TH-AI Passport ทะลุ 1.5 ล้านราย AIS เสนอแพ็กเกจ AiPASS 29 บาทต่อเดือน ลดกำแพงค่าเน็ต-ใช้ในแอปฯ ไม่อั้น 5 ล้านสิทธิ
วันที่ 12 กันยายน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้ติดต่อเข้ามาเป็นผู้ให้บริการรายแรก เพื่อเสนอแนวทางช่วยลดภาระค่าอินเทอร์เน็ตของประชาชนที่ต้องการใช้งาน AI หลังพบว่า ค่าอินเทอร์เน็ตเป็นหนึ่งในอุปสรรค
โดยเบื้องต้นหารือแพ็กเกจสำหรับผู้ใช้ซิม AIS ให้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตภายในแอปพลิเคชัน AiPASS ได้ไม่จำกัด ในราคา 29 บาทต่อเดือน หรือน้อยกว่าวันละ 1 บาท โดย AIS พร้อมรองรับได้สูงสุด 5 ล้านสิทธิเป็นระยะเวลา 1 ปี ทั้งนี้ เป็นแนวทางหลังได้ลงพื้นที่ต่างจังหวัดและพูดคุยกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และนักเรียนในพื้นที่ สะท้อนว่า บางส่วนต้องการใช้งาน AI แต่กังวลค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะผู้ใช้ระบบเติมเงินที่คิดตามปริมาณดาต้า เนื่องจากเมื่อใช้งาน AI ปริมาณอินเทอร์เน็ตที่ใช้จะเพิ่มขึ้นเร็ว ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่นักเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ แต่เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นจากการใช้งาน
“นักเรียนหลายคนอยากใช้ แต่กังวลเรื่องค่าเน็ตที่เพิ่มขึ้น เขามีอินเทอร์เน็ตใช้ ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่เมื่อใช้ AI ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ต จะเพิ่มขึ้นเร็ว ต้องขอบคุณ AIS ที่ติดต่อเข้ามาเอง เป็นรายแรกที่บอกว่าอยากช่วยลดความเดือดร้อนตรงนี้” นายไชยชนก กล่าว
สำหรับรูปแบบที่หารือกัน ผู้ใช้ที่มีซิมและอินเทอร์เน็ตของ AIS อยู่แล้ว สามารถสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติมสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในแอปพลิเคชัน AiPASS ในราคา 29 บาทต่อเดือน และใช้งานได้ไม่จำกัดภายในแอปพลิเคชัน โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะนักเรียน แต่ครอบคลุมผู้ใช้งานทั่วไป ลักษณะใกล้เคียงแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่กำหนดการใช้งานเฉพาะบางแอปพลิเคชัน( IP) คาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็วๆนี้
ซึ่ง AIS แจ้งว่าสามารถรองรับได้เต็มจำนวน 5 ล้านสิทธิ ตลอดระยะเวลา 1 ปี โดยบริษัทมีแนวทางสนับสนุน AI Adoption ของประเทศอยู่แล้ว และมองว่าการเข้ามามีส่วนร่วมจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจและเข้าถึงการใช้งาน AI มากขึ้น
นายไชยชนก กล่าวว่า ส่วนผู้ให้บริการรายอื่น ได้พูดคุยกับ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ให้เตรียมนโยบายหรือโซลูชันสนับสนุนในลักษณะใกล้เคียงกัน ขณะที่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True ยังไม่มีข้อสรุป เนื่องจากภาครัฐไม่สามารถกำหนดให้ภาคเอกชนต้องจัดมาตรการลักษณะดังกล่าวได้ เพราะมีมูลค่าค่อนข้างสูง แต่หากเอกชนแสดงความประสงค์เข้ามาสนับสนุน กระทรวงพร้อมหารือ
นายไชยชนก กล่าวอีกว่า ขณะที่การใช้งาน TH-AI Passport ในช่วงประมาณ 1 สัปดาห์แรก นั้น มีผู้ใช้งานพร้อมกัน หรือ Concurrent User มากกว่า 500,000 คน มีการส่งคำสั่งหรือพรอมต์ประมาณ 4 ล้านพรอมต์ ส่วน Learn to Earn ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง มียอดรับชมเนื้อหามากกว่า 1 ล้านคลิป และจำนวนผู้ใช้งานยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ผลในช่วงแรกถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังต้องการให้ประชาชนเข้ามาใช้งานมากขึ้น โดยปัจจุบัน Learn to Earn มีหลักสูตรมากกว่า 96 คอร์ส และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีหลักสูตรที่จัดทำร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง OpenAI, Microsoft และ Google รวมถึง Nvidia ที่จะเข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต ขณะเดียวกันยังมีแผนจัดกิจกรรมร่วมกับบริษัทเหล่านี้สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้และทำความเข้าใจ AI
