เปิดเกณฑ์ ITA วัดผล สตง.โปร่งใสอันดับ 1 ‘ไอซ์ รักชนก’ สุดขำ ชี้ผลัดกันเกาหลัง
จากกรณี การประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 หน่วยงานที่มีผลการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสให้ความเห็นชอบ จะได้รับรางวัล ITA AWARDS 2025 ทั้งนี้ ในกลุ่มองค์กรอิสระ ปรากฏว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้คะแนนมาอันดับ 1 ที่ 94.64 คะแนน โดยภายหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว จนทำให้ตึก สตง.แห่งใหม่ ถล่มลงมา ทำให้ สตง.ที่เป็นหน่วยงานตรวจสอบความโปร่งใสหน่วยงานหนึ่งถูกตั้งคำถามจากสังคมอย่างหนักถึงความโปร่งใส ต่อมา สตง.ออกแถลงการณ์ชี้แจง ยืนยันทำตามระเบียบ
เกี่ยวกับกรณีนี้นั้น เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ระบุทางเฟซบุ๊กว่า วันนี้ทุกคนคงได้ขำกันไปแล้ว กับข่าว สตง. คว้าอันดับ 1 ความโปร่งใส เลยจะมาเล่าให้ฟังว่า คะแนน ITA คืออะไร? วัดแล้วดี แปลว่าดีจริงไหม? ทำไม สตง.ได้ที่ 1?
- สนั่น! สตง. คว้าอันดับ1 ความโปร่งใส กลุ่มองค์กรอิสระ ผลการประเมิน ITA 94.64 คะแนน
- สตง. ร่อนเอกสารแจงยิบ หลังผลประเมิน ITA นำที่ 1 องค์กรโปร่งใส ยันทำตามระเบียบ
คะแนน ITA คืออะไร?
ITA (INTEGRITY AND TRANSPARENCY ASSESSMENT) คือคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ที่ประเมินโดยสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่เขียนล็อคไว้และให้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ ที่อยากทำให้อันดับและคะแนน CPI หรือ ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นดีขึ้น ซึ่งเป็นการวัดที่แข่งอันดับกันทั้งโลก ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 109 จาก 180 ประเทศทั่วโลก
วัดแล้วดี แปลว่าดีจริงไหม?
การเก็บข้อมูล การประเมิน ITA เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2556 10 กว่าปีเข้าไปแล้ว แต่เรื่องคอร์รัปชั่นในภาครัฐไม่มีอะไรดีขึ้นเลย สวนทางกับคะแนนของหน่วยงานที่ดีวันดีคืน เพราะอะไร คงต้องไปดุการประเมิน
มีการเก็บข้อมูลจาก 3 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1 แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใน : โดยจะให้บุคลากรทุกระดับที่ปฏิบัติงานมาไม่น้อยกว่า 1 ปี ได้แสดงความคิดเห็นต่อคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานตนเอง โดยสอบถาม การรับรู้และความคิดเห็น แล้วใครมันจะไปบอกว่าหน่วยงานตัวเองไม่ดี เผลอๆผุ้บังคับบัญชาจะออกคำสั่งเองเลยด้วยซ้ำกว่าห้ามประเมินออกมาห่วย
ส่วนที่ 2 แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายนอก : โดยให้ผู้รับบริการหรือผู้ติดต่อหน่วยงานภาครัฐในช่วงปีงบประมาณได้แสดงความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐเกือบทั้งหมด รู้กันอยู่แล้วว่าไม่มีใครอยากทำให้คะแนนของใครต่ำลง ก็เหมือนผลัดกันเกาหลัง
ส่วนที่ 3 แบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ : เป็นการตรวจสอบระดับการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐที่เผยแพร่ไว้ทางหน้าเว็บไซต์หลักของหน่วยงาน ซึ่งประชาชนทั่วไปไม่รู้อยู่แล้วว่าจริงๆ หน่วยงานควรจะต้องเปิดเผยอะไรบ้าง ธรรมภิบาลข้อมูลทำกับแค่ครึ่งเดียว และทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกปิดบัง แอบซ้อนไว้อยู่แล้ว หาในเวปเท่าไหร่ก็เจอหรอกจ้า แล้วให้พูดกันจริงๆ จะมีประชาชนจริงๆ มาประเมินกันสักกี่คน มันก็เป็นการบอกให้ญาติโกโหติกาของคนในนั่นแหละช่วยประเมินให้หน่อย
ปัญหาใหญ่ๆ คือ หลายๆ หน่วยงานมองการประเมิน ITA เป็นภาระมากกว่าโอกาสอันดีในการแก้ปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่น บางหน่วยงานถึงกับลอกข้อมูลจากหน่วยงานอื่น และปิดบังข้อมูลที่อาจส่งผลเสียต่อคะแนน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทำให้การแม้จะวัดไปแล้วได้คะแนนดีดีออกมา แต่มันไม่ได้สะท้อนความจริงอะไรเลย!
