เอกนัฏ โว รบ.อนุทิน ไม่ใช้วิธีแก้ปมน้ำมันแพงแบบเก่า ก่อนขอสภาหนุนโหวต พ.ร.ก.กู้เงินผ่านหวังเปลี่ยนผ่านพลังงานต่อ
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยสามัญครั้งที่สอง โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เป็นประธานการประชุม พิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท
เวลา 17.35 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า ไม่จำเป็นเราไม่อยากกู้เงิน และไม่ได้ชอบเลยที่ต้องไปกู้เงินมาใช้ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เลือกใช้วิธีการปัญหาด้วยการใช้เงินอย่างเดียว แต่เราแก้ในเชิงนโยบาย
ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาอยากให้ราคาหน้าปั๊ม คือ ลดภาษีสรรพสามิต แต่ไม่พ้นการเอาเงินจากกระเป๋าซ้ายไปใส่กระเป๋าขวา เหมือนเป็นการนำเงินภาษีที่ไปอุดหนุนราคาน้ำมันที่แพง และการใช้เงินกองทุนเช่นกัน แต่อย่างไรก็เรียกว่าเอาเงินกระเป๋าหน้ามาใส่กระเป๋าหลังอยู่ดี แบบนี้ไม่โยกซ้ายไปขวา ก็โยกหน้าไปหลังอยู่ดี ผลสุดท้ายก็ต้องกลับมากู้เงิน
แต่รัฐบาลชุดนี้เลือกใช้กลไกที่ไม่เคยใช้มาก่อน ประเทศทั่วโลกไปฟ้องโรงกลั่นน้ำมัน แต่ไทยเราไม่ต้องไปฟ้อง ตั้งแต่ตนและรัฐบาลภายใต้การบริหารรัฐบาลนายอนุทิน ใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ไปเอาเงินจากโรงกลั่นมาลดที่หน้าปั้ม ซึ่งรวมกันแล้วเป็นเงิน 17,442 ล้านบาท ที่นำเงินจากกลุ่มทุนลดราคาหน้าปั๊ม ทำตลอดอย่างต่อเนื่อง เป็นธรรม และยังทำต่อ
ซึ่งไม่เคยมีการทำมาก่อนในประวัติศาสตร์ มีแต่การนำเอาเงินจากกระเป๋าหน้ามาใส่กระเป๋าหลัง แต่ครั้งนี้เป็นการไปนำเงินจากกลุ่มทุนจากโรงกลั่นจากทุกโรง โดยไม่ได้บริจาคแต่ใช้อำนาจพ.ร.ก. และทำมาตลอดและทำอย่างจริงจัง แต่ตราบใดที่ไทยเราไม่สามารถไปขุดเจาะน้ำมันได้ แล้วต้องไปนำเข้าน้ำมันมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนผ่านพลังาน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมาขอเงินกู้ในส่วนที่จะส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านพลังงาน




