‘เพชรรัตน์-พุธิตา’ ติง ‘มัลลิกา’ ชิงปิดไมค์ตัดบท ส.ส. อภิปรายร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซัดทำเสียง ปชช.ถูกมองข้าม แทนที่จะได้สะท้อนปัญหาประชาชน
เมื่อวันที่ 2 กันยายน น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กดปิดไมค์ ส.ส.ขณะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … ว่าในฐานะ ส.ส.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับวิกฤต PM2.5 และมลพิษทางอากาศอย่างหนักหน่วงมาโดยตลอด เข้าใจดีว่าปัญหานี้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และทุกคนต่างตั้งตารอกฎหมายอากาศสะอาดฉบับนี้มาอย่างยาวนาน โดยการอภิปรายในวันนี้ก็เพื่อทักท้วงสาระสำคัญที่ถูก ส.ว.ปรับแก้ ซึ่งส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน ลดบทลงโทษภาคอุตสาหกรรม และลดการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่สุดท้าย ส.ส.หลายคนอภิปรายยังไม่ทันจบ ประธานในที่ประชุมกลับกดปิดไมค์ตัดบททันที ทั้งที่ ส.ส.กำลังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชน
“ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นวิกฤตที่สร้างความทุกข์ยากให้ประชาชนมานาน และสังคมกำลังรอกฎหมายฉบับนี้อย่างตั้งใจ สภาผู้แทนราษฎรควรทำหน้าที่เป็นพื้นที่เปิดกว้างให้ผู้แทนได้สะท้อนความเดือดร้อนและปกป้องประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ควรเร่งรัดตัดบทจนทำให้เสียงของประชาชนต้องถูกมองข้ามไป” น.ส.เพชรรัตน์กล่าว

ด้าน น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กล่าวว่า การอภิปรายกฎหมายที่มีความสำคัญต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนอย่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ส.ส.แต่ละคนได้รับการจัดสรรเวลาอภิปรายเพียงคนละไม่กี่นาทีเพื่อสรุปปัญหาที่ซับซ้อน การถูกกดปิดไมค์ทันทีเมื่อเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วินาที ส่งผลกระทบต่อการนำเสนอเนื้อหาสำคัญอย่างมาก
“การตัดบทในลักษณะนี้ ทำให้ ส.ส.ที่รอคิวอภิปรายเกิดความกังวลเรื่องเวลา แทนที่จะได้โฟกัสกับการเสนอเนื้อหาเพื่อแก้ปัญหามลพิษให้กับประชาชน ก็ต้องยอมตัดทอนประเด็นที่เตรียมมาออกไป ซึ่งดิฉันเองก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้เช่นกัน ทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกวินาทีในสภาคือโอกาสในการพูดแทนประชาชนที่กำลังรอคอยความหวังจากกฎหมายฉบับนี้อยู่” น.ส.พุธิตากล่าว




