‘พิสิษฐ์’ ยกโขยง ส.ว.รุมซัด ‘นครินทร์’ ดูหมิ่น-ลดทอน-ด้อยค่า ทำ ส.ว.เสื่อมเสียชื่อเสียง ไร้หลักฐานหลังอ้าง ‘มีชัย’ ออกแบบระบบเลือกวุฒิสภาคือความผิดพลาด ทำความชอบธรรมทางการเมืองต่ำ จี้ออกมาชี้แจง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 กันยายน ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ส.ว. พร้อมด้วย ส.ว.บางส่วน แถลงถึงกรณีที่นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นพาดพิงถึงวุฒิสภา เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมาว่า มีความชอบธรรมทางการเมืองในระดับที่ต่ำ เนื่องจากมาจากระบบเลือกกันเอง และมีการกล่าวอ้างว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 เคยบอกว่าการออกแบบระบบวุฒิสภาเป็นความผิดพลาดที่สุดของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และต่อมานายมีชัยได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยเจอและพูดเรื่องดังกล่าวกับนายนครินทร์ว่า วุฒิสภาเห็นว่าคำพูดดังกล่าวของนายนครินทร์กระทบโดยตรงต่อองค์กรวุฒิสภารวมถึงนายมีชัยด้วย ฉะนั้น จึงอยากสื่อสารถึงประชาชนและสังคมใน 5 ประเด็น
นายพิสิษฐ์กล่าวว่า 1.การที่นายนครินทร์พูดในงานดังกล่าว เป็นการดูหมิ่นและด้อยค่า ส.ว. การกล่าวเหมารวมว่า ส.ว.มีความชอบธรรมทางการเมืองในระดับต่ำ เป็นการเป็นการลดทอน เหยียดศักดิ์ศรี และความน่าเชื่อถือขององค์กรและ ส.ว.ทั้ง 200 คน ที่ได้มาตามรัฐธรรมนูญ 2560 โดยไม่พิจารณาถึงคุณสมบัติการปฏิบัติงาน และผลงานของสมาชิกแต่ละคน

นายพิสิษฐ์กล่าวอีกว่า ส.ว.ชุดปัจจุบันไม่ใช่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หรือผู้กำหนดกติกา เป็นเพียงผู้สมัครและผู้ที่ได้รับเลือกจากกระบวนการที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว.กำหนดไว้ การวิจารณ์ระบบสามารถทำได้ แต่ไม่ควรนำไปเหมารวม ด้อยค่า หรือทำให้ ส.ว.ทั้งองค์กรได้รับความเสียหาย อีกทั้งในหนังสือความในใจของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ที่นายมีชัย ระบุเจตนาชัดเจนว่า การกำหนดที่มาของ ส.ว.รูปแบบใหม่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 2560 เน้นความสำคัญของประชาชนทั่วไป ที่จะเข้ามาสมัครโดยไม่ต้องมีค่าค่าใช้จ่ายเกินกำลังของบุคคลทั่วไป และต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง จึงให้ผู้สมัครด้วยกันเองเลือกตามวิธีการตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าสอดคล้องตามเจตนาของนายมีชัยและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560
- นครินทร์ เผยปากคำ ปธ.ร่างรธน.’60 ยอมรับสูตรเลือกส.ว. คือความผิดพลาดที่สุด เตือนบทเรียนพาลงเหว
- นครินทร์ ชี้การเมืองไทย อนาคตยังพร่ามัว ฉายปัญหารีโนเวต ‘รธน.’ โดยอำเภอใจ รับอธิบายยาก ยุบพรรคทำไม
นายพิสิษฐ์กล่าวด้วยว่า 2.คำกล่าวของนายนครินทร์เป็นคำกล่าวอ้างที่มีข้อสงสัยอย่างร้ายแรง ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะนายมีชัยออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยพูดและไม่เคยเจอนายนครินทร์ด้วยซ้ำ ตนในฐานะ ส.ว.จึงอยากให้นายนครินทร์ออกมาชี้แจงต่อสาธารณชน พร้อมแสดงหลักฐานการสนทนาที่กล่าวอ้าง เหตุที่พวกตนเพิ่งออกมาให้ความเห็นหลังผ่านมา 4 วันเพราะเราเคารพนายนครินทร์ที่เป็นถึงอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่านายนครินทร์จะออกมาชี้แจง แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการออกมาชี้แจง

