หน้าแรก การเมือง อ.รัฐศาสตร์ ข...

อ.รัฐศาสตร์ ขุดอดีตชิงตั้ง ‘รบ.เสียงข้างน้อย’ ชวนมองสูตร ‘ระบอบผสม-พลังต้าน ปชต.’ ลั่นเทียบตอนนี้ได้เลย

10.08.23 | 23:09 น.
ภาพจาก สำนักข่าวราษฎร

อ.รัฐศาสตร์ ขุดอดีตชิงตั้ง ‘รัฐบาลเสียงข้างน้อย’ ชวนมองสูตร ‘ระบอบผสม-พลังต่อต้าน ปชต.’ เทียบการเมืองไทยตอนนี้ เชื่อถ้าไม่ยอมให้แตะโครงสร้าง อันตราย

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่บริเวณตลาดเชียงราก (ประตูเชียงราก 1) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมชุมนุม “10 สิงหา ประชาชนต้องไป (ลุ้น) ต่อ”

บรรยากาศเวลา 17.30 น. มีการล้อมวงร่วมบอกเล่าประสบการณ์การชุมนุม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์ ได้แก่ นายณัฐชนน ไพโรจน์ ในฐานะแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือ บิ๊ก นักศึกษาและสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และ น.ส.อันนา อันนานนท์ หรือ อันนา กลุ่มนักเรียนเลว ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง

จากนั้นเวลา 18.00 น. มีการเสวนาในหัวข้อ “พัฒนาการประชาธิปไตยกับการเมืองไทย” โดยมี รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ นายอุเชนทร์ เชียงเสน อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมตีแผ่ความสัมพันธ์ของสถาบันฯ กับสังคมไทย และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

นายอุเชนทร์ออกตัวว่า ตนไม่ได้สนใจศึกษาเรื่อง ม.112 โดยตรง แต่สนใจ “ประวัติศาสตร์พัฒนาการประชาธิปไตยไทย หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475” ซึ่งความเป็นประชาธิปไตยของไทยก็ขึ้นๆ ลงๆ เป็นระยะ โดยความล้มเหลวนั้นมาจากหลายส่วน ส่วนที่สำคัญคือ “พลังต่อต้านประชาธิปไตย”

Advertisement

ในทางประวัติศาสตร์ เรียกได้ว่าฝ่ายอนุรักษนิยมเป็นสาระสำคัญในการต่อต้านการทำให้เป็นประชาธิปไตย มองจากประวัติศาสตร์ในระยะใกล้ๆ หลังจาก 14 ตุลาคม 2516 ที่ไทยมีประชาธิปไตยอยู่ 3 ปีแล้วจบลงด้วยการสังหารนิสิต นักศึกษา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นก็มีประชาธิปไตยครึ่งใบ ด้วยรัฐธรรมนูญ 2521 เปิดให้มีการเลือกตั้งมีพรรคการเมือง แต่ก็มีวุฒิสภา ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง นายกฯเป็นคนแต่งตั้ง ซึ่งเปิดโอกาสให้ทหารเข้ามามีบทบาททางการเมือง ควบคุมฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติผ่านรัฐสภา และตอนนั้นนายกฯ ก็ไม่บังคับว่าต้องเป็น ส.ส. มีบทเฉพาะกาล

อุเชนทร์ เชียงเสน ภาพจาก : สำนักข่าวราษฎร

“เปรียบเทียบกับการเมืองไทยตอนนี้ได้เลย บทเฉพาะกาล คือปกติจะไม่ให้ข้าราชการประจำเป็นข้าราชการการเมืองได้ เพราะว่าถ้าคุณมีตำแหน่งในกองทัพ มาเป็นข้าราชการทางการเมืองอีก คุณก็ใช้ตำแหน่งในกองทัพมีอิทธิพลได้ อันนี้มีบทเฉพาะกาลยกเว้นไว้” นายอุเชนทร์ชี้

ก่อนหยิบยกการเลือกตั้งครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 2521 วันที่ 22 เมษายน 2522 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ก็เป็นนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร โดยอาศัยเสียงจากวุฒิสภา ในครั้งนั้นพรรคกิจสังคมได้มากที่สุด 88 ที่นั่ง พรรคชาติไทย 47 ที่นั่ง พรรคที่สนับสนุน พล.อ.เกรียงศักดิ์ได้แค่ 26 ที่นั่ง แต่ส่วนใหญ่เรามักจะจำ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เป็นนายกฯ ถึง 3 สมัย 8 ปี 5 เดือนโดยที่ไม่ต้องลงเลือกตั้ง อาศัยแรงสนับสนุนจากกองทัพ

“พรรคที่ชนะที่ 1 หัวหน้าพรรคไม่ได้เป็นนายกฯ ถ้าอยากตั้งรัฐบาลแข่งก็จะได้ไปเป็นฝ่ายค้าน สมัยนั้นมีคำอธิบายว่า ‘น้ำเป็นของฟ้า ปลาเป็นของนก นายกฯเป็นของเปรม’

“ไทยเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 เพราะ 1.มีการเลือกตั้งที่ยุติธรรม การแข่งขันระหว่างนักการเมืองในพรรคการเมืองต่างๆ มีการยอมรับผลเลือกตั้ง การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเป็นไปตามผลเลือกตั้ง

