“อรรถวิชช์” ร้อง กมธ.การเงินการคลังฯ สอบหลังผลตรวจสอบเหล็ก 2 ฉบับไม่ตรงกัน ยันผลสอบที่มีระบุชัดเหล็กในตึก สตง.ไม่ได้มาตรฐาน จ่อลุยตรวจตึก กกพ.-กสทช.ต่อ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า วันนี้ตนได้ยื่นเรื่องให้นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานกรรมาธิการการเงินการคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาฯ เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีตึก สตง.ถล่ม ซึ่งรายงานขณะนั้นไม่ตรงกับรายงานที่ตนมีในขณะที่เคยเป็นประธานที่ปรึกษารมว.อุตสาหกรรม ซึ่งไม่ชอบมาพากลที่รายงานผลตรวจสอบเหล็กสองฉบับไม่ตรงกัน วันนี้ตึก สตง.ถล่มมาปีกว่า ผลไม่ชัดเจนเลย ขอเรียนว่าเอกสารฉบับนี้อยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมและอยู่กับตน โดยเป็นหนังสือจากท่านเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ส่งถึงผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เป็นผลสอบที่ได้จากการตรวจเหล็กใต้ตึก สตง.โดยวันที่ 11 เมษายน 68 คือวันที่เข้าไปตรวจ

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ในวันนั้นเป็นการร่วมกันตรวจตึก สตง.แห่งใหม่บนถ.กำแพงเพชร 2 เขตจตุจักรที่ถล่มขณะนั้น มีผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (mtec) และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมสังเกตการณ์และทดสอบเหล็กด้วย โดยตัวอย่างถูกเก็บโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เก็บตัวอย่างจากสถานที่นั้น และนำไปทดสอบที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย และเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย โดยเหล็กไม่ได้มาตรฐาน นี่คือข้อมูลที่ตนมีในมือและเป็นข้อมูลที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีในมือเช่นเดียวกัน เป็นการตรวจในแล็บของสมาคมเหล็ก
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ในเวลาต่อมามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่ทำเนียบ โดย น.ส.แพทองธารชินวัตร เป็นนายกฯ ขณะนั้น และมีข้อสรุปว่าตึก สตง.ที่ถล่มนั้นเกิดจากแบบก่อสร้างและการก่อสร้าง มิได้มีต้นเหตุมาจากเหล็กและปูน โดยอ้างว่ามีนักวิชาการจากสี่มหาวิทยาลัยร่วมตรวจด้วย แล้วทำไมข้อมูลมันไม่เหมือนกับที่ตนมี ทำไมไม่ตรงกัน ไม่ตรงกับข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ส่งไปยังสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นี่คือเหตุที่ตนต้องออกมาพูดเรื่องเหล็ก IF ว่ามีปัญหา จากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเข้าสู่ระบบการเลือกตั้ง ซึ่งตนบอกแล้วว่าคนในตึก สตง.ต้องไม่ตายฟรี วันนี้ตนจึงยื่นเรื่องให้กับประธานกรรมาธิการการเงินการคลังฯ เพราะเป็นการใช้จ่ายเงินภาครัฐ
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จะเห็นว่าตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบในแล็บไม่ผ่าน กับการตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งที่ทำเนียบในอดีต ว่าชุดนั้นผลแล็บเป็นอย่างไร นี่คือการขัดกัน วันนี้ธุรกิจเหล็กในไทยมีเหล็ก IF กับเหล็ก EF ซึ่งเหล็ก IF มาจากเมืองจีนซึ่งเขาไม่ทำแล้ว เพราะเหล็กดังกล่าวเหมาะกับเหล็กบริสุทธิ์ ปัญหาคือมันทำให้เหล็กหักงอได้ ล่าสุดสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) มีมติของบอร์ด กมอ.ห้ามให้เหล็กประเภท IF ไปทำเหล็กข้ออ้อยซึ่งใช้ทำเสาและคาน แต่ให้ทำเป็นเหล็กเส้นกลมทำพื้นได้ ซึ่งการที่บอร์ดมีมติยกเลิกเพราะไม่ไว้ใจแล้ว พอรู้ว่าผลเกิดอะไรขึ้น ยืนยันว่าตนทำแบบตรงไปตรงมา และการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการฯ จะไม่ได้ตรวจแค่เฉพาะตึก สตง.ที่ถล่ม แต่จะตรวจ ตึกของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มูลค่า 618 ล้านบาท ที่สร้างตั้งแต่ปี 63 และยังไม่เสร็จ รวมทั้งตึกสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ปัจจุบันยังไม่เสร็จ ซึ่งตึกเหล่านี้ใช้เงินแผ่นดินทั้งสิ้น
“ล่าสุดมีอดีตนักการเมืองมาแถลงข่าวร้องสอบจริยธรรมผมในเรื่องเหล็ก ผมถามว่าคนตายกี่คนในตึก สตง.ถล่ม และถ้ามีหลักฐานในแบบที่ตนมีว่าเหล็กไม่ได้มาตรฐานท่านจะสอบหรือไม่ ที่สำคัญมติ กบอ.ระบุชัดว่าเหล็กข้ออ้อยเอามาสร้างตึกสูงไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้นถ้าการเป็นผู้แทนเราต้องปิดปากเงียบไว้ทั้งที่มีคนตาย ก็ไม่ขอเป็นผู้แทนแล้ว และขอฝากถึงคนที่ร้องว่าอย่างไรผมก็เดินหน้าตรวจสอบ ท่านจะร้องเรียนอย่างไรก็แล้วแต่ ขอให้คิดถึงคนที่ต้องตายเพราะการล่มสลายของตึกด้วย ขณะนี้เรากำลังสู้กับธุรกิจเป็นหมื่นล้าน ที่นี่ประเทศไทยมาตรฐานต้องมี เรื่องมาตรฐานสินค้าเหล็กถ้าจีนจะเอาของเข้ามาในประเทศเรา ถ้าเป็นของดีผมก็ไม่ว่า แต่นี่เป็นธุรกิจที่เขาก็ไม่ทำแล้ว มีทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ 100%“ นายอรรถวิชช์ ระบุ




