ถนนกับทางรถไฟตัดกัน พระยาพหลพลพยุหเสนา กับฝ่ายทหารบก ทุกคนนัดเจอกันที่นี่ ตอนตี 5 เพื่อที่จะมายึดหน่วยกองทัพแห่งหนึ่ง

“เราอาจจะเชื่อว่าคณะราษฎรไม่มีกำลังอยู่ในมือ แต่ที่จริงเขามี คือ กองพันทหารปืนใหญ่ ของพระยาฤทธิอัคเนย์ ส่วนตรงข้ามกองพลทหารปืนใหญ่ คือ กองพันทหารราบ พวกเขาจะยึดกองพันทหารราบโดยใช้อุปกรณ์ข้าวของจากกองทหารปืนใหญ่มาคอยที่กองพันทหารราบ แล้วกลุ่มคณะราษฎรก็บุกเข้าไป ส่วนพระยาพหลพลพยุหเสนา ได้รับภารกิจให้ถือคีมหนีบกุญแจไปเปิดประตูคลังอาวุธ จากนั้นเคลื่อนขึ้นรถถังของกองทหารปืนใหญ่ แล้วนำทหารราบเคลื่อนมาที่สี่แยกเกียกกาย” รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ชี้

รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ระบุว่า เมื่อก่อนจะมีวงเวียนเล็กๆ อยู่อันหนึ่ง ที่พระยาพหลพลพยุหเสนาได้สั่งประหาร พระยากำแพงราม คนที่ทำการหักหลังเพื่อน ด้วยการนำความลับไปให้ทางรัฐบาล ทางรัฐบาลจึงกวาดกำจัดฝ่ายที่เตรียมการปฏิวัติเมื่อปี 2454 หรือที่เราเรียกว่า กบฏ ร.ศ. 130 โดยสั่งให้ยิงทิ้งตรงนั้นเลย โดยตรงจุดที่เราเรียกว่า สี่แยกเกียกกาย กองกำลังของ 2 กองพัน ทุกคนเคลื่อนตัวเรียบคลองประปามาเข้าตรงวัดเด่น และบริเวณพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเขานัดหมายว่าต้องถึงพระบรมรูปทรงม้า 6 โมงเช้า แต่มาถึงช้าไป 5 นาที ทำให้พวกทหารเรือที่กำลังคุมพื้นที่แถวนั้นรู้สึกใจฝ่อกันหมดว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่เมื่อมาถึงลานพระบรมรูปทรงม้าบริเวณหมุด 2475 ที่หายไปแล้ว พระยาพหลพลพยุหเสนาก็ได้ประกาศปฏิวัติเปลี่ยนระบอบทางการเมืองและนำทหารทั้งหมดเข้าไปสู่พระที่นั่งอนันตสมาคม เปลี่ยนให้เป็นศูนย์บัญชาการของการปฏิวัติของคณะราษฎร และกลายเป็นที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายนเป็นต้นมา

“นี่คือเหตุการณ์ตอนตี 5 จนถึง 6 โมงเช้าที่เกิดขึ้น เขาทำเพื่ออะไร เขาทำเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญ ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจะต้องมีรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญหมายความว่าเขาเลือกระบอบการเมืองแบบอังกฤษให้สถาบันฯ ยังคงอยู่ต่อไป แต่ต้องอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ หลักการสำคัญที่สำคัญที่สุดคือ อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

“อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างไร เขาจะต้องให้ประชาชนมีอำนาจในการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ส. ซึ่งจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรี เขาระบุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญเลยว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.ที่มีความเป็นประชาธิปไตย พอมาถึงวันนี้นายกรัฐมนตรีเป็นใครก็ได้ที่เสนอชื่อขึ้นมา นี่คือร้อยเล่ห์บัญญัติของคณะรัฐประหารไทย” รศ.ดร.ธำรงศักดิ์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image