หน้าแรก การเมือง ‘ยิ่งชีพ’ บีบ...

‘ยิ่งชีพ’ บีบ กกต.ส่งฟ้อง 229 รายปมฮั้ว สว.ถึงศาลฎีกา ลั่นหากปัดตกแม้แต่คนเดียว เจอแฉข้อมูลเพียบ

13.09.26 | 19:06 น.

“ยิ่งชีพ” บีบ กกต.ส่งฟ้อง 229 รายเอี่ยวฮั้วสว.ถึงมือศาลฎีกาชี้ขาด เปิดทางการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่โปร่งใส ไม่ใช่เอื้อแค่คนเดียวระบอบเดียว พร้อมลั่นถ้าเป่าทิ้ง แม้คนเดียว ขู่แฉข้อมูลเพียบ

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวปราศรัยบนเวที “ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229” ในคดีฮั้วเลือก สว. ว่า เรามาอยู่ที่นี่ในวันนี้พร้อมกัน เพราะรู้ว่าบ้านเมืองตอนนี้มันผิดปกติ วันนี้ถ้ากฎหมายบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกัน เป็นธรรมโดยองค์กรที่เป็นอิสระและเราไว้ใจได้ เราก็ไม่จำเป็นต้องออกมาเดินในวันนี้ ประชาชนอยากนอนอยู่บ้าน อยากอยู่อย่างสงบสุข แต่มันจำเป็นเพราะทนไม่ไหว การรวมตัวที่นี่เพราะรู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญ กกต.จะมีมติว่าสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง สว. อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก กกต.เองก็มาจาก สว.ที่ถูกกล่าวหา จึงอาจต้องคิดว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ดีกับลูกพี่ที่เลือกเขามา ระบบแบบนี้ตนเรียกว่า “ทุเรศฉิบหาย” ถ้า สว.ชุดนี้อยู่ยาวต่อไป อยู่แบบสบายใจ ใครทำอะไรก็ไม่ได้ วันหน้าก็จะเลือก กกต.และองค์กรอิสระอื่นๆ มาเพิ่มอีก และทำให้การตรวจสอบอำนาจใดๆ ในประเทศนี้ การตรวจสอบการทุจริตฉ้อฉล ระบอบแบบนี้ขอเรียกว่า “ทุเรศฉิบหาย”


นายยิ่งชีพกล่าวว่า การออกจากระบอบแบบนี้มีทางเดียวคือแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 แต่การจะยื่นแก้ได้ต้องไปง้อ สว.ให้ได้ 1 ใน 3 หรือ 67 คน ถ้าไม่ได้ก็คือแก้ไม่ได้ เขาถึงได้มีการยึดไป 140-150 คน เพื่อไม่ให้มีเสียง 67 คนในการมาแก้ระบอบนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ประชาชน 21 ล้านเสียงลงมติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นเสียงบริสุทธิ์แห่งความหวังว่าประเทศไทยมีระบอบที่ดีกว่านี้ได้ เป็นเสียงของทุกคนที่ประกาศว่า “มึงมาเลย กูไม่ยอม และประเทศไทยต้องดีกว่านี้ได้” ย้ำว่าเราต้องเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ได้ ไม่ว่าเส้นทางนั้นจะยากเพียงใด

Advertisement

และวันที่ 14 ก.ย.นี้ สิ่งที่ กกต.จะตัดสินคือต้องเลือกระหว่างประตู 2 บาน บานที่ 1 ถ้าเลือกสั่งไม่ฟ้องใครเลย นั่นแปลว่าเขาเลือกแล้วว่าจะเอาระบอบแบบนี้ จะเอา สว.สีน้ำเงินคุมการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไปข้างหน้า และเรารับรองว่าไม่ว่าร่างไหนจะผ่านออกมา จะต้องเป็นร่างที่ สว.และระบอบสีน้ำเงินพอใจ อาจจะต่างกับฉบับ 60 แต่ไม่มีทางดีขึ้น เพราะเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อคนคนเดียว เป็นรัฐธรรมนูญฉบับสีน้ำเงิน