นายพิสิษฐ์กล่าวต่อว่า 3.การที่นายนครินทร์ใส่ร้ายให้ความเห็นไม่ตรงกับนายมีชัยนั้น อาจทำให้นายมีชัยและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 เสื่อมเสียชื่อเสียง และอาจทำให้สังคมเข้าใจได้ว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญยอมรับว่าตัวเองทำกติกาผิดพลาด เมื่อผู้ถูกอ้างยืนยันว่าไม่เคยทำ และไม่เคยพบกับนายนครินทร์ หากไม่ปรากฏการสนับสนุนย่อมเข้าข่ายทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเป็นการใส่รายได้
นายพิสิษฐ์กล่าวอีกว่า 4.นายนครินทร์กำลังทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า ส.ว.ชุดปัจจุบันไม่มีฐานะ หรือไม่มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่ข้อเท็จจริงคือ ส.ว.ทั้ง 200 คนเข้าสู่ตำแหน่งตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นกำหนดไว้ การวิพากษ์วิจารณ์จึงควรแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างระบบกับการกล่าวลดทอนความชอบธรรมกับ ส.ว.ทั้งคณะ และไม่ควรอาศัยคำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานมายืนยันทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
นายพิสิษฐ์กล่าวด้วยว่า และ 5.มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อบทบาทหน้าที่ในอดีตของนายครินทร์ที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง และยังเป็นถึงประธานศาลรัฐธรรมนูญยาวนานถึง 10 ปี คำกล่าวของนายนครินทร์ถือว่ามีน้ำหนักต่อสาธารณชน จึงอยากให้มีความรอบคอบและสามารถตรวจสอบได้ หากนายนครินทร์เห็นว่าระบบสมาชิกวุฒิสภาเป็นปัญหาสำคัญ เหตุใดจึงไม่แสดงข้อทักท้วงอย่างชัดเจนในขณะที่ดำรงตำแหน่งในฐานะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และมีบทบาทสำคัญที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญและองค์กรต่างของรัฐธรรมนูญด้วย

นายพิสิษฐ์กล่าวว่า การออกมาให้ความเห็นในภายหลังโดยอ้างถึงบุคคลอื่น โดยผู้ถูกอ้างออกมาปฏิเสธโดยตรง ย่อมเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และทำให้สังคมมีสิทธิตั้งคำถามถึงความสอดคล้องและความรับผิดชอบความน่าเชื่อถือบทบาทในอดีตกับคำกล่าวในปัจจุบัน หากนายนครินทร์มองว่าการเมืองมีปัญหา ไม่มีอนาคต มีแต่ความมืดมัว ท่านเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหานี้ด้วยหรือไม่ เพราะถือว่าเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
“จากนี้ขอให้นายนครินทร์ระมัดระวังการใช้คำพูดที่เหมารวม ลดทอนหรือทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อองค์กรวุฒิสภาและบุคคลอื่น และขอให้เคารพสิทธิประชาชน ที่ต้องได้รับข้อมูลถูกต้องตรวจสอบได้ วุฒิสภายืนยันว่าการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิทำได้ในสังคมประชาธิปไตย แต่ต้องอยู่บนข้อเท็จจริง ความสุจริต ความรับผิดชอบ และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ มิใช่การกล่าวอ้างที่ปราศจากหลักฐาน จนทำให้บุคคลหรือองค์กรของรัฐได้รับความเสียหาย” นายพิสิษฐ์กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ส.ว. กล่าวว่า พวกเราคงไม่มีความเห็นอะไรในประเด็นที่นายนครินทร์กล่าวไว้ นอกจากจะขอให้ไปพิจารณาทบทวนตัวท่านเองก่อน ทุกองค์กรมาด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รวมถึงตัวท่านด้วย ขณะที่บ้านเมืองมีขื่อมีแป ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในองค์กรสำคัญในทางการเมือง ตนจะไม่กล่าวว่าอะไร คงจะเป็นเรื่องที่สังคมจะพิจารณาได้

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษกล่าวต่อว่า สำหรับพวกเราสมาชิกวุฒิสภา พวกเราเคารพกติกาของทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นดีเอสไอ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 คณะไต่สวนชุดที่ 36 เราเคารพการปฏิบัติหน้าที่ของท่านในฐานะเจ้าพนักงาน ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้วย โดยเฉพาะกระแสสังคมขณะนี้ ในฐานะเจ้าพนักงานมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ที่ทำให้สังคมได้รับข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็นเอกสารทางราชการ
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษกล่าวด้วยว่า ฉะนั้น จึงมองว่าการมีสถานะที่จะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในฐานะความเป็นเจ้าพนักงานนั้น การให้ความเคารพกฎกติกา เคารพซึ่งกันและกัน จะก่อให้เกิดความสามัคคีบ้านเมืองนี้ จึงขอฝากให้สังคมและพิจารณาในประเด็นนี้ด้วย



