“พิธา” เมินคำวิจารณ์ “ฝ่ายค้าน” บอกเน้นคุณภาพมากกว่าความเร็ว ย้ำ 1 ปี อภิปรายได้ครั้งเดียว ต้องออกอาวุธตอนได้ประโยชน์มากสุด แนะต้องแตะโครงสร้างมากกว่านี้ งง “เศรษฐา” ทำไมบอกพฤติกรรม “หมออ๋อง” ไม่เหมาะสม ชี้ ร่าง กม.การเงิน “รัฐบาล-พรรคร่วมฯ” ก็ได้ประโยชน์
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ตลาดบิ๊กซัน ต.หนองวัวซอ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงคำวิจารณ์ที่บอกว่าฝ่ายค้านทำหน้าที่แผ่วลง ว่า “ไม่แผ่ว” แต่เรามองเป็นยุทธศาสตร์ การที่ทำอะไรเร็วๆ ลวกๆ จะเป็นเรื่องดีเสมอไป ขอเน้นคุณภาพมากกว่าความเร็ว ไม่ได้หมายความว่าวุฒิสภาอภิปรายแล้วเราต้องอภิปรายบ้าง ต้องดูข้อมูลและฐานความสำคัญของประชาชน ที่ต้องอธิบายให้ประชาชนฟังว่า ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรืออภิปรายทั่วไป 1 ปีมีแค่อย่างละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องออกอาวุธเมื่อมีประโยชน์มากที่สุด ไม่ใช่ตอนที่โดนเร่งเร้าให้ใช้ หากมีเรื่องอภิปรายที่สำคัญก็กลับมาใช้สิทธินั้นไม่ได้แล้ว พร้อมย้ำ 1 ปีต้องมียุทธศาสตร์ สำหรับแนวโน้มที่จะเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ นายพิธากล่าวว่า “ก็เป็นไปได้ ทั้งการอภิปรายทั่วไปและอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากตอบตรงๆ เขาก็รู้”
ขณะเดียวกัน นายพิธายังประเมินการทำงานของรัฐบาลในช่วงเวลา 6 เดือนว่า ในใจตนอยากให้รัฐบาลลงมาแก้ไขปัญหาประเทศให้มากขึ้น ข้อดีที่เห็นอยู่คือ เรื่องการต่างประเทศที่ช่วยวิกฤตสงครามในอิสราเอล แต่เข้าใจว่าขณะนี้ยังมีคนอุดรธานีติดอยู่ที่นั่น ประมาณ 7-8 คน จึงขอฝากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ติดตามเรื่องนี้ให้กับพี่น้องชาวอุดรธานีด้วย
นายพิธากล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องภายในประเทศ ปัญหาความเหลื่อมล้ำมีสิ่งที่จะต้องแก้ และแตะโครงสร้างให้มากกว่านี้ รวมถึงร่างกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ที่เดินทางไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อทวงถามเรื่องร่างกฎหมาย ซึ่งเป็นประโยชน์กับรัฐบาล ไม่ได้มีกฎหมายเฉพาะฝ่ายค้าน แต่มีของรัฐบาลด้วย หากรัฐบาลอยากแก้ไขปัญหาอะไรแต่กฎหมายไม่เอื้อ มันก็แก้ไม่ได้ เพราะติดโครงสร้างกฎหมายอยู่ จึงเชื่อว่านายปดิพัทธ์ตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและช่วยรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาได้ดีมากขึ้น พร้อมเห็นว่าเป็นการปฏิบัติตามมารยาททุกอย่าง ประสานงานไป 2 ครั้ง โดยส่งหนังสือถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 และ 21 กุมภาพันธ์ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับมาเป็นรูปธรรม จึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง เป็นเหตุให้เข้าไปพบที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ เป็นเรื่องดีเพราะเป็นการประสานงานให้กับประชาชน ถือเป็นประโยชน์ให้กับรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลด้วยซ้ำ
ส่วนที่รัฐบาลออกมาติงว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่บุกไปทำเนียบรัฐบาล นายพิธาถามกลับว่า “ไม่เหมาะสมตรงไหน” เพราะเท่าที่ติดตามข่าวท่านก็ถามว่าเหมาะสมหรือไม่ ถ้าประสานก็มีคนต้อนรับแล้ว คำตอบที่ได้ยินต่อมาคือประสานไป 2 ครั้ง โดยย้ำว่าได้ทำหนังสือไปที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีในวันที่ 7 และ 21 กุมภาพันธ์ถูกหรือไม่
“จึงไม่เข้าใจว่าที่ไม่เหมาะสมคืออะไร เพราะหากเอาประชาชนมาเป็นที่ตั้ง กฎหมายบางฉบับยื่นไปให้เซ็นตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งมีกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งวาระทางนิติบัญญัติ ถ้ารวดเร็ว ประโยชน์ไม่ได้อยู่ที่สภาอย่างเดียว แต่อยู่ที่รัฐบาลและพี่น้องข้าราชการ ที่กฎหมายเอื้อต่อการแก้ไขปัญหา ก็ไม่ทราบว่าไม่เหมาะสมตรงไหน ขอคำอธิบายจากรัฐบาลด้วย” นายพิธากล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เศรษฐา ย้อนถามพฤติกรรม ‘หมออ๋อง’ บุกทำเนียบทวง กม.เหมาะสม? ถ้าประสานดีก็เปิดรับแล้ว
- หมออ๋อง เปิดเอกสาร 2 ฉบับ โต้บุกทำเนียบ พบนายกฯ ยันประสานแล้ว วัน-เวลาชัด
- ‘สมคิด’ ติง ‘ปดิพัทธ์’ บุกทำเนียบ อัดไม่มีใครทำกัน เตือนอย่าใช้อารมณ์รุกไล่ฝ่ายบริหาร
- ธนกร ติง ปดิพัทธ์ บุกทำเนียบ ล้ำเส้นเกินไป หวั่นมีวาระซ่อนเร้น แนะรักษาเกียรติสภา ด้วย