“ถ้า กกต.เลือกเส้นทางนี้ เลือกเปิดประตูบานนี้ คือเดินหน้าไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แบบที่พวกเราต้องเป็นศัตรูกันตลอดทาง ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างใหม่เสนอมาให้อำนาจอยู่ในมือ สว.ที่มาจากการฉ้อฉลนี้ ให้เป็นใหญ่กว่าประชาชนคนธรรมดาอย่างเรา เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าต้องทำประชามติ เข้าคูหาก็ต้องโหวตไม่เห็นชอบ และขอยืนยันว่าเราไม่อยากทำ เราอยากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราไม่อยากเดินทางนั้น แต่ถ้า กกต.เลือกทางที่จะเดินไปสู่อนาคตกับ สว.สีน้ำเงิน เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น” นายยิ่งชีพกล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังมีประตูบานที่ 2 ให้ กกต.เลือก ถ้าสั่งฟ้องไป เมื่อศาลฎีการับฟ้อง สว.เสียงส่วนใหญ่หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเท่านั้น ระหว่างนี้ใครไม่ผิดก็ไปสู้คดีที่ศาลฎีกา ใครเชื่อมั่นว่าตัวเองบริสุทธิ์ก็เอาหลักฐานไปเสนอ แล้วเราจะได้เปิดประตูไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยที่มีพื้นที่สำหรับความคิดเห็นทุกแบบ ทุกสี ทุกคนเข้าไปมีส่วนร่วมได้ ที่ไม่ใช่ให้ สว.กลุ่มเดิม สีเดิม ควบคุมทุกอย่าง ซึ่งเส้นทางที่ 2 พรรคภูมิใจไทยยังมี สส.มากที่สุด ยังเป็นรัฐบาลที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องห่วง เดินหน้าไป แต่เสียงในสภาจะมีความหลากหลายมากขึ้น มีพื้นที่ให้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นอะไรก็ยังเป็นไปได้

นี่คือทางเดียว ไม่ใช่ทางเลือก และเราขอยืนยันว่าเส้นทางนี้เส้นทางเดียว เป็นเส้นทางที่เราต้องเดินไป ถ้ายังไม่ถึงวันพรุ่งนี้ ยังไม่ถึงปีหน้า เราก็ต้องเดินไปข้างหน้าเพื่อวันมีรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน ขอให้ปักหมุดหมายนี้ไว้ ไม่ถึงไม่เลิก ไม่ถึงไม่หยุด และเราจะไปเรื่อยๆ จนกว่าบ้านเมืองจะมีการปกครองที่มาจากประชาชนทุกคน

ดังนั้น กกต.จึงมีทางเลือกว่าจะเดินหน้าไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แบบไหน แบบเปิดประตูสู่อนาคตของประเทศ หรือแบบเปิดประตูไปสู่ความขัดแย้ง แล้วต้องทะเลาะกันรอบใหม่แบบไม่รู้จักจบจักสิ้น พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญและเป็นวันชี้ชะตา เราจึงต้องมารวมกันที่นี่

“อยากขอร้องไปยัง กกต.ที่มาจากการเลือกของ สว.ทั้งหลาย ถ้าท่านไม่อยากให้เราทำหน้าที่นั้น ท่านสั่งฟ้องไปเลย ขอเรียนไปยังนักการเมืองผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ต้องหาในคดีทั้งหลาย ถ้าท่านไม่อยากให้เราแฉ คืนนี้โทร.บอก กกต.ว่าให้สั่งฟ้องไปเลย แล้วให้ข้อมูลทั้งหมดไปนำเสนอกันในกระบวนการของศาลฎีกา ซึ่งเป็นองค์กรที่มีที่มาเป็นกลางกว่า กกต. ถ้าท่านสั่งฟ้อง พวกเราจะรู้สึกยินดีและขอปรบมือให้ท่าน เราไม่อยากด่าท่านแสวง เลขาธิการ กกต.อีกต่อไปแล้ว เราอยากชื่นชมท่านบ้างในวันพรุ่งนี้ และเราในฐานะประชาชนก็ยังอยากรู้สึกว่า กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการตรวจสอบอำนาจรัฐยังคงทำงานได้ นี่คือสิ่งที่เราอยากเห็นว่าประเทศนี้ยังมีความหวัง ฉะนั้นจึงขอให้ กกต.สั่งฟ้อง” นายยิ่งชีพกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกครั้งที่นายยิ่งชีพตะโกนว่า “ขอให้ กกต.สั่งฟ้อง” ประชาชนที่อยู่ในบริเวณปราศรัยก็จะพูดพร้อมกันว่า “229” ซึ่งหมายถึงจำนวนรายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฮั้วเลือก สว.ที่มีการเปิดเผยในช่วงที่ผ่านมา