หน้าแรก การเมือง กมธ.กฎหมาย ลุ...

กมธ.กฎหมาย ลุยสางคดี ‘น้องเมย’ ดับปริศนา9 ปี ไม่คืบ ‘โรม’ ยันไร้ตั้งธง มุ่งคืนความเป็นธรรม

23.07.26 | 15:17 น.

‘กมธ.กฎหมาย’ ลุยสางปม ‘น้องเมย’ เสียชีวิตปริศนา 9 ปีแต่คดีไม่คืบ-ไร้คนรับผิดชอบ ด้าน ‘โรม’ ย้ำไม่ได้ตั้งธงสอบ แต่หวังเห็นความเป็นธรรมทุกฝ่าย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นาย รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุม กมธ.เพื่อการพิจารณาคดีนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตปริศนาเมื่อปี 2560 ว่า ช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมในเรื่องนี้ ซึ่งทาง กมธ.ได้มีการเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บังกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านนา ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ พันเอกนรุตม์ ทองสอน และบิดามารดาของผู้เสียชีวิต

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นการประชุมนัดแรกและคาดหวังว่าการประชุมวันนี้จะนำไปสู่การคลี่คลายคดีได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นมหากาพย์ในการคลี่คลายคดีเป็นอย่างมาก และเป็นเวลากว่า 8-9 ปี ที่ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตรอคอยความยุติธรรม และคดีนี้ต้องสืบหาสาเหตุการเสียชีวิต ต้องมีคนรับผิดชอบ ต้องมีการเอาผิดกับผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน ซึ่งนี่เป็นสาเหตุว่าในคดีที่มีการทำร้ายร่างกาย และมีนายตำรวจที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แม้จะถูกศาลทหารสูงสุดตัดสินให้มีโทษจำคุกและรอลงอาญา แต่ในปัจจุบันยังรับราชการ และยังใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับการทำให้ถึงแก่ความตาย ทราบมาว่าอัยการศาลทหารสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งทางครอบครัวของผู้เสียชีวิต และ กมธ.ยังไม่ทราบถึงสาเหตุของการสั่งไม่ฟ้อง ฉะนั้น วันนี้จะได้สอบถามจากฝั่งกรมพระธรรมนูญถึงสาเหตุการสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ ส่วนกรณีคดีที่อวัยวะบางส่วนได้หายไปหลังจากการชันสูตรพลิกศพนี้ ซึ่งดคีนี้อยู่ในความดูแลของทาง สน.พญาไท ผ่านมาแล้ว 6 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า

Advertisement

“คดีน้องเมยไม่ได้เป็นคดีโนเนม แต่เป็นคดีที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญและจับตามองถึงสาเหตุของการเสียชีวิต แต่ในขณะที่สังคมให้ความสำคัญขนาดนี้ แต่กระบวนการยุติธรรมไม่มีความคืบหน้า ขอถามลึกๆว่า หากเราเป็นพ่อ แม่ หรือคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิต เรารู้ว่าจะได้รับความยุติธรรมจริงหรือ” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ในฐานะทำหน้าที่ กมธ.การกฎหมายฯ เราจำเป็นที่จะต้องสะสางเรื่องนี้ จึงเป็นสาเหตุของการนำเรื่องนี้มาพิจารณาและถือว่าเป็นเรื่องด่วน ในการพิจารณาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายให้ได้ ซึ่งเราไม่ได้ตั้งธงว่าจะต้องเอาผิดใครบางคน แต่ทั้งหมดต้องว่าด้วยเหตุและผลตามพยานหลักฐานที่มี จะเพียงพอในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ รวมถึงต้องตรวจสอบในเรื่องของอายุความด้วย บางเรื่องที่ศาลได้มีการตัดสินไปแล้วเราก็ไม่อาจก้าวร่วง แต่คดีอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในกระบวนการของศาล ทาง กมธ.จะได้มีการสืบหาข้อมูลความจริงกันต่อไป