หน้าแรก การเมือง ภูมิใจไทยประท...

ภูมิใจไทยประท้วงวุ่น ไอซ์ ชำแหละ เงินกู้ก้อน 2 แสนล้าน ส่อลงพื้นที่-เอื้อกลุ่มทุนสีน้ำเงิน

26.08.26 | 17:05 น.

ภูมิใจไทยประท้วงวุ่น ไอซ์ ชำแหละ เงินกู้ก้อน 2 แสนล้าน ส่อลงพื้นที่-เอื้อกลุ่มทุนสีน้ำเงิน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยสามัญครั้งที่สอง พิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท


จากนั้นเวลา 14.35 น. น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า รัฐบาลอยากจะถ่วงการตรวจสอบไส้ในของโครงการนี้หรือไม่ เพราะมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเงินส่วนหลัง 2 แสนล้าน ที่รัฐบาลบอกว่าจะเอามาเปลี่ยนถ่ายพลังงาน อาจจะไม่ได้เป็นไปเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่อาจจะฉาบหน้าด้วยคำพูดสวยหรู เอาไว้ฉาบหน้าสิ่งเน่าๆ เละๆ

“หลายคนกำลังทำแบบนี้ค่ะท่านประธาน” ก่อนจะทำท่าถูมือ ลูบปาก และส่งเสียงซู้ด พร้อมระบุว่า ถ้าเงินก้อนนี้ใช้เมื่อไหร่อาจจะมีหลายคนที่ตั้งเนื้อตั้งตัวได้เลยทีเดียว จะเป็นการเปลี่ยนเงินภาษีที่ประชาชน ไม่รู้จะต้องก้มหน้าก้มตาจ่ายกันกี่ปี กลายไปเป็นเงินที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มทุนสีน้ำเงินหรือไม่ ซึ่งตนก็เข้าใจดีว่าการที่จะพูดอะไรต้องมีหลักฐาน

Advertisement

วันนี้ก็เลยอยากจะหยิบยกหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าสันดานในการหากินกับเงินในงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ งบกลาง เงินในกองทุนต่างๆ มันมีร่องรอย มีอาการ ที่ทำให้ดิฉันเป็นห่วงว่าเงิน 2 แสนล้านบาทของพวกเราเนี่ย สุดท้ายแล้วจะถูกใช้ไปหน้าตาแบบไหน” น.ส.รักชนกกล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า งบประมาณแผ่นดิน มักจะเป็นงบก่อสร้าง งบทำถนน สร้างตึก แต่ว่าปัจจุบันนี้กลายเป็นคีย์เวิร์ดที่เรียกว่า “แตน แต่น แต๊น โซลาร์ท่านประธาน โซลาร์ปั๊ม โซลาร์เซลล์ โซลาร์รูฟท็อป คือคีย์เวิร์ดแห่งปีแห่งชาติเลย”

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ร่องรอยที่ตนอยากจะเอาได้เห็นเป็นทีเซอร์ว่างบประมาณ 2 แสนล้านบาทถูกใช้ไปอย่างไร งบกลางแก้ปัญหาภัยแล้งที่เพิ่งถูกอนุมัติไป 6.5 พันล้านบาท แบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนแรก 1 พันล้านบาท กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเอาไปบริหารจัดการ ก้อนที่สอง แบ่งเป็น 5 พันล้าน และ 5.5 พันล้านบาท เอาไปจัดซื้อจัดจ้างทำระบบน้ำบาดาลแจกทั่วประเทศ

ทำให้นายพิชญุตม์ พอจิต ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ไม่ได้พูดถึงเรื่องงบ 4 แสนล้านบาทเลย แต่ไปพูดเรื่องงบกลาง ขอให้ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ

จากนั้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตั้งสติฟังให้มันดีๆ ก่อน จับใจความให้มันดีๆ ว่าตนจะพูดอะไร ตนกำลังจะบอกว่าเวลาที่จะจัดสรรงบประมาณ เราต้องดูว่าก่อนหน้านั้น เขาใช้ไปรูปแบบไหน ท่านก็ใจเย็นๆ แล้วก็นั่งดู ตั้งสติให้มั่น แล้วก็ฟังให้มันจบก่อน

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า เงิน 5.5 พันล้านบาท ตนเอาไปพล็อตลงบนแผนที่ประเทศไทย โดยแบ่งตามเขตเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่างบไปอยู่ในสัดส่วนของ ส.ส.เขตของพรรคภูมิใจไทย แล้วเป็นโครงการแก้แล้ง ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวไม่เสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้ง

ทำให้ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ตักเตือน น.ส.รักชนก ว่า ถ้าหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นคนละวาระกัน เรากำลังจะมีการพิจารณางบประมาณในสัปดาห์ถัดไป ฉะนั้น ขอให้ท่านเข้าสู่เรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน

จากนั้นได้มี ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงประธานให้ควบคุมการประชุมตามวาระ ก่อนที่ น.ส.รักชนก ตอบโต้ว่า สิ่งที่ตนกำลังจะสื่อสาร ต้องใช้งบเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานด้วย

ดิฉันกำลังจะชี้ให้เห็นว่างบ 5,500 ล้านบาท มันยังไปเทอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยขนาดนี้ ถ้า 2 แสนล้านบาท ท่านประธาน โอ้ ดิฉันไม่อยากจะคิดเลย 5,500 ล้านบาทยังจัดมาเป๊ะขนาดนี้ ถ้า 2 แสนล้านบาท คิดแล้วขนลุกเลย มันจะไม่เป็นสีน้ำเงินทั่วประเทศใช่หรือไม่” น.ส.รักชนก กล่าว

ต่อมา นายเลิศศักดิ์ ได้เตือน น.ส.รักชนกอีกรอบว่า ต้องขออภัยจริงๆ ต้องให้อยู่ในประเด็นที่เรากำลังพิจารณาอยู่ด้วย ที่ท่านเท้าความถึงเรื่องงบกลาง และงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต้องเอาไว้ครั้งต่อไป

จากนั้น นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงช่วย น.ส.รักชนกบ้างว่า ตนก็ดูอยู่ว่าจังหวัดอ่างทองอยู่ในนั้นหรือไม่ ตนขอใช้สิทธิ์ประท้วงประธานตามข้อบังคับ ท่านประธานไม่ใช่ผู้วินิจฉัยว่าประเด็นนี้เกี่ยวข้องหรือไม่ คนที่ตอบคำถามได้คือรัฐมนตรี

น.ส.รักชนก อภิปรายต่อไประยะหนึ่ง ถึงพื้นที่สีน้ำเงิน ที่ได้งยประมาณมากกว่าพื้นที่อื่น ก่อนที่ นายณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย จะประท้วงว่า ตนตั้งใจมาฟังท่านรักชนก แต่ด้วยความเคารพ ก็พยายามฟังอยู่ ตนอยากเห็นท่านชำแหละ ชี้ให้เห็นว่างบ 2 แสนล้าน รวมถึงมีการถกเถียงกันเรื่องคำไม่สุภาพ

น.ส.รักชนก จึงกล่าวว่าคำไหนที่ไม่สุภาพก็ไม่ต้องบันทึกก็ได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า KPI ในการวัด สส.ของรัฐบาลคือมี ส.ส. ขึ้นมาประท้วงหลายคนเหลือเกิน นายณัฏฐ์ชนน จึงตอบว่า ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียง แต่อยากให้ท่านได้เข้าประเด็น

น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า อยากจะบอกว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านดูเชื่อมั่นอย่างมากจริงๆ ว่า เงินก้อนนี้จะนำไปสู่อะไรบางอย่าง อย่างที่ท่านเชื่อ

ดิฉันอยากถามว่า ท่านไปเอาความมั่นหน้ามั่นใจนี้มาจากไหน ท่านเคยลองหันกลับไปถามข้าราชการที่มานั่งฟังแทนท่าน ที่ร่วมประชุมหรือว่าร่วมชะตากรรมในโครงการนี้กับท่านหรือไม่ ท่านเคยลองหันไปถามเขาไหมว่า ตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร ท่านยังจำความรู้สึกในวันที่ท่านเป็นข้าราชการ แล้วก็ถูกนักการเมืองชั่วๆ เลวๆ เอาโครงการที่แปลกๆ ใส่มือ วันนั้นน่ะท่านรู้สึกอย่างไร ถ้าท่านยังมีสามัญสำนึก ดิฉันก็อยากจะให้ท่านปกป้องข้าราชการในกระทรวงการคลัง” น.ส.รักชนก กล่าว

นายเลิศศักดิ์ จึงท้วงว่า นักการเมืองชั่วๆ เลวๆ ตนขอให้ท่านถอนคำนี้ก่อน ตนคิดว่าไม่เหมาะสม เป็นคำที่ไม่สุภาพ

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า “ท่านเอกนิติคะ ท่านเคยที่จะมาร่วมรัฐบาลนี้โดยที่วันแรกๆ ดิฉันก็ยังเชื่อว่าท่านยังยืนตั้งหลังตรง จะเข้ามาทำสิ่งดีๆ ให้กับประเทศนี้ แต่วันนี้ดิฉันตั้งคำถาม กระดูกสันหลังของท่านมันค่อยๆ ค่อยๆ เลื้อย ค่อยๆ คด หรือว่าท่านค่อยๆ ถอดมันออกหรือเปล่า แล้วสุดท้าย ท่านก็ถอดกระดูกสันหลัง ถอดทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็รับใช้ระบบสีน้ำเงินนี้อย่างเต็มที่ไปเลยแบบนั้นหรือไม่นะคะ” น.ส.รักชนกกล่าว