หน้าแรก การเมือง แอมเนสตี้ฯ ลั...

แอมเนสตี้ฯ ลั่น ‘คดีตากใบ’ ต้องไม่จบแค่นี้ ฝาก 4 ข้อหยุดลอยนวล จี้ ผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

25.10.24 | 23:21 น.

แอมเนสตี้ฯ ลั่น ‘คดีตากใบ’ ต้องไม่จบแค่นี้ ฝาก 4 ข้อหยุดลอยนวล จี้ ผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

เนื่องด้วย ประเทศไทยได้ลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ปี 2568-2570 ซึ่งไทยจะต้องเผชิญกับบทบาทใหม่ที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่เราพร้อมรับมือกับความท้าทายนั้นหรือไม่

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม เวลา 17.00 น. ที่ชั้น 22 The Society, Gaysorn Tower คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) ร่วมกับ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จัดเวทีเสวนา ‘THAILAND: HUMAN RIGHTS COUNCIL ความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน ความท้าทายที่ยังคงอยู่ของไทยในที่นั่ง คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council: UNHRC) โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ชี้จุดท้าทาย ในประเด็นสิทธิมนุษยชนที่ไทยยังต้องเปลี่ยนแปลง หรือเดินหน้าต่อ

บรรยากาศเวลา 18.30 น. คาเทีย คริริซซี (Katia Chirizzi) รองผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) กล่าวเปิดงาน

เวลา 18.55 น. เข้าสู่ช่วงเสวนาในหัวข้อ ‘ความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน ความท้าทายที่ยังคงอยู่ของไทยในที่นั่ง คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ‘ โดย นายเฝาซี ล่าเต๊ะ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย, นายอัครชัย ชัยมณีการเกษ หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศและนโยบาย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, น.ส.สัณหวรรณ ศรีสด นักกฎหมายจาก คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ), นายอูเซ็ง ดอเลาะ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จ.นราธิวาส และ น.ส.พรชิตา ฟ้าประทานไพร นักกิจกรรมเยาวชนชาวกะเหรี่ยง หมู่บ้านกะเบอะดิน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่

Advertisement

ในตอนหนึ่ง นายเฝาซี จากแอมเนสตี้ฯ กล่าวว่า ในช่วงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย พบว่า มีการชุมนุมทางการเมืองลดลง แต่อาจสัมพันธ์กับการฟ้องคดีที่มากขึ้น ในขณะที่ไทยได้ให้คำมั่นสัญญา ในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก UNHRC (เมื่อ 4 ก.ย.2567) เอาไว้ว่า

“เราจะดำเนินการต่อไปและทำงานร่วมกับพันธมิตรของเรา ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและปกป้องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง”

นายเฝาซีกล่าวต่อว่า แต่ไทยยังอ้างเรื่องความมั่นคง และความสงบเหมือนเดิม ทั้งนี้ การใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ยังคงเป็นปัญหาในไทย โดยมีช่องว่างที่ทำให้ใครก็สามารถฟ้องได้ คนที่ถูกคุมขังด้วย คดี ม.112 มีกว่า 27 คดี หรือเกินครึ่งของผู้ต้องหาการเมืองที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่ในปัจจุบัน

นานาประเทศก็แสดงข้อกังวล และให้ 12 ข้อเสนอแนะ ที่ไทยได้ ‘เทคโน้ต’ (take note) ซึ่งเป็นเพียงการรับทราบ ไม่ได้หมายความว่ารับไปปฏิบัติ ‘บัสบาส’ พ่อค้าเสื้อมือสอง ซึ่งแสดงความเห็นในโลกออนไลน์ ถูกฟ้องคดี 50 กว่าปี , ทนายอานนท์ นำภา ถูกฟ้อง 14 คดี คิดจากโทษสูงสุด 15 ปีหากนำมาคูณ คือเกือบ 200 ปี ถ้ามีการลงความเห็นในทุกคดี

นายเฝาซีกล่าวว่า ประเทศไทย ในมุมเสรีภาพในการแสดงออก ยังคงมีกฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพ รวมถึง ม.116 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือแม้แต่ พ.ร.บ.ชุมนุม ส่วนตัวมีข้อสังเกตที่ย่อยไปกว่านั้น นอกจากเนื้อหาของกฎหมายแล้ว ความซื่อตรงของเจ้าพนักงานในการใช้กฎหมาย ก็ยังเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม การชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตาม กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR ด้วย

นายเฝาซีกล่าวต่อไปว่า ก้าวแรกของรัฐบาลไทย เรามีข้อเสนอ ดังนี้

1.ยกเลิก หรือแก้ไขชุดกฎหมายความมั่นคง ให้สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชน

2.เร่งผ่าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ยุติการดำเนินคดีทางการเมือง และปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข

3.รัฐบาลต้องยุติการดำเนินคดีต่อเด็กที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยทันที และไม่มีเงื่อนไข

4.ตั้งคณะกรรมสืบสวนการใช้กำลัง ในการสลายชุมนุมในช่วงปี 2563-2565 และออกคำสั่งเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่าย รวมถึงแก้ไข พ.ร.บ.การชุมนุม

นายเฝาซี ชี้ว่า กว่า 4,000 ครั้งที่มีการชุมนุมในช่วงปี 2563-2565 มีการสลายม็อบรุนแรงถึง 74 ครั้ง และข้อมูลจากม็อบดาต้า มีเด็ก 604 คนได้รับบาดเจ็บ มีคนเสียดวงตา อย่าง พายุ ดาวดิน (นายพายุ บุญโสภณ) และลูกนัท (นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย) และมีผู้เสียชีวิตจากสลายชุมนุมอย่างเช่น ด.ช.วาฤทธิ์ สมน้อย และ คุณมานะ หงษ์ทอง ที่ถูกยิงท้ายทอย ปัจจุบันเสียชีวิตและยังไม่มีการนำคนผิดมาลงโทษ

“เป็นวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในไทย ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก คดีตากใบ คงต้องมีมาตรการอื่นต่อไป ต้องไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้” นายเฝาซีกล่าว