ครม.เห็นชอบร่างกฎหมาย 2 ฉบับ เปิดทางศาลแรงงานพิจารณาคดีอาญา ครอบคลุมกฎหมาย 11 ฉบับ
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่…) พ.ศ. … และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ (ฉบับที่…) พ.ศ. … เพื่อปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงานให้มีความเหมาะสม รวดเร็ว และเป็นธรรมมากขึ้น
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ปัจจุบันศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาคดีแรงงานในส่วนที่ไม่รวมคดีอาญา ทำให้เมื่อข้อพิพาทเรื่องเดียวกันมีทั้งส่วนที่เป็นคดีแรงงานและความผิดอาญาตามกฎหมายแรงงาน คู่ความอาจต้องดำเนินกระบวนพิจารณาแยกกันคนละศาล ร่างกฎหมายครั้งนี้จึงกำหนดให้ศาลแรงงานสามารถพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานได้ เพื่อให้คดีได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานโดยตรง และช่วยลดภาระจากการดำเนินคดีแยกกัน
นางสาวลลิดา กล่าวว่า สำหรับขอบเขตคดีอาญาที่จะอยู่ในอำนาจศาลแรงงาน ครอบคลุมความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน 11 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน การคุ้มครองแรงงาน การคุ้มครองแรงงานในงานประมง การจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว การประกันสังคม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เงินทดแทน แรงงานทางทะเล แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และแรงงานสัมพันธ์ รวมถึงกฎหมายอื่นที่อาจกำหนดเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้ คดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวจะไม่อยู่ในอำนาจของศาลแรงงาน
“สาระสำคัญของการแก้กฎหมายครั้งนี้ คือทำให้คดีอาญาที่เกิดจากกฎหมายแรงงานสามารถเข้าสู่ศาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านแรงงานได้โดยตรง จากเดิมที่คดีแรงงานส่วนแพ่งกับส่วนอาญาต้องแยกดำเนินการคนละศาล ซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาข้อเท็จจริงและบริบทความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างมีความต่อเนื่องมากขึ้น และลดภาระของคู่ความในกระบวนการยุติธรรม” นางสาวลลิดา กล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ร่างกฎหมายยังวางหลักสำหรับกรณีที่คดีหนึ่งมีความผิดหลายข้อหา หากเป็นการกระทำครั้งเดียวที่ผิดกฎหมายหลายบท และมีความผิดอย่างน้อยหนึ่งบทอยู่ในอำนาจศาลแรงงาน ศาลแรงงานสามารถพิจารณาความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยได้ ส่วนกรณีมีหลายการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน ศาลแรงงานสามารถพิจารณารวมกันหรือแยกคดีไปยังศาลที่มีอำนาจได้ โดยคำนึงถึงความสะดวกและประโยชน์แห่งความยุติธรรมเป็นสำคัญ
นางสาวลลิดา กล่าวว่า สำหรับกระบวนพิจารณาคดีอาญา จะใช้หลักตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง แล้วแต่กรณี ขณะที่การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานในคดีอาญาจะยื่นต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และร่างกฎหมายกำหนดหลักประกันว่าข้อกำหนดเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาที่ออกใช้ในศาลแรงงานต้องไม่ทำให้สิทธิในการต่อสู้คดีอาญาของจำเลยลดน้อยลงกว่าที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายแยก “คดีค้ามนุษย์” ออกจากอำนาจศาลแรงงานอย่างชัดเจน แม้บางคดีอาจเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ เนื่องจากคดีค้ามนุษย์มีความร้ายแรง มีอัตราโทษสูง และอาจเกี่ยวพันกับความผิดอาญาอื่น จึงแก้ไขพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559 ควบคู่กัน เพื่อกำหนดไม่ให้ศาลแรงงานรับคดีที่มีข้อหาความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ไว้พิจารณาพิพากษา โดยให้คดีดังกล่าวยังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาทั่วไป
ทั้งนี้ สำหรับคดีอาญาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาก่อนวันที่กฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับ ให้ศาลเดิมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อคดีที่อยู่ระหว่างกระบวนการ ขณะที่ขั้นตอนต่อจากนี้ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป



