หน้าแรก การเมือง ไทยสร้างไทย แ...

ไทยสร้างไทย แนะรบ. ดิจิทัลวอลเล็ตไม่ใช่แค่บล็อกเชน แต่ต้องเตรียมคนให้พร้อม

11.09.23 | 14:25 น.

‘ไทยสร้างไทย’ แนะรัฐบาล นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตไม่ใช่แค่บล็อกเชน แต่ต้องเตรียมคนให้พร้อม เปิดโอกาสให้ทุกธุรกิจอย่างเท่าเทียม ย้ำจุดยืนถ้าเรื่องไหนดีพร้อมผลักดันให้สำเร็จ

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 11 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานสภา นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวต่อว่า ขอเสนอแนะต่อนโยบายด้านต่างๆ ของรัฐบาลดังนี้ ประเด็นการเมืองการจัดทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญ แต่ในนโยบายยังขาดรายละเอียดการดำเนินการและกรอบเวลาที่ชัดเจน พรรค ทสท. ยืนยันแนวทางในแก้ไขให้มีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็ว โดยจะยกเว้นหมวดที่ 1 และ 2 ผ่านกระบวนการสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง

นโยบายด้านเศรษฐกิจ เวลานี้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะเติบโตต่ำ เหลื่อมล้ำสูง และคนส่วนใหญ่ขาดโอกาสที่จะเติบโต โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับเศรษฐกิจสมัยใหม่ แต่ต้องเน้นย้ำว่า การสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ใช่แค่การสร้างบล็อกเชนเท่านั้น แต่หมายถึงการสร้างระบบเศรษฐกิจ ที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

นายฐากรกล่าวต่อว่า ขอเสนอแนวทางการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง 3 ด้าน คือ 1.เตรียมคนให้พร้อม สนับสนุนให้คนไทยมีทักษะสำคัญที่เข้ากับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล เช่น การคำนวณ ภาษา โปรแกรม และการปรับตัวให้ทัดเทียบประเทศสากลอื่นๆ 2.สนับสนุนธุรกิจให้โต รัฐบาลต้องสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความรู้ การแข่งขัน และนวัตกรรม โดยดึงดูดธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติให้มีการลงทุนมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ประชาชนในวงกว้างได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยี และ 3.ลดกฎเกณฑ์ภาครัฐที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือให้ประชาชนสามารถตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลได้

นายฐากรกล่าวว่า รัฐบาลต้องเร่งจัดตั้งกองทุนสตาร์ตอัพให้สำเร็จโดยเร็ว เพราะเป็นนโยบายที่สำคัญ กระจายโอกาสให้ทุกคนเท่าเทียมกัน พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ขณะที่โจทย์ใหญ่อีกประการคือ ด้านสาธารณสุข เห็นว่าจำเป็นต้องเร่งทำประเด็นบัตรประชาชนใบเดียว รักษาได้ทุกที่ ต้องสามารถใช้สำหรับดึงข้อมูลประวัติคนไข้ และประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลทุกที่ ที่คนไข้เคยรักษามาได้ทั้งหมด เช่นเดียวกับด้านการศึกษา กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว ยังไม่มีการดำเนินการเพื่อยกระดับการศึกษาใดๆ เช่น การสนับสนุนอุปกรณ์ในสถานศึกษา ตามที่กฎหมายให้อำนาจหน้าที่ตัวเองไว้ จึงขอให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเร่งดำเนินการในเรื่องนี้

Advertisement

ขณะที่นโยบายห่วงโซ่อุปทาน ประเทศไทยควรมีจุดยืนในเรื่องห่วงโซ่อุปทานอย่างชัดเจน และปฏิรูปนโยบายด้านแรงงานให้เสมอภาค และประเทศไทยควรเป็นผู้นำในการหารือและปฏิรูปประเด็นแรงงานข้ามชาติ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญในภูมิภาคอาเซียน

พรรค ทสท. ยังย้ำจุดยืนว่า จะไม่เป็นฝ่ายค้านที่ค้านทุกเรื่อง หรือใช้วาทกรรมที่สร้างความแตกแยกเกลียดชัง ถ้ารัฐบาลตั้งใจทำงาน พรรค ทสท. พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ถ้ารัฐบาลทำไม่ถูกต้อง มีการทุจริต หรือทำให้ผลประโยชน์ของประชาชนเสียหาย เราจะทำหน้าที่ของเราอย่างไม่ยำเกรง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :