เด็กนิเทศ พ้อ เรียนจบไป ‘ไม่อยากทำแค่ข่าว PR’ ร้อง รบ.โฟกัสปม ‘เสรีภาพ’ กลัวถึงวันสื่อผวา เลื่อนฟีดไม่เจอข่าวม็อบ
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ลานโลมา คณะนิเทศศาสตร์ คณะกรรมการนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมใส่เสื้อดำ ร่วม #ยืนหยุดขัง เรียกร้องเสรีภาพในการรายงานข่าวของสื่อมวลชน โดยให้ตำรวจปล่อยตัวนักข่าวประชาไทและสื่ออิสระอื่นๆ ที่โดนจับตัวไปเมื่อวานนี้
บรรยากาศเวลา 12.30 น. นิสิตคณะนิเทศศาสตร์และนิสิตจุฬาฯ ตลอดจนคณาจารย์ ทยอยมารวมตัว อาทิ น.ส.อันนา อันนานนท์ กลุ่มนักเรียนเลว, น.ส.พลอยวรินทร์ ชิวารักษ์ น้องสาว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำราษฎร, มี ผศ. ดร.มรรยาท อัครจันทโชติ หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ, ดร.พัชร์ นิยมศิลป อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งสอนวิชากฎหมายการชุมนุมสาธารณะ มาร่วมด้วย
โดยนิสิตสวมใส่เสื้อสีดำ พร้อมใจกันยืนเรียงแถว ชูป้ายข้อความ อาทิ เสรีภาพสื่อ = เสรีภาพประชาชน, ทำข่าวควรอิสระ คืนนักข่าวให้ประชาชน“ “รัฐยุติธรรม” “อยากเป็นนักข่าว ไม่อยากเป็นข่าว” ไปจนถึงข้อความ “Journalist is not Crime #saveสื่อมวลชน” เป็นเวลา 11.2 นาที ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด โดยมีการบันทึกภาพภายในมหาวิทยาลัย ทั้งในช่วงก่อนและระหว่างทำกิจกรรม
นายอภิสิทธิ์ ฉวานนท์ ผู้แทนนิสิตคณะกรรมการนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมว่า การยืนหยุดขังในวันนี้ เรามีจุดประสงค์เพื่อแสดงออก ว่าการทำข่าวของผู้สื่อข่าวประชาไทและช่างภาพข่าวอิสระที่ถูกจับกุมตัวไปเมื่อวานนี้ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังต้องติดอยู่ในคุกใน สน. เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
“ผมเชื่อว่าถ้าวันนี้เขาไม่ได้ติดคุก ก็คงมายืนร่วมทำข่าวอยู่ตรงนี้ เพราะการชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพ และการทำข่าวก็เป็นเสรีภาพเหมือนกัน ฉะนั้น พวกเราที่มายืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่คนที่จะต้องติดคุก ไม่ใช่คนที่ต้องรับโทษ แต่เราเป็นคนที่เชื่อเรื่องเดียวกัน ว่าการทำข่าวเป็นเสรีภาพของประชาชน เสรีภาพสื่อ คือ เสรีภาพของประชาชน เราจึงมายืนตรงนี้ร่วมกันใช้พื้นที่เล็กๆ ของมหาวิทยาลัย รวมพลเท่าที่ได้ เพื่อแสดงออกว่าตำรวจไม่สมควรจับนักข่าว ไม่สมควรต้องเข้าไปนอนอยู่ในคุก” นายอภิสิทธิ์ชี้
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นนิสิตที่เรียนวิชาสื่อสารมวลชนด้วย อยากสื่อสารอะไรถึงรัฐบาลที่ก่อให้เกิดกรณีเหล่านี้ขึ้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ความจริงเรื่องการทำข่าวกลายเป็นอาชญากรรมในหลายประเทศ ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่เรื่องนี้ไม่ควรเป็นเรื่องปกติ นอกจากประเด็นนักข่าวที่ถูกจับ เมื่อวานที่จังหวัดลพบุรี โรงภาพยนตร์ของประชาชนที่เข้าร่วมในแคมเปญนิรโทษกรรมประชาชน ก็ถูกตำรวจปิดระงับกิจกรรมไม่ให้ฉาย
“เราเชื่อว่าในรัฐบาลที่มาจากพลเรือน รัฐบาลประชาธิปไตยรวมถึงรัฐบาลที่สนับสนุนเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ เองประเด็นด้านสื่อและเสรีภาพควรต้องสนับสนุน ควรชูเป็นประเด็นหลัก โดยเฉพาะ รัฐบาลที่ตั้งใจสมัครเป็น คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ในเดือนตุลาคมเองแล้วนั้น เสรีภาพสื่อเป็นเรื่องที่ทั่วโลกจับตามองในปี 2024”
“เชื่อว่าเป็นเรื่องที่นายก เศรษฐา ทวีสิน, พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และทุกคนต้องให้ความสนใจ เรื่องของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ เราคาดหวังให้หน่วยงานราชการรัฐบาลรวมถึงพรรคการเมืองทุกพรรค ควรพูดถึงเรื่องนี้ในสภา นำเสนอในที่ประชุมและพรรคการเมืองของตนเอง รวมถึงในทุกๆ ที่ ที่เขามีโอกาส ควรออกมาเรียกร้องว่าไม่ควรมีผู้สื่อข่าวคนไหนต้องถูกจับ หรือรุมกระทืบจากกรณีที่ ศปปส.เข้าไปกระทืบ คุณดอน และขุนแผนแสนสะท้านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ไม่ควรมีโรงหนังไหนของประชาชนคนถูกปิดจากการทำกิจกรรมเล็กๆ เชื่อว่าเรื่องนี้ผู้มีอำนาจต้องพูดถึง และเรียกร้องให้ผู้สื่อข่าวถูกปล่อยตัวออกมาจากคุกให้ได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า คนรุ่นใหม่ที่เรียนวิชาสื่อสารมวลชนคิดเห็นอย่างไรบ้างในมหาวิทยาลัย นายอภิสิทธิ์เผยว่า ความจริงเรื่องนี้เป็นพวกเราในคณะกรรมการนิสิต คณะนิเทศศาสตร์ ได้คุยกัน บางส่วนรู้สึกกลัว เราเข้าใจว่าอยู่ในรัฐบาลประชาธิปไตย เชื่อมโยงอำนาจกับประชาชน แต่ว่าในขณะเดียวกันมีผู้สื่อข่าวที่โดนจับในอนาคต
“แน่นอนว่าพวกเราจบไปก็ต้องมายืนแบบพี่ๆ ยืนหลังกล้อง หลังไมค์ มาเป็นผู้สื่อข่าว มาเป็น Journalist แต่ไม่แน่ใจเลยว่าในอนาคตอีก 2-3 ปีที่จะเรียนจบ ถ้าเราเป็นผู้สื่อข่าวแล้วใครจะโดนจับบ้าง ศิษย์เก่าคนไหนจะโดนจับ จากการไปทำข่าวบ้าง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราหวาดกลัว รู้สึกไม่มั่นคงในอนาคตและวิชาชีพของตนเอง เป็นเหตุผลที่ต้องมาร่วมแสดงพลังกัน” นายอภิสิทธิ์เผย
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า วันนี้เรามีตำรวจมาจับตาดู อาจมีบางเรื่องที่เราพูดออกไป แล้วอาจะถูกแจ้งข้อหาอะไรก็ได้ หรืออาจมีผู้สื่อข่าวถูกตั้งข้อหา ถ้าเราไม่พูดในอนาคตอีก 2-3 ปีที่เราต้องเป็นนักข่าวก็อาจจะโดนจับอยู่ดี จึงเป็นเหตุผลที่เราที่นี่ คนที่เรียนวารสารศาสตร์ สื่อสารมวลชน ออกมาร่วมแสดงพลังกันในวันนี้
เมื่อถามถึงความเห็นของคณาจารย์ในคณะว่าเป็นอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์เผยว่า เท่าที่เห็นวันนี้มีอาจารย์จากทั้งคณะนิเทศศาสตร์ คณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์มาร่วมสังเกตการชุมนุม รวมทั้งมาร่วมยืนด้วย
“มีอาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ ผศ.ดร.มรรยาท อัคราจันทโชติ ก็มีการล่ารายชื่อในภาควิชาการและภาคประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายอันดี เราจะร่วมกันส่งเสียงเรื่องนี้ดังๆ ให้รัฐบาล ผู้มีอำนาจทุกคนหันมาสนใจเรื่องนี้มากขึ้น”
“ลำพังเด็กตัวเล็กๆ อย่างเราหลัก 10 คนไม่มีทางทำให้นายกฯ ท่านรับรู้เรื่องนี้ คุณอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หรือ ผบ.ตร.ต่อศักดิ์ ไม่มีทางรับรู้ถ้ามีแค่พวกเราตัวเล็กๆ มายืนกันตรงนี้ หวังว่าเรียนจบไปแล้วจะมีความยุติธรรม มีความเป็นธรรมในประเทศไทยมากขึ้น” นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่าอยากกล่าวอะไรกับสังคมทั่วไป ในการจับตาบทบาท การทำหน้าที่ของสื่อมวลชน นายอภิสิทธิ์ เผยว่า เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว คณะนิเทศ ศาสตร์ จุฬาฯ ก็มีการจัดม็อบ #สื่อมีไว้ทำไม ยังมีร่องรอยการประท้วงอยู่ ตั้งคำถามว่าสื่อในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำเสนอข้อมูลกลุ่มผู้ชุมนุมชายขอบ ที่เดือดร้อนมากน้อยแค่ไหน เป็นสิ่งที่นักเรียนสื่อเมื่อหลายปีที่แล้วเคยพูดเรื่องนี้ไว้
“ในขณะเดียวกัน เชื่อว่าพี่ๆ สื่อมวลชนทุกคนเชื่อในหลักการเดียวกัน สื่อบางสำนักอาจจะมีข้อจำกัดของตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วเรื่องเสรีภาพสื่อควรเป็นเรื่องขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าสื่อไหนมีข้อจำกัดแบบไหน ก็ควรยืนอยู่บนจุดเดียวกัน”
“สำหรับพี่ๆ สื่อมวลชนเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่การทำหน้าที่สื่อมวลชนกับสังคม เป็นสิ่งที่เราตั้งคำถาม และจะตั้งคำถามต่อไป ถ้าเราเห็นว่าข่าวไหนเอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากจนเกินไป เราก็จะตั้งคำถามต่อไป ในขณะเดียวกัน ถ้าพี่ๆสื่อมวลชนกลุ่มนี้กำลังจะถูกจับ หรือได้รับความเดือดร้อนจากความไม่เป็นธรรม เราก็จะหันกลับมาถามว่า ‘เสรีภาพสื่อยังมีอยู่จริงหรือเปล่า’ ยืนอยู่บนหลักการพื้นฐานเรื่องเดียวกัน”
“อยากฝากทุกคนในสังคมให้เรียกร้องเรื่องนี้ อาจจะมีสักวันหนึ่งที่เราเปิดโทรทัศน์ดู แล้วไม่มีข่าวช่องไหนพูดเรื่องผู้ชุมนุมเลย อาจจะมีสักวันที่เราเปิดข่าวในเว็บไซต์ เลื่อนฟีดในเฟซบุ๊ก ใน X (ทวิตเตอร์) แล้วไม่มีใครกล้านำเสนอข่าวผู้ชุมนุมเลย เราไม่อยากให้ถึงวันแบบนั้น เราไม่อยากให้โลกเราเป็นแบบนั้น ไม่อยากให้เด็กนิเทศฯ ที่จบไป ต้องทำแค่ข่าวธุรกิจประชาสัมพันธ์ PR รัฐบาลเท่านั้น หวังว่าเราจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้” นายอภิสิทธิ์กล่าว
สำหรับการชุมนุมในวันนี้ สืบเนื่องกรณี ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม นายณัฐพล เมฆโสภณ ผู้สื่อข่าวประชาไท ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้มีการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน กับ พ.ร.บ.ความสะอาด จากการขีดเขียนข้อความที่บ้านพัก ตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 โดยตำรวจจาก สน.พระราชวัง เข้าแสดงหมายจับพร้อมควบคุมตัว และยังมีนักข่าวอิสระถูกจับอีก 1 ราย บริเวณวัดสุทธิวราราม ก่อนนำตัวไป สน.พระราชวัง จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในเรื่องของสิทธิและเสรีภาพในการนำเสนอข่าวของสื่อ
นอกจากนี้มีกรณี ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ทำร้ายสื่อมวลชนอิสระอย่างน้อย 2 รายได้แก่ ลุงดร เกตุเผือก และ ขุนแผน แสนสะท้าน เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระหว่างรายงานข่าวการชุมนุมของกลุ่มทะลุวังบริเวณรถไฟฟ้าสถานีสยาม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ไม่เอา ตร. ‘เราไว้ใจป้าเบียบ’ แต่งดำไว้อาลัยเสรีภาพสื่อ ตร.พรึบจุฬาฯ ยืนหยุดขังจี้ปล่อยตัวนักข่าว
- นิสิตจุฬาฯ ลั่น ทำข่าวไม่ใช่อาชญากร อ.นิติฯ ร่วม ‘ยืนหยุดขัง’ หวั่นนิรโทษฯปชช.ถูกเท
- สน.พระราชวัง จับนักข่าวประชาไท-สื่ออิสระ ต้นสังกัดคาดเหตุทำข่าวพ่นกำแพงวัดพระแก้ว

