‘ปลัดกลาโหม’ เยือนสวีเดนกระชับความสัมพันธ์ เยี่ยม บ.SAAB ติดตามความก้าวหน้า ‘กริพเพน’

27.08.26 | 14:19 น.

‘ปลัดกลาโหม’ เยือนสวีเดนกระชับความสัมพันธ์ ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์  เยี่ยม บ.SAAB ติดตามความก้าวหน้า ‘กริพเพน’ ไทยเข้าสู่สายการผลิตแล้ว


เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหมและคณะเดินทางไปประเทศระหว่างวันที่ 21 – 27 สิงหาคม ได้เข้าพบ นาย Peter Sandwall รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม สวีเดน เพื่อหารือแนวทางการยกระดับความร่วมมือทวิภาคีระดับกระทรวงกลาโหม และได้เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งการสถาปนากองทัพอากาศ สวีเดน ณ ฐานทัพอากาศ Malmen ได้พบปะนาย Pl Jonson รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ท. Michael Claesson ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รวมทั้งเยี่ยมชมบริษัท SAAB AB ณ เมือง Link ping เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ Gripen E/F นอกจากนี้ ยังได้เข้าเยี่ยมคำนับ นางอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส เอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร ระหว่างไทย – สวีเดน รวมถึงตรวจเยี่ยมและมอบแนวทางการปฏิบัติงานให้กับสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารไทย/สตอกโฮล์ม

การเข้าพบนาย Peter Sandwall รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงกลาโหมสวีเดน ทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นสถานการณ์ในภูมิภาคยุโรป อาทิ บทเรียนจากสงครามรัสเซีย – ยูเครน และสถานการณ์ในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก โดยไทยยินดีต่อการเพิ่มบทบาทของสวีเดนในภูมิภาค และเห็นโอกาสในการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HADR) ตลอดจนการคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานสำคัญใต้ทะเล (CUI) เพื่อร่วมส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค

Advertisement

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมหารือแนวทางการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ระหว่างไทย – สวีเดน โดยมุ่งผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อาทิ การพัฒนาบุคลากรโดยเปิดโอกาสให้มีการฝึกงานหลังจากสำเร็จการศึกษา การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางทหาร และการซ่อมบำรุงอากาศยาน การวิจัยและพัฒนาร่วม (Joint R&D) โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบไร้คนขับ (Unmanned System) และนวัตกรรมด้านการป้องกันประเทศ ตลอดจนการจัดตั้งกลไกการประชุมนโยบายด้านการป้องกันประเทศ (Defence Policy Dialogue) ซึ่งจะเป็นความร่วมมือระดับกระทรวงกลาโหม เพิ่มเติมจากกลไกคณะกรรมการส่งกำลังบำรุงร่วม (Joint Logistics Committee: JLC) เพื่อกำหนดทิศทางและผลักดันความร่วมมือที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันอย่างครอบคลุม

สำหรับงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งการสถาปนากองทัพอากาศสวีเดน ปลัดกระทรวงกลาโหมและคณะ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ การจัดแสดงอากาศยาน และชมการแสดงการบิน รวมถึงพบปะผู้บริหารและผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสวีเดน ได้แก่ นาย Pl Jonson รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นาย Peter Sandwall รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ท.Michael Claesson ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ในส่วนของการเข้าเยี่ยมชมบริษัท SAAB AB ปลัดกระทรวงกลาโหมและคณะ ได้มีโอกาสได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับศักยภาพด้านอุตสาหกรรมการบิน และเทคโนโลยีป้องกันประเทศของบริษัท พร้อมเยี่ยมชมสายการผลิตเครื่องบินขับไล่ Gripen รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าของโครงการ Gripen E/F ของกองทัพอากาศ ซึ่งปัจจุบันเครื่องบินลำแรกของไทยได้เข้าสู่สายการผลิตแล้ว

พร้อมทั้งได้หารือกับนาย Robert Bjrklund ผู้แทนบริษัท SAAB AB ประจำประเทศไทย และนาย Per Stenfelt ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท SAAB AB โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงพัฒนาการความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประสบการณ์การใช้งาน Gripen C/D ของกองทัพอากาศ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านเครือข่ายประเทศผู้ใช้งาน Gripen (Gripen Users Group: GUG) รวมทั้งโอกาสในการใช้โครงการ Gripen E/F เป็นพื้นฐานในการต่อยอดความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีทางทหาร

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหมและคณะ ยังได้เข้าเยี่ยมคำนับ นางอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส เอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม โดยได้หารือข้อราชการ และแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแนวทางการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารระหว่างไทย – สวีเดน นโยบายและยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย และภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก รวมทั้งภูมิภาคยุโรป เพื่อเตรียมการกำหนดท่าทีของไทยให้เป็นหนึ่งเดียว ทั้งนี้ ความร่วมมือด้านการทหาร ถือเป็นมิติที่สำคัญที่บรรจุอยู่ในการยกระดับความสัมพันธ์การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-สวีเดน

รวมทั้งได้ตรวจเยี่ยมสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารไทย/สตอกโฮล์ม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการติดตามและประเมินสถานการณ์ด้านการข่าว รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหารกับมิตรประเทศ โดยได้รับฟังการบรรยายสรุป ภารกิจ การจัด และการดำเนินงานที่สำคัญของสำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะเป็นก้าวสำคัญในการสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร ระหว่างไทยและสวีเดนที่มีมาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นการยกระดับความร่วมมือทางทหาร และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้กองทัพมีความทันสมัย พร้อมรบ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน