ปชป.ลั่น ใครจาบจ้วง แก้ ม.112 พร้อมออกมาต่อสู้ถึงที่สุด ยัน ไม่สนับสุน ‘พิธา’ เพราะจุดยืนต่างกัน
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อมกับมีผู้รับรองชื่อถูกต้อง ก่อนเปิดอภิปรายนั้น
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ชลน่าน ลุกเสนอ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ ที่ประชุมรับรองแล้ว-ไร้พรรคชงชื่อแข่ง
- ชาดาลั่น ขอเป็นโจรที่รักสถาบัน รับไม่ได้พิธาแตะ 112 ท้าถอยเรื่องนี้ ภท.พร้อมโหวตให้
- พิธา เชือดกลับชาดา ให้เลิกนโยบายหาเสียง ยันเป็นผู้นำต้องพูดแล้วทำ เหมือนสโลแกน ภท.
- ชัยธวัช ลุกโต้ครหา จ้องล้มสถาบัน ดึงสติรัฐสภา โหวตพิธา ไม่เท่ากับล้มล้างการปกครอง
จากนั้นเวลา 12.30 น. นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า พรรค ปชป.มีจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน จะไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่ผลักดันให้มีการแก้ไขมาตรา 112 อย่างเด็ดขาด เพราะประเทศไทยมีความเป็นมา มีประวัติศาสตร์ กว่าจะเป็นไทยได้เราต้องผ่านมาอย่างไร การที่จะแก้มาตรา 112 ท่านมีจุดประสงค์มุ่งหวังอย่างไร เพราะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ออกรายการโทรทัศน์ ประกาศชัดเจนว่า มีความจงรักภักดีต่อชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ แต่สมาชิกพรรค ก.ก.บางคนกลับประกาศเปลี่ยนวันชาติ และเดินหน้าผลักดันแก้ไขมาตรา 112 อย่างเคร่งครัด
ขอถามว่า วันนี้ประเทศไทยเจอวิกฤตเรื่องนี้หรือเรื่องอะไร ท่านเคยคิดทบทวนว่า ถ้าท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรี สิ่งแรกที่ท่านแก้ไขปัญหากับประเทศชาตินี้คือเรื่องอะไร เคยทราบหรือไม่ว่า วันนี้พี่น้องประชาชนต้องเจอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ปัญหายาเสพติดเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำไมไม่คิดแก้ไข คิดแต่จะไปลดทอนกฎหมายกับบุคคลที่ไม่มีความจงรักภักดีต่อชาติและสถาบัน อย่างนั้นหรือไม่ นี่หรือคนที่จะประกาศว่าจะก้าวสู่นายกรัฐมนตรี คนที่ 30
นายชัยชนะกล่าวต่อว่า วันดีคืนดีก็มีคนในพรรคของท่านมาบอกว่าจะแบ่งแยกดินแดน ท่านพยายามบอกว่าได้รับฉันทามติจากประชาชนเป็นเสียงข้างมาก เสียงข้างมากของประชาชน 67 ล้านคน นั่นคือ 40 ล้านเสียง ถ้าเอาผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 37 ล้านเสียง ถ้าเสียงข้างมากต้องได้ประมาณ 19 ล้านเสียง แต่วันนี้ท่านเหมารวมทั้งหมดว่าได้รับฉันทามติจากประชาชนมาแล้ว ซึ่งไม่ใช่ ถ้าบอกว่า การเมืองไทยต้องเลือกพรรคการเมืองที่ได้คะแนนมาที่ 1 จากประชาชน แล้วทุกพรรคต้องโหวตให้ ก็ไม่ได้ เพราะการที่จะโหวตให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นสิทธิของสมาชิก ท่านเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ไม่ยอมรับความเห็นต่างเลย แล้ววันนี้จะบอกว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศ แล้วจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน เพราะเริ่มต้นก็เดินหน้าแก้ไขมาตรา 112 แล้ว
“สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์กังวลมาตลอดและไม่สามารถสนับสนุนนายพิธาได้ เพราะมีจุดยืนต่างจากเรา และขอประกาศว่าใครก็ตามที่คิดจะแก้ไขมาตรา 112 ใครก็ตามที่คิดจาบจ้วงสถาบัน ผมและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 25 คน เราจะออกไปต่อสู้และต่อต้าน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ถึงที่สุด” นายชัยชนะกล่าว

