หน้าแรก การเมือง กมธ.กฎหมาย ถก...

กมธ.กฎหมาย ถกเข้มปม พ่อ-แม่ทิพย์ เผย 2 รพ.เอกชนเมินแจง สังคมยิ่งสงสัย ยันไร้ผล ไม่มาแล้วรอด

13.08.26 | 11:25 น.

กมธ.กฎหมาย ถกเข้มปม พ่อ-แม่ทิพย์ เผย 2 รพ.เอกชนเมินแจง สังคมยิ่งสงสัย ยันไร้ผล ไม่มาแล้วรอด


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม กมธ.กรณีขบวนการทุจริตแจ้งเกิดเท็จสวมสิทธิ์สัญชาติไทย(พ่อทิพย์ แม่ทิพย์) รวมถึงมาตรการการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ และต้องยอมรับว่าการที่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เป็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่มีโรงพยาบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีส่วนร่วมในการทุจริต รวมถึงปัญหาความมั่นคงที่คนเข้ามาสวมสิทธิ์แล้วได้สัญชาติไทยไป หากมีจำนวนมากขึ้นก็จะส่งผลต่อความมั่นคงและนโยบายด้านต่างๆ ของประเทศไทย จึงเป็นที่มาที่วันนี้ กมธ.จะพิจารณาเรื่องนี้

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เราได้มีการเชิญบุคคลหลายภาคส่วน อาทิ โรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง เข้ามาให้ข้อมูล โดยจะมีการสอบถามข้อมูลว่าตกลงแล้วในสายตาของหน่วยงานความมั่นคงเรื่องนี้ใหญ่แค่ไหน เยอะแค่ไหน สามารถจับได้หมดหรือไม่ ที่มีการแก้ไขไปมั่นใจหรือไม่ว่ามีระบบที่จะป้องกันให้เพียงพอเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก แต่ก็จะมีหลายคำถามในการพิจารณาว่าจะเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าสิ่งที่เราต้องคิดมีอยู่ 2 ส่วน คือ วันนี้ตกลงแล้วความท้าทายที่เราเจออยู่เป็นปัญหาระดับองค์กรอาชญากรรมหรือไม่ หากเป็นระดับองค์กรอาชญากรรมสิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าจะเป็นตำรวจ หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปดำเนินการเพียงพอแล้วหรือไม่ และส่วนที่สองคือเราต้องมีการคุยกันเชิงระบบคือตกลงแล้วระบบที่มีการพิจารณาและมีการดำเนินการกัน ซึ่งตนไม่มั่นใจว่าจะมีการออกแบบระบบป้องกันเพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำอีกหรือไม่ โดยหากวันนี้เป็นกระแสข่าวแล้วหลังจากนั้นมีการเงียบ ก็จะกลับมาทำใหม่หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเป็นห่วง

Advertisement

ด้านนายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษก กมธ.ฯ กล่าวเสริมว่า เท่าที่ทราบมาโรงพยาบาลเอกชนทั้ง 2 แห่งไม่ได้ส่งผู้มาชี้แจง โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้มีการแจ้งรายละเอียดไป

เมื่อถามว่า จะมีการเชิญซ้ำรอบสองหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราต้องพิจารณาดูก่อน หากสุดท้ายน้ำหนักของข้อมูลต่างๆ ที่เราได้รับมาสามารถนำไปใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติม หรือหากมีความจำเป็นที่จะต้องสอบข้อเท็จจริงเพิ่ม เราก็มีอำนาจที่จะเชิญหน่วยงานเข้ามาชี้แจงใหม่ได้ แต่การที่โรงพยาบาลไม่มาชี้แจงนั้น ตนมองว่าไม่ได้ส่งผลดีต่อโรงพยาบาล เพราะเวที กมธ.เป็นพื้นที่ที่โรงพยาบาลจะสามารถนำข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริงฝั่งตัวเองมาพูดคุยในส่วนนี้ได้

“การที่ท่านคิดว่าหากมาตรงนี้แล้วจะทำให้โรงพยาบาลถูกกล่าวหาหนัก แล้วการที่ไม่มาชี้แจงต่อกรรมาธิการแล้ว จะหลุดรอดไปได้นั้น ผมคิดว่าวิธีการคิดเช่นนี้มันพิสูจน์มาแล้วหลายรอบว่าไม่ได้ผล แล้วจะยิ่งทำให้สังคมสงสัยในตัวโรงพยาบาลยิ่งขึ้น ผมคิดว่าหากโรงพยาบาลมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเองและมีระบบป้องกันในอนาคตที่ดี พร้อมที่จะแก้ปัญหากับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาจริงๆ ผมคิดว่าอย่าไปกังวลที่จะมาชี้แจงต่อกรรมาธิการ และเราพร้อมที่จะเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาและเต็มที่อยู่แล้ว” นายรังสิมันต์ กล่าว