หน้าแรก การเมือง รองเลขาฯศอ.บต...

รองเลขาฯศอ.บต.เผยนายกฯพร้อมหนุนเมกะโปรเจกต์ อัดซอฟต์โลน-ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดพื้นที่ จชต.

1.09.26 | 13:07 น.

รองเลขาฯศอ.บต.เผยนายกฯพร้อมหนุนเมกะโปรเจกต์ อัดซอฟต์โลน-แก้แผนเยียวยา-ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด-พัฒนาการศึกษา พื้นที่ จชต. ขอให้ ปชช.ช่วยดูแลความปลอดภัย


เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 1 กันยายน ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นายชนธัฐ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ และรักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการ ประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมเมื่อวานนี้ ว่า นายกฯ มีความห่วงใยพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงจัดให้มีเวทีรับฟังความเห็น ซึ่งข้อเสนอต่าง ๆ เป็นเรื่องยาเสพติด การมีส่วนร่วม โครงการพัฒนา ข้อเสนอมาตรการพิเศษ ทางด้านเศรษฐกิจ รวมถึงการเยียวยา ที่นายกฯ ได้หยิบเอกสารด้วยตัวเอง

ทั้งหมดนี้ถือเป็นการคิกออฟ ว่า รัฐบาลสนใจรับฟังปัญหาประชาชน และจะนำปัญหาประชาชน ไปร่วมกันพิจารณาเพื่อปลดล็อคปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถเดินต่อไปได้ เพราะมีการสั่งการต่ออีก 5 จังหวัด ตั้งแต่สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส สั่งการเอาไว้ว่าพื้นที่ที่เดือดร้อนที่สุด เราต้องไปให้ถึงเพื่อให้ประชาชนความไว้วางใจ และเล่าปัญหาให้ฟังรัฐบาลพร้อมกับขับเคลื่อน

ส่วนหนึ่งของข้อสั่งการ อยากให้รัฐบาล และส่วนราชการ คือจะทำอย่างไรให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการปกป้องดูแลชุมชน เหตุจะเกิด ประชาชนต้องมีส่วนรู้เห็นในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร และการป้องกันพื้นที่ตัวเอง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยินดีพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจทุกเรื่อง รวมถึงการรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง เป็นเรื่องสำคัญก่อน และไม่มีใครรู้ดีกว่าประชาชนในพื้นที่

Advertisement

ส่วนโครงการหลักที่เสนอ และนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยนั้น นายชนธัฐ กล่าวว่า การปรับเยียวยาให้ความช่วยเหลือ โดยกระบวนการติดตามอาจจะยังไม่มี ซึ่ง ศอ.บต. ได้เตรียมการไว้แล้วในการปรับปรุงร่างระเบียบเยียวยาใหม่ ที่จะเน้นการดูแลรักษาต่อเนื่อง จนกว่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี และให้ความช่วยเหลืออย่างอย่างรวดเร็ว

2.ปัญหายาเสพติด ที่ทุกหมู่บ้าน และชุมชนมีการระบาดสูง ทั้งยาบ้า ยาตามธรรมชาติ กระท่อม กัญชา ก็ให้ความสำคัญมาก จึงอยากให้มีศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่ใช้หลักการศาสนาเข้าไปช่วยเหลือ

3.การศึกษาที่มีแนวคิดสนับสนุนการจัดการการศึกษาที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทั้งโรงเรียนเอกชนสองศาสนา โรงเรียนตาดีกา โรงเรียนปอเนาะ อยากให้ช่วยพัฒนาระบบโรงเรียนเหล่านี้ให้เทียบชั้น และทำให้นักเรียนทุกคนเข้าสู่ระบบการศึกษา และระบบอาชีพ

นายชนธัฐ กล่าวอีกว่า ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ภาคเอกชนรอคอย การขยายซอฟต์โลน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลพิจารณา ปกติต่อปีต่อปี อาจมีการยืดอายุมากขึ้น เช่น 5 ปีเพื่อให้เอกชนมีการลงทุน และกล้าตัดสินใจลงทุนมากขึ้น ส่วนโครงการเมกะโปรเจกต์สนามบินเบตง ท่าเรือปัตตานี นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ และจะขับเคลื่อนทุกโครงการ เพียงแต่ขอประชาชนในพื้นที่ร่วมกันดูแลความรักษาความปลอดภัยให้พื้นที่ เมื่อเหตุเหตุการณ์ดีขึ้น ภาคเอกชนจะลงทุน และรัฐบาลประชาชนสนับสนุนเมกะโปรเจคทุกโครงการ

ส่วนกรณีที่มีเหตุการณ์ความสงบในพื้นที่ทำให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียยกเลิกการมาเที่ยวในประเทศไทยจะมีการสร้างมาตรการสร้างความเชื่อมั่นหรือไม่ นายชนธัฐ กล่าวว่า มาตรการดูแล 2 ส่วน การที่มาเลเซีย จะทำพื้นที่ปลอดภัย แม้จะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่นักท่องเที่ยวยังมีเข้ามา และหากบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็วภายใน 3-4 วันนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวก็กลับเข้ามา ขณะที่นักท่องเที่ยวไทย มีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าจะขอมีการใช้คนละครึ่งพลัส สำหรับคนไทยที่มาในที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ส่วนหาดใหญ่ ได้รับผลกระทบอุทกภัย มีโครงการอะไรพิเศษหรือไม่ นายชนธัฐ กล่าวว่า ทราบจากเอกชน มีข้อเรียกร้องว่าอยากให้รัฐบาลจัดซอฟต์โลนที่จะช่วยนักธุรกิจในพื้นที่ กู้ได้โดยปลดดอกเบี้ย แต่ยังติดข้อจำกัดการติดแบล็คลิสต์ ซึ่งหารือกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยว่าประกาศตรวจปลดล็อกจุดนี้ เพียงแค่งบประมาณจากเงินกู้ให้เขาขยายกิจการ เชื่อว่าศักยภาพของผู้ประกอบการจะไปได้ไกล

ส่วนในพื้นที่ อ.จะนะ มีการสำรวจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไปแล้ว และมีการเสนอหลายโครงการจะทำอย่างไรให้สอดคล้องกับทุกภาคส่วน นายชนธัฐ กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หน่วยงานราชการ และรัฐบาลยืนยันว่าเรามี SEA แล้ว ใช้งบประมาณถึง 28 ล้านบาท ใช้เวลา 4 ปีกว่า ในการจัดการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่นำประชาชน และทุกภาคส่วนร่วมกันเกือบ 10,000 คน ดังนั้น แนวทางหลักในการพัฒนาสิ่งที่ SEA กำหนดเอาไว้คือพื้นที่สงขลา ไม่ได้เป็นห้ามเรื่องการพัฒนา ยังมีอุตสาหกรรมบางประเภทที่สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องสอดคล้องกับสิ่งที่มี ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเกษตร อาหารฮาลาล อุตสาหกรรมเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ประชาชน