พล.อ.ณัฐพล โต้คลิปในโทรศัพท์ไม่ใช่ของปลอมอย่างที่กัมพูชาอ้าง ชี้ใช้ความจริงสู้เฟคนิวส์ แจงไทยยึดกรอบทวิภาคี หากเป็นพหุภาคีก็ขอให้อยู่ในอาเซียน
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยถึงกรณีที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดมีการเจอโทรศัพท์ ซึ่งมีคลิปของทหารกัมพูชาวางอยู่ เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) ว่าเราทำสองอย่าง อย่างแรกในแง่ของชาวโลกเราก็ได้เผยแพร่ออกไปเพื่อให้สังคมโลกทราบว่าถึงแม้รัฐบาลกัมพูชาจะได้ตกลงในการหยุดยิง แต่กำลังพลในพื้นที่หน้างานยังคงมีการยั่วยุ ฝ่าฝืน และผิดกฎหมายระหว่างประเทศ หากรัฐบาลกัมพูชามีความจริงใจแปลว่าทหารของเขาไม่มีวินัย แต่หากพิสูจน์ได้ว่ารัฐบาลกัมพูชาไม่มีความจริงใจก็จะว่ากันอีกทีนึง
พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า อีกอย่างหนึ่งคณะกรรมการออตตาวา ซึ่งควบคุมเรื่องทุนระเบิดนั้น คณะกรรมการใหญ่อยู่ที่เจนีวา ซึ่งประเทศไทยเรามีผู้แทนถาวรจากกระทรวงการต่างประเทศอยู่ที่นั่น ก็จะคอยติดตามขับเคลื่อนอยู่ ซึ่งจะมีการประชุมใหญ่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม แต่ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการใหญ่ได้ขอหลักฐานเพิ่มเติมจากเราเรื่อยๆ เมื่อเราพบหลักฐานเพิ่มเติมในลักษณะนี้เราก็จะส่งเพิ่มเติมขึ้นไป โดยมีคณะกรรมการปฏิบัติตามกฎออตตาวา ซึ่งมีญี่ปุ่นเป็นประธาน เราได้แจ้งไปว่าให้กรรมการเล็กชุดนี้ลงมาดูก่อน ซึ่งทางญี่ปุ่นก็ตอบรับและเรากำลังรอขั้นตอนตรงนี้อยู่
พล.อ.ณัฐพลกล่าวด้วยว่า ในส่วนของกลไกจีบีซี เราพยามจะมีการพูดคุยกัน เพราะฉะนั้นด้วยสภาพแวดล้อมสังคมข้อมูลข่าวสารก็น่าจะมีความกดดันกับกัมพูชาพอสมควร เพราะฉะนั้นในจีบีซีรอบหน้าเราก็จะมีการยกเรื่องนี้ขึ้นมาอีกว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิด กับระเบิดจะทำอย่างไร โดย ศบ.ทก.จะใช้กลไกของ ARMAC (ASEAN regional mine action center) ซึ่งเป็นกรอบของอาเซียน หากประเทศอื่นจะมาก็ขอให้เป็นในส่วนของการบริจาคหรือสนับสนุนเครื่องมือ ดังนั้น เราจะเน้นในเรื่องของทวิภาคี หากเป็นระดับพหุภาคีก็ขอให้อยู่ในอาเซียน เราต้องทำให้เวทีโลกเห็นว่าอาเซียนเราดูแลกันเองได้

- หลักฐานชัด! ทหารไทยเจอมือถือปริศนาแถวภูมะเขือ ในเครื่องพบภาพ-คลิปเขมรฝังทุ่นระเบิด ระบุได้ว่าถ่ายวันไหน
- สื่อกัมพูชาอ้างผู้เชี่ยวชาญ ชี้ไทยจัดฉากคลิปทหารเขมรวางทุ่นระเบิด เผยชาวสุรินทร์ก็พูดเขมรได้
พล.อ.ณัฐพลกล่าวด้วยว่า อยากเรียนว่าในเรื่องของความมั่นคงไม่ใช่แค่เรื่องของการทหาร ยังมีเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา เราต้องดูทั้งหมด ไม่ใช่แค่เรื่องของการทหารอย่างเดียว ตอนนี้ตนสบายใจในเรื่องของการทหาร มั่นใจในความพร้อมของกองทัพ
เมื่อถามถึงกรณีที่ประเทศจีนต้องการจะเข้ามาช่วยเก็บกู้กับระเบิด พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ในวันที่ตนไปประชุมจีบีซี ก่อนการประชุมได้พบกับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ซึ่งได้บอกชัดเจนว่าจีนกับสหรัฐอเมริกาขอเป็นแค่ประเทศผู้สังเกตการณ์ เราถือหลักว่าไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่อย่างไรก็ตามเราจะขอยึดทวิภาคีเป็นหลัก และหากเป็นพหุภาคีก็ขอให้อยู่ในประเทศอาเซียน ส่วนประเทศอื่นขอให้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์อย่างเดียว เพราะเรายึดถือนโยบายสมดุล สมมุติว่าหากจีนเข้ามา ต่อไปสหรัฐก็จะขอเข้ามา และต่อไปประเทศอื่นอาจจะขอเข้ามา เพราะฉะนั้นคือกรอบที่เราใช้อยู่
เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชากล่าวว่าคลิปในโทรศัพท์มือถือที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดเจอนั้นเป็นเฟคนิวส์ ชุดทหารกัมพูชาที่ใส่ก็เป็นชุดที่ไทยนำมาจากเชลยที่จับได้ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ต่อไปก็ตามที่เรายึดมั่นในความจริง เครดิตจะเป็นสิ่งที่สังคมเชื่อถือ ลักษณะอย่างนี้ชาวโลกจะเชื่อถือใคร ระหว่างเราหรือกัมพูชา เราจะต้องไม่เอาเฟคนิวส์ไปสู้เฟคนิวส์ เราก็จะเสียเครดิตไปด้วย ที่เรียกว่าศีลเสมอกัน ต้องขออภัยหากความจริงจะช้าไปบ้าง แต่เราต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อน เราไม่สามารถสวนได้ทันทีอย่างการใช้การใช้เฟคนิวส์ หากใครใช้เฟคนิวส์ก็เสียเครดิต ประชาชนไม่ใช่ว่าจะบิดเบือนให้เขาเชื่อได้ง่ายๆ เพียงแต่ว่าอาจจะชอบสะใจ เขาก็เออออไปด้วย แต่เขาก็รู้ว่าอันนี้มันไม่จริง
เมื่อถามต่อว่า หลักฐานตรงนี้จะมีการส่งไปให้ประเทศที่จ่ายเงินสนับสนุนกัมพูชาในการเก็บกู้ระเบิดด้วยหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศก็ทำเช่นนั้น เรามีรายชื่อหมดแล้วว่าประเทศไหนที่ให้เงินงบประมาณ ทั้งนี้ แต่ละประเทศก็จะต้องใช้เวลาในการตัดสินใจให้ชัดเจน แต่ตนมั่นใจว่าข้อมูลของเราเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ความจริงเป็นอย่างไรก็บิดเบือนไม่ได้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ARMAC ในตอนนี้มีกัมพูชาเป็นประธานจะไม่มีปัญหาเรื่องของความร่วมมือใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกว่าวว่า ไม่มี ถึงเขาจะเป็นประธาน อีก 9 ประเทศก็ยังเป็นชาติอื่น เขาไม่สามารถที่จะมา dominate ได้ทั้งหมด เราต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป การสู้ด้วยความจริง สู้ด้วยกฎหมาย สู้ด้วยความถูกต้องนั้นมันยาก แต่มันยั่งยืน
เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาระบุว่า พล.อ.ณัฐพลไม่เห็นด้วยที่ IOT จะพาประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกอาเซียนเข้าตรวจสอบด้วย พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า อย่างที่ตนกล่าวไปก่อนหน้านี้ IOT ยังเป็นอาเซียนอยู่ เป็นกลไกจากอาเซียนภายในประเทศเรา โดยเป็นเฉพาะแค่ตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทยและกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นทูตทหารเสมียนทูต หรือใครก็ตาม ส่วน AOT คือการส่งตัวแทนมาเพิ่มจากประเทศต้นกำเนิด ตรงนั้นเป็นเรื่องที่เราคิดหนัก เพราะกฎหมายของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศกำลังศึกษาอยู่ และได้ชี้แจงว่าอย่างน้อยต้องเข้า ครม. ให้ ครม.อนุมัติ และหลายฝ่ายก็ห่วงใยว่าต้องเข้าสภาด้วยหรือไม่
พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า การจะมี AOT จะต้องมีการร่าง TOR ระหว่างไทยและกัมพูชา และเมื่อตกลงกันได้ สมมุติว่าสภาเราเห็นด้วย แต่สภากัมพูชาไม่เห็นด้วย ก็ไปกันไม่ได้ AOT จึงยาก ตนจึงบอกว่าเราโปร่งใสตรวจสอบได้เรายอมรับที่ IOT และขอกรอบแค่นี้

