‘โรม’ ปัดร่วมม็อบพันธมิตรฯ ที่ภูเก็ต ลั่นอดีตนายกฯ ไม่มีทางได้รับสิทธิพิเศษใดๆ แน่นอนหาก กก.เป็นรัฐบาล
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กับคณะ จำนวน 165 คน เป็นผู้เสนอ
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ในส่วนของเรื่องของชั้น 14 ทราบว่าสมาชิกฝ่ายค้านที่อภิปรายเรื่องนี้ ซึ่งกับตนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพราะท่านก็เคยไปมีความเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ภูเก็ต แต่อย่างไรตนก็เชื่อมั่นว่าท่านคงไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกตอนนั้นมาอภิปรายตนในวันนี้ด้วยรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รมว.ยุติธรรมได้พูดไปหมดแล้ว ตนอยากจะขอชี้แจงประเด็นในฐานะลูกสาวคนหนึ่ง เพราะตั้งแต่คุณพ่อกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยจนถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาลชั้น 14 ตนยังไม่ได้เป็นนายกฯ เลย จึงไม่อยากให้ท่านอภิปรายให้เกิดความสับสนเหมือนกับว่าตนเป็นนายกฯ แล้วมีอำนาจสั่งข้าราชการ หรือสั่งใครๆ ใดๆ ตนเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตอนนั้น ไม่มีอำนาจใดๆ เลยและในเรื่องของความถูกต้องและกฎระเบียบ ต่อให้อยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม ทุกคนมีหน้าที่รักษากฎระเบียบก็ต้องทำแบบนั้นต่อ การจะอภิปรายอะไรแบบนี้ต้องเห็นค่าของผู้ที่รักษากฎหมาย คนที่เป็นข้าราชการด้วย การพูดแบบนี้เหมือนเป็นการด้อยค่าไปด้วยในตัว ซึ่งตนเชื่อว่าไม่ว่าลูกคนไหนก็ตามที่เห็นความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับคุณพ่อที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี ไม่มีใครอยากให้เกิด
- โรม จัดหนักชั้น 14 ซัดนายกฯอิ๊งค์ ตัวการ ดีลปีศาจ เอาอำนาจปชช.ไปแลก พาพ่อกลับบ้าน
- ทวี ย้อน โรม ใครคือปีศาจ ดีลแลกประเทศ โต้ ทักษิณ เข้าเรือนจำก่อนอิ๊งค์เป็นนายกฯ ลั่น ทำตามรธน.
- อิ๊งค์ โต้ พ่อตัดสินใจกลับเอง ไม่ได้มีดีลปีศาจตั้งรบ. ลั่น ทักษิณ รู้จักความอยุติธรรมดีที่สุด

จากนั้น นายรังสิมันต์ โรม ใช้สิทธิพาดพิงว่า ตนเป็นคนเดียวที่อภิปรายเรื่องชั้น 14 และถูกกล่าวหาว่าเป็นพันธมิตรฯ ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งตนเข้าใจนายกฯ ว่าคงมีประสบการณ์ชีวิตหลายอย่างในชีวิตที่เจ็บปวด และขอให้กำลังใจให้ช่วงที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาก็คือเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์วันนี้พวกเรารับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ในส่วนของการกล่าวหาว่าตนเป็นพันธมิตรฯ นั้น ช่วงชีวิตนี้ตนไม่เคยเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงเทพฯ หรือภูเก็ต ตอนที่คุณพ่อท่านนายกฯ ถูกรัฐประหาร ตนอายุ 14 ปี หลังจากนั้นตนก็มีโอกาสมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ไม่เคยเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ เลย และไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ความคิดของกลุ่มพันธมิตรฯ หากจะมีความคิดไหนที่ใกล้เคียงที่สุด คือการที่เขาไปเรียกร้องประชาธิปไตย และคนเหล่านั้นเขานิยามตัวเองว่าเป็นคนเสื้อแดง แต่ตนไม่เคยนิยามตัวเองว่าเป็นคนเสื้อแดง เพราะตนตะขิดตะขวงไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณพ่อท่านทำในหลายเรื่อง ตนคือตน

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ที่มีการรัฐประหารครั้งที่สอง ที่มีการยึดอำนาจไปจากคุณอาของท่าน ตนคือคนแรกๆ ที่ออกมาต่อต้าน ออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ฉะนั้น ที่กล่าวหาว่าตนเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น ยืนยันว่าตนไม่เคยเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ และไม่เคยไปยึดสนามบินอะไรทั้งนั้น เข้าใจว่ามีคนจำนวนมากที่พยายามใส่ร้ายตนเช่นนั้น จึงขอยืนยันอีกครั้งว่าตนไม่เคยเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ แน่นอน ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าหากพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล อดีตนายกฯ จะไม่มีทางได้รับสิทธิพิเศษใดๆ อย่างแน่นอน
ทำให้ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนพร้อมที่จะรับข้อมูลใหม่ๆ เสมอ และไม่เป็นอะไร ท่านจะได้เข้าใจว่าการถูกเข้าใจผิดเป็นอย่างไร