“มีนายกฯจากการเลือกตั้ง พรรคที่ได้อันดับ 1 แม้ว่าจะแพ้กัน 2-3 คะแนน แต่พรรคที่ได้อันดับ 1 ก็จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เช่น รัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา, รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นรูปธรรมว่าการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามผลการเลือกตั้ง

“แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเมืองเราขาดประสิทธิภาพ ขาดความโปร่งใส และที่สำคัญคือขาดเสถียรภาพ เพราะรัฐบาลทุกสมัยไม่มีใครอยู่ครบวาระ นำไปสู่การปฏิรูปการเมืองผ่านรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งทำให้เราเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงกติกาสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้ง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ที่พรรคการเมืองต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้ช่วงก่อนเลือกตั้ง ไม่ใช่คิดว่าเป็นแค่การหาเสียงเท่านั้น ซึ่งก็เกิดขึ้นกับประชาชนในช่วงนี้ นำไปสู่การ ขึ้นสู่อำนาจครั้งใหญ่ของ คุณทักษิณ ชินวัตร และผลการเลือกตั้งเช่นนี้นำมาสู่การรัฐประหาร 2549 ด้วยข้อกล่าวหามากมาย” นายอุเชนทร์ชี้

นายอุเชนทร์กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจที่แท้จริง หรือพลังที่ต่อต้านประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้อำนาจประชาชน ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจที่แท้จริง

“ขอเน้นว่าการมุ่งเน้นการบริหารโดยไม่แตะ ไม่ยอมปฏิรูปโครงสร้างอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน อันตรายต่อประชาธิปไตย อย่างที่เราเห็นว่าหลังจากปี 2549 ก็มีการพยายามสร้างระบบการเมืองอีกแบบหนึ่ง” นายอุเชนทร์กล่าว

อุเชนทร์ เชียงเสน ภาพจาก : สำนักข่าวราษฎร

นายอุเชนทร์ยังตั้งข้อสังเกตถึงการใช้ ม.112 ว่า คดีค่อนข้างขึ้นๆ ลงๆ ช่วงปี 2548 การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่นำไปสู่การรัฐประหารปี 2549 หลังจากนั้นก็มีการต่อต้านรัฐประหารการเกิดขึ้นของคนเสื้อแดง หลังช่วงนี้จะเห็นว่ากราฟของคดี 112 เพิ่มขึ้นช่วงที่ความขัดแย้งหนักๆ

การที่ประชาชนออกมาวิจารณ์นำไปสู่การฟ้องร้องมากขึ้น ม.112 มาอีกรอบคือช่วงปี 2563 จุดเปลี่ยนที่คดีเพิ่มขึ้นเยอะ คือเพิ่มขึ้นเดือนพฤศจิกายน ที่นายกฯออกมาบอกว่าจะใช้กฎหมายทุกมาตราในการดำเนินกับผู้ชุมนุม มีความเป็นการเมืองอย่างมากในการใช้ และตีความ

“ผมพยายามนึกว่าสิ่งที่ผู้ครองอำนาจในปัจจุบันพยายามสร้าง หรือหาสูตรทางการเมืองไทยที่คิดว่าเหมาะสมสำหรับประเทศไทยคืออะไร ด้านหนึ่งผมคิดว่า 1.ไม่สามารถปฏิเสธการเลือกตั้งได้ เพราะไม่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ แต่ 2 .ไม่ยอมให้อำนาจของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง สะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง

“แต่ถ้าจะกลับไปประชาธิปไตยครึ่งใบ ก็จะดูโจ่งแจ้งและหน้าด้านเกินไปเกินไป ผมคิดว่าสิ่งที่เขาพยายามสร้างและต่อสู้กันไปนั้น ในการศึกษาการเมืองเปรียบเทียบจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ระบอบผสม’ ที่อยู่ระหว่างเสรีประชาธิปไตยกับอำนาจนิยม เรียกว่าระบอบอำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้ง คือมีการเลือกตั้งพอเป็นพิธีแบบที่เรารู้จักกันอยู่นี้ ยังเล่นเกมการเลือกตั้งแบบหลายพรรคอยู่ มีการเลือกตั้งหัวหน้าฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติตามระยะ แต่มีการละเมิดหลักสิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรมแบบเสรีประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้งและเป็นระบบ เพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือของระบบอำนาจนิยมมากกว่าเครื่องมือของระบอบประชาธิปไตย” นายอุเชนทร์กล่าว

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะเฉพาะของสังคมไทย ที่เป็น ‘ระบอบอำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้ง’ มีการบงการระบบการเมือง โดยกระทำผ่านองค์กร หรือสถาบันทางการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ดูเหมือนว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ถ่วงดุลย์การใช้อำนาจอันมิชอบของรัฐสภา

“กลไกหลักนี้ทำมาตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยการใช้ขบวนการศาลรัฐธรรมนูญ ส.ว. คณะกรรมการแต่งตั้ง พรรคการเมืองสืบทอดอำนาจที่มาลงแข่งขัน ถ้าจำเป็นก็จะรัฐประหาร แต่ผมคิดว่าการรัฐประหารไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ในการสร้างระบบการเมืองอำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้ง” นายอุเชนทร์เผยมุมมอง

จากนั้นเวลา 19.40 น. มีการฉายวีดิทัศน์รำลึกเหตุการณ์การชุมนุมต่อสู่เพื่อประชาธิปไตย ก่อนที่วงสามัญชน จะร่วมบรรเลงดนตรี ส่งท้ายกิจกรรม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง