หน้าแรก การเมือง ผู้แทน OHCHR ...

ผู้แทน OHCHR ชี้จุดที่ไทยยังสอบไม่ผ่าน-โอกาสแสดงความเป็น ผู้นำอาเซียน

25.10.24 | 22:42 น.

ผู้แทน OHCHR ชี้จุดที่ไทยยังสอบไม่ผ่าน – โอกาสแสดงความเป็น ‘ผู้นำอาเซียน‘

ผู้แทน OHCHR ชี้ จุดบกพร่องไทย  – โอกาสแสดงความเป็น ‘ผู้นำ’ อาเซียน – เตือนความท้าทายที่ต้องเจอ ในที่นั่ง ‘คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ‘

เนื่องด้วย ประเทศไทยได้ลงสมัครรับเลือกเป็น สมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ปี 2568-2570 ซึ่งไทยจะต้องเผชิญกับบทบาทใหม่ที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่เราพร้อมรับมือกับความท้าทายนั้นหรือไม่

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม  ที่ชั้น 22 The Society, Gaysorn Tower คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) ร่วมกับ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จัดเวทีเสวนา ‘THAILAND: HUMAN RIGHTS COUNCIL ความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน ความท้าทายที่ยังคงอยู่ของไทยในที่นั่ง คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council: UNHRC) โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ชี้จุดท้าทาย ในประเด็นสิทธิมนุษยชนที่ไทยยังต้องเปลี่ยนแปลง หรือเดินหน้าต่อ

บรรยากาศเวลา 18.30 น. คาเทีย คริริซซี (Katia Chirizzi) รองผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) กล่าวเปิดงาน

Advertisement

คาเทียกล่าวว่า ขอแสดงความยินดี ที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ไทยเองก็ได้ให้คำมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชน ทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ จึงเป็นโอกาสที่ไทย จะแสดงภาวะความเป็นผู้นำ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ไทยมีความสามารถนั้น

“ไทยเอง คืบหน้าหลายประการ ทั้งการให้สัตยาบัน ในการคุ้มครองและป้องกันการซ้อมทรมานและการอุ้มหาย และมีการออก พ.ร.บ.อุ้มหาย ที่แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทต่อการแก้ปัญหาการซ้อมทรมาน ที่ทำลายสิทธิและศักดิ์ศรีของมนุษย์

ไทยมีความคืบหน้าหลายด้าน อาทิ ประเด็น ‘เพศสภาพ’ ที่มีการแก้ไขกฎหมายจนเกิด พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม และเปิดกว้างด้านการแสดงออกทางเพศสภาพ นอกจากนั้นยังมี หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ให้สิทธิทางสุขภาพแก่ กลุ่ม LGBTQ+ แสดงถึงความคืบหน้าในการลดความเหลื่อมล้ำและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” คาเทียเผย

คาเทียกล่าวต่อว่า เรื่อง อนุสัญญาสิทธิเด็ก ข้อ 22 ที่มีการตั้งข้อสงสัยเอาไว้ ต่อมาถูกถอดออกไปนั้น จะเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน ที่เป็นผู้ลี้ภัย ได้รับการคุ้มครองสิทธิ

อย่างไรก็ตาม เรายังมีข้อท้าทายและข้อคาดหวังให้ไทยแก้ไข เช่น

1.การปฏิบัติตามพันธกรณีต่างๆ และคำมั่นที่ไทยให้ไว้ ในฐานะสมาชิก UNHRC

2.แก้ไขประเด็นที่ยังบกพร่อง ภายใต้มาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ คือเรื่อง ‘สิทธิเสรีภาพ’ ในไทยที่หดแคบ, เรื่องชนเผ่าพื้นเมือง, นักกฎหมาย ฯลฯ ที่ยังพบอุปสรรคในการทำงาน การใช้โทษอาญา ม.116 ยุยงปลุกปั่น และ ม.112 ยังเป็นข้อกังวลที่ใหญ่หลวง ในประเด็นเสรีภาพการแสดงออกและการรวมตัว

กระบวนการยุติธรรม มีความสำคัญอย่างมาก ในการปกป้องสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมความปลอดภัยให้กับพลเมือง ว่าทุกคนจะได้รับการเคารพสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง

“อีกข้อท้ายทาย เพื่อสร้างความปลอดภัยให้นักมนุษยชน สิทธิสตรี และเยาวชน ควรจะสร้างรูปแบบที่เอื้อต่อการทำงานของภาคประชาสังคม โดยไม่กลัวการคุกคาม

ประเด็น ‘ผู้ลี้ภัยข้ามชาติ’ ยังเป็นประเด็นสำคัญ เป็นโอกาสที่ไทยจะแสดงให้เห็น โดยการคุ้มครองนักสิทธิ รวมถึงผ่าน ‘มาตรการไม่ส่งคนกลับประเทศ ซึ่งยังอยู่ใน ม.13 ของ พ.ร.บ.อุ้มหาย ซึ่งยังเป็นกฎหมายภายในประเทศไทยด้วย

นอกจากนั้น ยังต้องเคารพสิทธิทางสังคม เศรษฐกิจกลุ่มเปราะบาง อย่าง ‘ชนเผ่าพื้นเมือง’ และชนบท สามารถร่วมออกนโยบายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการพัฒนาขนาดใหญ่” คาเทียชี้

คาเทียกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ‘การเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาพอากาศ’ (Climate Change) ทำให้เกิดน้ำท่วม และสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง พ.ร.บ.โลกร้อน ก็ควรจะใช้มาตรการด้านสิทธิมนุษยชนเข้ามา เช่น สร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ด้วยการสร้างพื้นที่ประชาชนให้เปิดกว้าง เพื่อให้เกิดความร่วมมือ

ส่วนปัญหาสุดท้ายคือ ‘การลอยนวลพ้นผิด’ ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย

คาเทียกล่าวอีกด้วยว่า เราพร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สำหรับทุกคน ด้วยตำแหน่งแห่งที่ของประเทศไทย สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีด้านสิทธิมนุษยชนได้ และทำให้เห็นว่า เกิดการสร้างสังคมที่มีการเคารพสิทธิทุกประการอย่างแท้จริง

ซี่งไทย เคยให้คำมั่นเอาไว้ ว่าจะใช้มาตรการที่เคารพสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ เพื่อทำให้ประชากร โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่กระทบต่อชีวิต

“เรา (UNHRC) พร้อมที่จะสนับสนุนไทย ในการยึดคำมั่น ให้เกิดผลปฏิบัติอย่างแท้จริง ให้เกิดการผลักดันสิทธิมนุษยชน โดยไทยควรมีมาตรการต่างๆ เพื่อให้พื้นที่พลเมือง ดำเนินไปได้อย่างเข้มแข็ง โดยไม่ถูกคุกคาม” คาเทียกล่าวทิ้งท้าย

ต่อมาเวลา 18.55 น. เข้าสู่ช่วงเสวนาในหัวข้อ ‘ความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน ความท้าทายที่ยังคงอยู่ของไทยในที่นั่ง คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ‘ โดย นายเฝาซี ล่าเต๊ะ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย, นายอัครชัย ชัยมณีการเกษ หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศและนโยบาย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, น.ส.สัณหวรรณ ศรีสด นักกฎหมายจาก คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ), นายอูเซ็ง ดอเลาะ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จ.นราธิวาส และ น.ส.พรชิตา ฟ้าประทานไพร นักกิจกรรมเยาวชนชาวกะเหรี่ยง หมู่บ้านกะเบอะดิน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่