รังสิมันต์ นำทีมคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นชาวบ้านไทยสามัคคี โคราช พร้อมเตรียมนำเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาแนวทางการแก้แก้ไขปัญหา ย้ำ จะทำให้เต็มที่ที่สุด
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ ศาลาประชาคมบ้านไทยสามัคคี ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ และนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน และการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
ซึ่ง นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ตัวแทนชาวบ้านตำบลไทยสามัคคี ได้นำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลไทยสามัคคีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบ พร้อมกันนี้ ยังเปิดโอกาสให้ชาวบ้านที่เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ได้นำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อให้คณะกรรมาธิการฯ ได้รวบรวมเท็จจริง รวมไปถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไข พร้อมกันนี้ ทางกลุ่มชาวบ้านตำบลไทยสามัคคี ยังได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ พร้อมกับข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาให้กับคณะกรรมาธิการฯ เพื่อนำไปพิจารณาดำเนินการแก้ไข เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติปี 2524

ซึ่งข้อเสนอที่ประชาชนได้ยื่นให้กับทางคณะกรรมาธิการฯ มี 9 ข้อ ประกอบด้วย
1.ขอให้ตรวจสอบมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ว่า เป็นไปตามระเบียบกฎหมายอำนาจหน้าที่ หรือขัดต่อมติ ครม. หรือไม่ อย่างไร
2.ขอให้ตรวจสอบคำสั่งของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนกำกับติดตาม และตรวจสอบพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์จากชุมชน ที่ 2 / 2569 ว่า เป็นไปตามกฎหมายอำนาจหน้าที่หรือขัดต่อมติ ครม. หรือไม่ อย่างไร
3.ให้ตรวจสอบงบประมาณในการปรับปรุงแนวเขตอุทยานฯ ในการยกเลิกการรีเชฟของนอกเขตผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในปี 2554 ว่า เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เกิดความซ้ำซ้อน คุ้มค่าในการจ่ายงบประมาณหรือไม่ อย่างไร
4.การใช้แนวเขตปี 2524 เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ตามมาตรา 6/8 ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ 2504 สามารถนำมาดำเนินการจับกุม ดำเนินคดีที่ทำให้ละเมิดสิทธิ์ตัวบุคคลและชุมชน หรือไม่ควรมีการจับกุมหรือดำเนินคดีเพิ่มเติม
5.ขอให้คณะกรรมาธิการฯ เร่งดำเนิน ผลักดัน ให้มีกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อเป็นการเยียวยาให้กับผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม
6.ให้คณะกรรมาธิการฯ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ 1-4 ชี้แจงข้อเท็จจริง
7.กระบวนการ IO ของอุทยานฯ โดยการสร้างกระแสอนุรักษ์ “เซฟทับลาน” เฉือนป่ารอบที่ 1 และรอบที่ 2 เป็นเจตจำนงที่จะคุกคาม ด้อยค่า ละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลให้วิตกกังวล เครียด ถูกใส่ร้ายจากสังคม
8.ให้มีมาตรการเยียวยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการที่ผิดพลาดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
9.ขอให้คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบ สคทช. ว่า ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร

ซึ่งภายหลังจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นแล้ว คณะกรรมาธิการพร้อมด้วยผู้นำชุมชน ได้ลงพื้นที่ไปยัง “อิมภูฮิลล์ รีสอร์ท” เพื่อตรวจสอบขั้นตอนกระบวนการการรื้อถอนรีสอร์ท ออกจากพื้นที่ตามหมายศาล ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า ช่างผู้รับเหมากำลังดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายใน อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้รับเหมาที่เข้ามารื้อถอน ทราบว่า ในระยะเวลา 15 วัน ที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ขีดเส้นตายไว้นั้น คาดว่า จะเสร็จไม่ทัน อย่างไรก็ตาม คงจะต้องยื่นหนังสือขอผ่อนผัน ขยายระยะเวลาในการรื้อถอนออกไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
จากนั้น คณะกรรมาธิการฯ พร้อมคณะ ได้ไปดูแนวเขตปี 2543 ซึ่งเป็นแนวเขตที่ทางกลุ่มชาวบ้านต้องการให้ทางรัฐบาลยึดถือเป็นแนวเขตหลักในการพิจารณาแก้ไขพื้นที่ทับซ้อน เนื่องจากแนวเขตปี 2543 เป็นแนวเขตที่มีการใช้งบประมาณของทางราชการ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน พร้อมด้วยประชาชน ร่วมกันลงพื้นที่ปักหมุดแนวเขต ซึ่งถ้าดำเนินการตามมติคณะคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่มีการแบ่งกลุ่มชาวบ้านออกเป็น 5 กลุ่ม ก็จะใช้เวลานานกว่าจะดำเนินการเสร็จ เนื่องจากไม่มีแนวเขตที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ซึ่ง นายสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า “จากการรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในครั้งนี้ ตนรับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และต้องยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความผิดพลาดของหน่วยงานภาครัฐ ที่ไปประกาศเขตอุทยานทับลานทับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และมนุษยชน จะนำเรื่องนี้เข้าไปพูดคุยหารือในคณะกรรมาธิการฯ พร้อมกับจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มานำเสนอหลักฐานต่างๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่เกิดขึ้น โดยในเบื้องต้น จะพยายามผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากคดีบุกรุกเขตพื้นที่อุทยาน อย่างไรก็ตาม ตนสัญญาว่า “จะทำให้เต็มที่ที่สุด”
ด้าน นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ชาวบ้านตำบลไทยสามัคคี เปิดเผยว่า “ตนรู้สึกยินดีที่คณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่มารับฟังความคิดเห็นของชาวตำบลไทยสามัคคี และหวังว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในในพื้นที่ตำบลไทยสามัคคี ไปบอกให้สังคมรับรู้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น มีข้อเท็จจริงอย่างใดบ้าง และอยากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ดูแลเรื่องกฎหมาย เร่งดำเนินการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุม เพื่อชี้แจงว่า จาก มติที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาตินั้น ได้นำแนวเขตปี 2543 มาพิจารณาหรือไม่ เนื่องจากแนวเขตปี 2543 นั้นเป็นแนวเขตที่มีทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจแนวเขตและปักหลักเขตอย่างชัดเจน จนออกมาเป็น มติ ครม.แล้ว
และยังอยากให้ทางคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลานและที่ดินทำกินของประชาชน เนื่องจากการประกาศอุทยานแห่งชาติ ปี 2524 ถือว่า เป็นประกาศที่มิชอบเนื่องจากไม่มีการลงพื้นที่สำรวจแนวเขตอย่างจริงจัง ทั้งอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศดังกล่าวนั้นทำไม่ถูกต้อง สุดท้ายก็คงเป็นเรื่องการสื่อสาร จากการรณรงค์ “เซฟทับลาน” ที่ตอนนี้ทำให้ชาวบ้านในตำบลไทยสามัคคี ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกบุกรุกป่า