“สิ่งที่ผมต้องการคือให้มีคนเข้ามาใช้งานมากขึ้น และอยากให้ความเข้าใจด้าน AI ไม่กระจุกอยู่เฉพาะกลุ่มที่มีกำลังจ่าย โครงการนี้ช่วยให้คนเข้าใจ AI ที่หลากหลายโมเดลมากขึ้น ผมมองว่าสิ่งนี้สำคัญและไม่ได้หาได้ง่ายๆ” นายไชยชนก กล่าว
นายไชยชนก กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนผ่านบอร์ด AI แห่งชาติ นั้น TH-AI Passport เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมการพัฒนา AI ของประเทศ เพราะการขับเคลื่อนยังครอบคลุมทั้งแผนและยุทธศาสตร์ การศึกษา การส่งเสริมอุตสาหกรรม การลงทุน ตลอดจนกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยแต่ละส่วนต้องเชื่อมโยงและเดินไปพร้อมกัน สำหรับแนวคิดการวางกฎเกณฑ์สำหรับ Data Center และ AI Factory มองว่าควรแยกการกำกับออกจากกัน เนื่องจากมีความต้องการ ประโยชน์ ตลาด และทรัพยากรที่ใช้แตกต่างกัน โดย Data Center ต้องพิจารณาว่ากฎเกณฑ์เดิมสามารถปรับเปลี่ยนอย่างไร ขณะที่ AI Factory ซึ่งมีการประมวลผล AI หรือทำ Machine Learning ควรมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างออกไป เพื่อสร้างความชัดเจนแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่อุตสาหกรรม AI
“เป้าหมายคือให้ภาครัฐสามารถกำหนดมาตรการได้รวดเร็ว ควบคู่กับการสร้างความชัดเจนให้ภาคเอกชนที่ต้องการลงทุน โดยในช่วงที่การออกกฎหมายยังต้องใช้เวลา สามารถใช้กลไกของคณะกรรมการ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี และประกาศกระทรวงประกอบกันไปก่อน พร้อมดำเนินการด้านกฎหมายควบคู่กันให้เร็วที่สุด กฎหมายด้าน Data Center จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ภาครัฐมี Computing Power เป็นของตัวเอง พร้อมกับการสร้าง LLM ของประเทศควบคู่กัน โดยการขับเคลื่อนทั้งหมดต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และเชื่อมโยงกับทิศทางการพัฒนา AI ของประเทศในภาพรวม ” นายไชยชนกกล่าว
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เปิดเผยว่า โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือโครงการ TH-AI Passport เริ่ม 19 สิงหาคมถึง 11 กันยายน 2569 มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 1.52 ล้านคน มีการป้อนคำสั่งใช้งาน (Prompt) แล้วกว่า 8,720,807 Prompts โดยมีประชาชนที่เรียนจบบทเรียนใดบทเรียนหนึ่งแล้ว 1,297,924 บทเรียน Users ได้รับใบประกาศนียบัตร (เรียนจบทั้งคอร์สตามเงื่อนไข) แล้ว 139,519 ใบ
นายเวทางค์ กล่าวว่า สำหรับการจัดทำหนังสือประชาสัมพันธ์โครงการ โดย BDE ได้ทำหนังสือแจ้งหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง และเป็นประโยชน์ ต่อสาธารณชน สำหรับหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการ คือ นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่เริ่มต้นใช้งาน เพื่อส่งเสริมให้สามารถ เข้าถึง เข้าใจ และใช้เป็น ผ่านการทดลองใช้งานจริงควบคู่กับการเรียนรู้ BDE จึงมีหนังสือขอความอนุเคราะห์กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. และ กระทรวงศึกษาธิการ นอกเหนือจาก หน่วยงานภาครัฐ อื่นๆ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข ให้ช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ไปนักเรียน นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น



