หน้าแรก การเมือง จ้ำลาบเผื่อ &...

จ้ำลาบเผื่อ ‘อานนท์’ ศูนย์ทนายฯ ยกเป็น ‘ทนายที่เท่สุด’ คาใจ พ.ร.บ.สันติสุข ย้ำความไม่เท่าเทียม

23.06.26 | 22:32 น.

ล้อมวงจกข้าวเหนียว จ้ำลาบเผื่อ ‘อานนท์’ ศูนย์ทนายฯ ยกให้เป็น ‘ทนายที่เท่ที่สุด’ ใส่ชุดครุยทับชุดนักโทษ ว่าความให้ผู้ต้องหาการเมือง ตั้งคำถาม พ.ร.บ.สันติสุข ไม่ใช่การเยียวยาประชาชน แต่ ‘ตอกย้ำความไม่เท่าเทียม

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) จัดกิจกรรม ‘ย่ำค่ำ นำภา ย่ำรุ่ง ประชาธิปไตย’

โดยไฮไลต์ได้แก่ การฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 และ การอ่านคำประกาศราษฎร 2569 เพื่อตอกย้ำว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ราษฎรต้องได้เลือก สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่เอาระบอบสีน้ำเงิน อีกทั้งยังสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการเปลี่ยนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยให้เป็น ‘ลานราษฎร‘ ประกาศความหวัง จกข้าวเหนียวจ้ำลาบเผื่อ นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหาคดี ม.112 และส่งความคิดถึงผู้ที่ยังถูกคุมขังจากการแสดงออกทางการเมืองทุกคน

บรรยากาศเวลา 18.50 น. ราษฎรัมส์ โหมกลองนำขบวน ก่อนที่ผู้ร่วมกิจกรรมจะเดินข้ามถนนมายังลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อรำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือ ‘อภิวัฒน์สยาม’ ครบรอบ 94 ปี เมื่อเวลาย่ำรุ่ง ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า นำอ่านประกาศโดย พระยาพหลพลพยุหเสนา

Advertisement

จากนั้น ราษฎรัมส์ ทั้ง 4 คน ยืนรัวกลองที่เบื้องหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปลุกผีราษฎร โดยสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการล้มลงที่ละราย พร้อมกับคราบเลือด โดยด้านหลังของเสื้อยังเขียนข้อความ อาทิ All dream on it People are peace but …, Together with the people by the people, Dream เป็นต้น ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบมีการขึงผ้าสีขาว แทนจอมอนิเตอร์ รวมถึงมีการตั้งโต๊ะ ’ร่วมลงชื่อ ส.ส.ร.เลือกตั้ง‘, ไม่เอา อำนาจ ส.ว.ไม่เห็นชอบระบอบสีน้ำเงิน‘ ของ iLaw และลงชื่อสนับสนุน ’Human Rights Agenda วาระสิทธิมนุษยชนกรุงเทพฯ’ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

ต่อมาเวลา 19.00 น. มีการฉายโฮโลแกรม ประกาศคณะราษฎร 2475 ฉายภาพจำลองการอ่านประกาศ โดยผู้ร่วมงานบางส่วนต่างร่วมสแกนคิวอาร์โค้ด ส่งเสียงอ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 โดยใจความสำคัญของประกาศฉบับดังกล่าว คือ ‘อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทุกคน’ รวมถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร

ก่อนเข้าสู่ช่วง ‘คำประกาศราษฎร 2569’ โดยตัวแทนจากหลากหลายเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมสะท้อนประเด็นปัญหา ตอกย้ำเจตจำนงในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะต้องสะท้อนเจตนารมณ์ของราษฎรอย่างแท้จริง

ในตอนหนึ่ง น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ หรือ ทนายเมย์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวในหัวข้อ ’ความหวังหลังกำแพง : 94 ปี ผ่านไป นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังอยู่ในเรือนจำ‘ โดยระบุว่า ในทุกครั้งที่เกิดการสูญเสีย ประชาชน เป็นคนจ่ายต้นทุนให้กับความรุนแรงของรัฐเสมอมา ในทางตรงกันข้าม 94 ปีที่ผ่านมา รัฐเองไม่เคยจ่ายต้นทุนจริงๆ ไม่เคยค้นหาผู้ก่อความรุนแรงมาเอาผิดได้ แต่ในทางตรงข้ามกลับใช้ ‘กฎหมายนิรโทษกรรม’ รวมถึงเพิกเฉย เพื่อลบเลือนเหตุการณ์ไป

ตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 เรามีกลุ่มพันธมิตร มีการต่อสู้ของคนเสื้อแดงในปี 2553 เรามี กปปส.ที่ออกมาเรียกร้อง จนนำไปสู่การรัฐประหาร จนกระทั่งปี 2562 จึงจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งการยึดอำนาจในปี 2559 นำมาสู่ รัฐธรรมนูญ 60 และกล่าวได้ว่า ‘ม็อบราษฎร 63’ คือสายธารสำคัญของประชาธิปไตย ที่ชู 3 ข้อเรียกร้อง
ซึ่งหากมองในแง่ผลสัมฤทธิ์ อาจกล่าวได้ว่า เราไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งประยุทธ์ออกไป ก็อยู่จนครบวาร ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ผ่านมา 9 ปี นังไม่เข้าสู่กระบวนจัดทำ ประชาชนถูกดำเนินคดีความจากการแสดงออก

“61 คน คือจำนวนผู้ต้องขังการเมือง 46 คนคือจำนวนผู้ลี้ภัย ตั้งแต่ปี 63 และ 45 คนคือผู้ต้องขังที่จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรม จากร่างกฎหมายที่กำลังพิจารณานี้” น.ส.พูนสุขกล่าว และว่า

หมายความว่า เขาจะไม่ได้รับผลประโยชน์ จาก ‘ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข’ ที่ ส.ว.กำลังพิจารณาอยู่

“ผ่านมา 94 ปี ยังมีการรัฐประหารถึง 13 ครั้ง ผู้ต้องหาคดี ม.112 ทั้ง 45 จาก 61 คน จะเป็นคนที่ไม่ได้ประโยชน์จาก ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ เรากำลังจะนิรโทษกรรมคนส่วนใหญ่ ที่ไม่ได้อยู่ในเรือนจำ 45 จาก 61 คน” น.ส.พูนสุขกล่าว

น.ส.พูนสุขกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ไม่ใช่การเยียวยาประชาชน แต่ ‘ตอกย้ำความไม่เท่าเทียม’ รวมถึงปัญหายังคงอยู่ กลายเป็นเชื้อไฟที่รอวันปะทุต่อไป“

น.ส.พูนสุขกล่าวด้วยว่า อยากชวนระลึกถึงเพื่อนเรา 61 คน และจะมีเพื่อนเราเดินหน้าเข้าเรือนจำเรื่อยๆ บางส่วนเหล่านี้ ‘เบนจา อะปัญ’ คือคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในประเทศ การไปยื่นให้นิรโทษกรรม อาจจะเป็นอีเวนต์ท้ายๆ ขอระลึกถึง พี่ ‘เอกชัย หงส์กังวาน’ ที่กำลังต่อสู้ให้ได้มาซึ่งสิทธิการรักษาในเรือนจำ ซึ่งยังคงติดอยู่ด้วย คดี 110 ระลึกถึง ‘ปัน’ ที่ทำเพื่อสังคมที่ดีก็ว่า รวมถึง ‘ครูใหญ่‘ นายอรรถพล บัวพัฒน์ และ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ‘ไผ่ ทะลุฟ้า’

สุดท้ายขอระลึกถึง ‘อานนท์ นำภา’ เพื่อนเราที่กล่าวปราศรัยในม็อบ แฮรรี่ พอตเตอร์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแห่งนี้ อานนท์เป็นคนที่ยังสู่ทุกวัน สู้ในห้องพิจารณาคดี เป็นทนายความสิทธิมนุษยชน ที่อาจจะเรียกว่า เท่ที่สุดก็ได้ ใส่ชุดครุยทับชุดนักโทษ ออกมาว่าความให้จำเลย” น.ส.พูนสุขกล่าว และว่า

เมื่อเสียงประชาชนมากพอ เราจึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมขึ้นได้