ทำไม สตง.ได้ที่ 1?
ITA เป็นการประเมินหน่วยงานรัฐ 8,323 หน่วยทั่วประเทศ แต่ไม่ได้เรียงลำดับตั้งแต่ 1 ไปถึง 8,323 แต่จะจัดอันดับกันเป็นประเภท เช่น จังหวัด ก็แข่งกัน 76 จังหวัด
หน่วยงานระดับกรม ก็แข่งกัน 160หน่วยงาน เทศบาลก็เยอะหน่อย 2247 เทศบาล
องค์กรศาล ก็แข่งกันแค่ 3หน่วยงาน คือ สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานยุติธรรม สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
และองค์กรอิสระ ก็แข่งกันแค่ 5 หน่วย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) , สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.), สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (คตง.), สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
ดังนั้น สตง.ได้ที่ 1 ไม่ต้องแปลกใจ ปีที่แล้ว กกต.ยังได้ที่ 1เลย มีเรื่องให้ขำกันทุกปีนั่นแหละ
ที่ฮาจัดเลยคือเมื่อต้นปี เดือนมกราคม สตง.ก็ซัด ป.ป.ช.ว่าโครงการประเมินคุณธรรม ITA มีปัญหาเครื่องมือบางส่วนยังไม่ชัดเจน ไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐเป็นหน่วยงานที่มีความโปร่งใสไม่ทุจริตได้จริง แถมด่านโยบาย No Gift Policy “งดรับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด” ของ ป.ป.ช.ว่าโชว์หราหน้าเว็บไซต์ แต่ผู้บริหารองค์กรถูกจับกุมความผิดฐานเรียกรับผลประโยชน์ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
อ่านจบแล้วขำกว่าเดิมปะ ประเทศเราเสียเงินและเสียเวลาไปกับการทำอะไรแบบนี้แหละ ทุกสิ่งอย่างเป็นความตั้งใจอันดีหมด แต่พอทำแบบไทยๆ มาตรฐานแบบไทยๆ ก็เป็นอย่างที่ท่านเห็น ไม่ต้องสืบเพราะทุกหน่วยงานประเมินผ่านหมด ได้คะแนน 80-90 ขึ้นกันหมด แต่หันดูสภาพความเป็นจริงดิ คอร์รัปชั่นประเทศนี้ลดลงไหม? ประเมินแล้วได้อะไร?
จริงๆ แล้ว ป.ป.ช. ก่อนจะมีหน้าไปประเมินอะไรคนอื่น ควรเริ่มที่ตัวเองก่อน บัญชีทรัพย์สินนักการเมือง ทุกวันนี้เปิดแค่ 180 วัน ถ้าใครอยากดูหลังจากนั้นต้องไปด฿ที่นนทบุรี อยู่เบตง อยู่เชียงใหม่ อยากดูบัญชีทรัพย์สิน ส.ส.บ้านตัวเองต้องหอบสังขารมาที่นนทบุรีนะจ๊ะ แล้วไม่ให้ถ่ายรูป ไม่ให้ถ่ายเอกสารนะ ให้ดูด้วยตาแล้วใช้สมองจำเอา (ซึ่งเป็นผลจากการอยากปกป้องประยุทธ์และประวิตรเพราะไม่อยากให้มีใครมาดูทรัพย์สินได้ เป็นไงล่ะ ที่นี่ประเทศไทย)

