ทวี ชี้แก้ไฟใต้ต้องไม่มองแต่มิติความมั่นคง คนถือปืนทั้ง 2 ฝ่าย ต้องปรับ จากนักรบเป็นนักสร้างสันติภาพ ให้มีพื้นที่ต่อสู้สันติวิธี
วันที่ 12 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ห้องประชุมเกษมสุวรรณกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการสัมมนา “22 ปี บทเรียนและก้าวต่อไป: การปฏิรูปโครงสร้างรัฐ เพื่อสันติภาพที่เคารพความหลากหลาย” ของคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บนเวทีสัมมนา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่มิติของความมั่นคง แต่เป็นความขัดแย้งเรื่องความคิด ความยุติธรรม อัตลักษณ์ เศรษฐกิจ และขยายไปค่อนข้างมาก ตนเองยังพูดเสมอว่า เราไปประกาศว่าปี 2570 เหตุการณ์ภาคใต้จะยุติ อันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดและสิ่งท้าทายที่สุด อย่าเพิ่งเลิกล้ม เพราะคนมาใหม่ไม่ผิด โดยคนมาใหม่ตั้งธงไว้ว่า วางกรอบสัก 100 วัน คำว่ายุติเป็นทางออก อาจจะยังไม่ถึง อาจจะเดินทางไปอีกสัก 5 ปีก็ไม่เป็นไร
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า วันนี้ปัญหาใหญ่ก็คือคนถือปืน สิ่งที่จะเป็นข้อยุติอันหนึ่งก็คือทำอย่างไรจะให้คนที่ถือปืนทั้ง 2 ฝ่าย เปลี่ยนจากนักรบ นักต่อสู้ทั้งสองฝ่าย เป็นนักสร้างสันติภาพให้ได้ก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อมองในโครงสร้างของภาคใต้ทางการเมือง ตนเองเข้าไปปี 45-46 และปี 47 ก็ยึดอำนาจ หลังปี 47 ก็อยู่ในโครงสร้างนี้ตลอด รัฐบาลหลังๆ เราจะใช้แต่มาตรการทางกฎหมาย เราใช้ 22 ปีแล้ว เหมือนเหตุการณ์สงบ แต่คนภาคใต้เรียกว่าสงัด ซึ่งน่ากลัวกว่ามีเหตุการณ์อีก
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อไปว่า ปัญหาทางโครงสร้างนั้น น่าจะปรับปรุงสักที เคยถามกลาโหมว่ารากเหง้าปัญหาภาคใต้คืออะไร ทางทหาร กอ.รมน. สภาที่ปรึกษา ประชาชน และบีอาร์เอ็นมองเหมือนกัน โดยเฉพาะบีอาร์เอ็นเขามองว่า เดิมเขาเคยต่อสู้ด้วยปืน และมาต่อสู้ด้วยการเมือง สิ่งที่ต่อสู้แบบพรรคประชาชาติมาตั้งพรรคการเมือง และจุดสำคัญของการตั้งการเมืองคือหะยีสุหลงไปเสนอทางรัฐศาสตร์ สุดท้ายถูกจับกุมและดำเนินคดี และก็เสียชีวิต
พ.ต.อ.ทวี เห็นว่า ฝ่ายรัฐมักมองสถานการณ์แบบตายตัว มองแต่การต่อสู้ใช้กำลัง ไม่มองอย่างแยกแยะ ไม่เข้าใจสนามการเมือง เช่น ตอนเกิดคดีเยาวชนในพื้นที่แต่งชุดมลายู เวลาไปเบิกความ กอ.รมน.ก็เอาชุดความคิดไปเบิกความว่า ที่นั่งอยู่นี่คือบีอาร์เอ็นหมด เดี๋ยวนี้แฝงตัวไปเล่นการเมือง มีปีกการเมือง ภาคประชาสังคม ถ้าคิดว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูแล้ว ยากที่จะแก้ปัญหา จึงอยากให้วันนี้ทำอย่างไรให้ปรับความคิดที่จะมองกลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคม นักวิชาการ รวมถึงนักการเมือง ด้วยข้อเท็จจริง ตนเองมองว่ามันจะขัดกับหลักทางกฎหมาย เพราะกฎหมายทางรัฐศาสตร์ต้องการให้คนเข้ามาเล่นการเมือง เข้ามามีพื้นที่ทางการเมือง
พ.ต.อ.ทวีกล่าวด้วยว่า วันนี้ยังคิดว่า นายกรัฐมนตรีในทางการเมืองต้องมีเจตจำนงแน่นอนว่าจะสร้างสันติภาพด้วยความยุติธรรม การเมือง การบริหาร และการปกครองจะเอาอย่างไร วันนี้คงยังตอบไม่ได้ตนเองคิดว่าในภาคใต้เรามีบริบทใต้ร่มเย็น เปลี่ยนผู้เห็นต่างและบุคคลต่าง ๆ จากเป็นนักรบแบ่งแยกดินแดน เอาเขากลุ่มหนึ่งมาสร้างสันติภาพ ในคนกลุ่มนี้ต้องเริ่มมีพื้นที่



