หน้าแรก การเมือง ส.ว.วุฒิชาติ ...

ส.ว.วุฒิชาติ ชี้โครงสร้างรายจ่ายงบ70 เป็นไปตามกม. แนะเพิ่มช่องหารายได้ เก็บภาษีดิจิทัล-สิ่งแวดล้อม 

11.09.26 | 12:07 น.

‘วุฒิชาติ’ การันตีงบฯ 70 มีงบลงทุนครบตามกฎหมาย แนะ ปรับโครงสร้างภาษี เก็บเพิ่มภาษีดิจิทัล-การค้า-สิ่งแวดล้อม หวังรัฐบาลมีช่องหารายได้เพิ่มใหม่ หนุนทบทวน รายจ่ายสวัสดิการ-เงินอุดหนุน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุมในวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จสิ้น วุฒิสภาต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบภายใน 20 วันนับแต่รับร่างโดยไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งมี ส.ว. ลงชื่อในการอภิปราย 30 คน


โดย นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบฯ70 รายงานผลการศึกษาตอนหนึ่ง ว่า กมธ.มีข้อสังเกตต่อการจัดทำงบประมาณ 2570 ในด้านเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวระดับต่ำ อยู่ที่ 1.9% ในปี 2569 สะท้อนว่ามีความจำเป็นยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ ดังนั้น ระยะต่อไปควรเร่งส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออก เพื่อเพิ่มการลงทุนภาครัฐ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี และการค้าโลก เพราะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ อุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง การท่องเที่ยว พร้อมกับบริหารจัดการความเสี่ยงจากหนี้สิน จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน ซึ่ง กมธ.มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลควรยกระดับการผลิต การส่งออก ด้วยการส่งเสริมอุตสาหกรรมอนาคต ยกระดับโครงสร้างการผลิตและการส่งออก

นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้เอสเอ็มอี ปรับโครงสร้างหนี้ และเสริมสภาพคล่องและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และทำแผนรองรับวิกฤตพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญรัฐบาลควรเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตทางภูมิอากาศ พัฒนาภาคการเกษตรใช้เทคโนโลยียกระดับนวัตกรรมยั่งยืน แม่นยำ เร่งลงทุนระบบน้ำ กักเก็บน้ำชุมชน และระบบเตือนภัย ขณะที่การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ในปี70 กมธ.มองว่า รัฐบาลควรติดตามการจัดเก็บรายได้ เพื่อให้ได้รายได้ตามเป้าหมายและสนับสนุนความมั่นคงทางรายได้ระยะยาว โดยกมธ.มีข้อเสนอแนะคือ ปฏิรูปโครงสร้างภาษี ลดการพึ่งพาจากฐานภาษีรายได้เดิม และเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ เช่น ภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีเศรษฐกิจดิจิทัล และการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ พร้อมนำเอไอเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี รัฐบาลควรบริหารความเสี่ยงทางการคลัง ทบทวนสมมติฐาน โดยทำแผนรองรับเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเพื่อให้การบริหารงบประมาณยืดยุ่นและควบคุมหนี้สาธารณะอย่างรอบคอบ และให้ความสำคัญกับการลงทุนภาครัฐที่มีผลตอบแทน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

“รัฐบาลควรปรับแผนโครงสร้างรายได้ศุลกากร เตรียมมาตรการรองรับรายได้ภาษีที่ลดลงจากความผันผวนของการค้าโลก โดยปรับบทบาทกรมศุลกากรให้อำนวยความสะดวกการค้า ป้องกันสำแดงราคาต่ำกว่าเป็นจริง เพื่อรักษารายได้และกันการรั่วไหลของภาษี รวมถึงยกระดับการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มผลตอบแทนของรัฐวิสาหกิจหรือสินทรัพย์รัฐ และนำส่งรายได้แผ่นดินมากขึ้น” นายวุฒิชาติกล่าว

Advertisement

นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนด้านรายจ่าย พบว่าโครงสร้างงบประมาณปี 2570 มีรายจ่ายประจำ 73.6% รายจ่ายลงทุน 20.8% ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย แต่ กมธ.เห็นว่า รัฐบาลควรเพิ่มประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าการจัดสรรงบประมาณ เฉพาะงบรายจ่ายลงทุนให้นำไปสู่การพัฒนาและแก้ปัญหาของประเทศเป็นรูปธรรม โดย กมธ.มีข้อสังเกตคือ รัฐบาลทบทวนโครงสร้างรายจ่ายประจำอย่างจริงจัง เช่น ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการบุคลากรภาครัฐ เงินอุดหนุนซ้ำซ้อน ค่าดำเนินการที่ไม่จำเป็น