เปิดไทม์ไลน์ ‘ทนายภาคอีสาน’ หลัง ‘รมว.ยุติธรรม’ ตอบโต้ ‘ทนายอั๋น’ รุนแรง สภาทนายความกำลังตรวจสอบ ทนายที่เคยติดคุก คดียาเสพติด ใช่บิดา ‘ทนายอั๋น’ หรือไม่
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม จากกรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ออกมาให้สัมภาษณ์ถึง นายภัทรพงษ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ตอบโต้วิวาทะการสร้าง “#ไอ้หอกหัก” ถือเป็นวิธีสกปรก พร้อมยกตัวอย่างหากสร้าง “#ลูกไอ้ขี้คุก” คงไม่สบายใจ เนื่องจากในช่วงที่ รมว.ยุติธรรม รับราชการตำรวจ จ.บุรีรัมย์ เคยจับพ่อของทนายอั๋น เกี่ยวกับยาเสพติด ตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่วนแม่ทนายอั๋นถูกจับในพื้นที่อื่น จำคุก 25 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ทนายอั๋น ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตนเป็นชาว อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ช่วงอายุ 14-15 ปี (ปี 2541-2542) ไม่มีพ่อเเม่ อาศัยอยู่กับน้า เรียนจบการศึกษามัธยมปลาย จึงเข้า กทม.ทำงานและเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ล่าสุดทนายอั๋นยอมรับว่า บิดา มารดา และน้า ถูกดำเนินคดียาเสพติด และรับผลตามกระบวนการยุติธรรมไปเเล้วจริง
ขณะเดียวกันช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569 มีกระแสข่าวจากวงการกระบวนการยุติธรรมว่า มีการขอให้ตรวจสอบประวัติทนายความรายหนึ่งในภาคอีสาน และมีนามสกุลพ้องกับทนายความอีกคนหนึ่งที่เคลื่อนไหวทางการเมืองหลายวาระในช่วงนี้ เพราะทนายความคนแรกนั้นกำลังถูกร้องเรียนว่าขัดมรรยาททนายความ และเข้าข่ายปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล ต้องโทษจำคุก 16 ปี ในคดียาเสพติดที่เรือนจำจังหวัดพล เมื่อพ้นโทษได้มีการลบประวัติอาชญากร และได้มีการใช้เอกสารการเปลี่ยนชื่อมาแสดงต่อการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความ
โดยช่วงนั้นทนายอั๋น ได้กล่าวยอมรับว่า “มีคนนามสกุลเดียวกับตน ถูกต้องขังตามข้อมูลที่เป็นข่าว แต่ข่าวที่ปรากฏอาจถูกบ้างไม่ถูกบ้าง เรื่องคนนามสกุลเดียวกันกับตน แต่ตนไม่บอกว่าเป็นใคร หากแน่จริงเปิดมาสิ เอาผมเข้าไปสวมให้สังคมตีความหมายอย่างนั้น ซึ่งคนที่นามสกุลเดียวกัน ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง ก็เป็นเรื่องของเขาไป ไม่ได้เกี่ยวกับตนถูกไหม พฤติการณ์เป็นอะไร อย่างไร กล้าเปิดไหม ไม่เปิด เพราะไม่เกี่ยวกับตน”
แหล่งข่าวจากสภาทนายความฯเเจ้งว่า กรณีนี้ต้องติดตามความคืบหน้าว่าผู้บริหารสภาทนายความฯจะตรวจสอบทนายความที่มีนามสกุลพ้องกับทนายอั๋นอย่างไร เเละจะมีมาตรการใดในการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตการเป็นทนายความหรือไม่ เพราะทนายความคนนั้นเคยต้องโทษจำคุก 16 ปีในคดียาเสพติดที่เป็นคดีร้ายเเรง
เเหล่งข่าวระบุว่า การปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญในการประกอบวิชาชีพและทนายอั๋นจะถูกพิจารณาลงโทษหรือไม่ในการร่วมกันปกปิดข้อเท็จจริงดังกล่าว เพราะทนายอั๋นยอมรับว่าบิดาเคยติดคุกในคดียาเสพติดจริง และบุคคลที่ใช้ นามสกุลศุภักษร ตามที่ทนายอั๋นยอมรับว่า รู้จักนั้น บุคคลดังกล่าวติดคุก 16 ปีในคดียาเสพติดจริง ซึ่งต้องตรวจสอบว่าทนายความคนนั้นคือบิดาของทนายอั๋นหรือไม่



