‘วีระ’ จับพิรุธพยานรหัส 16 กลับคำให้การคดีฮั้ว ส.ว. ชี้หนังสือโผล่หลังส่งสำนวนแล้ว ตั้งข้อสังเกตปมมติ 5:2
นายวีระ สมความคิด หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นกรณีหนังสือขอกลับคำให้การของ “พยานรหัส 16” ในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ภาคประชาชนที่ติดตามคดี ทั้งไอลอว์ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รวมถึงตนเอง ไม่เคยเห็นหนังสือฉบับดังกล่าวมาก่อน
นายวีระตั้งข้อสังเกตว่า การนำหนังสือขอกลับคำให้การออกมาเปิดเผย อาจทำให้สังคมเข้าใจว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เห็นควรไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ได้พิจารณากลั่นกรองข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องแล้ว โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือเห็นว่า พยานรหัส 16 ซึ่งมีการกลับคำให้การ เป็นพยานที่ไม่น่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ตาม นายวีระระบุว่า ในการทำงานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการบันทึกถ้อยคำของพยานรหัส 16 ไว้อย่างละเอียดในสำนวนหน้าที่ 1,056-1,060 โดยพยานให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการฮั้วเลือก ส.ว. ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 2567 รวมถึงบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมวางแผน และการประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านรางน้ำ
นายวีระกล่าวว่า พยานรหัส 16 ถือเป็นพยานปากสำคัญ เนื่องจากอ้างว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและรับรู้เหตุการณ์หลายขั้นตอน โดยถ้อยคำมีสาระเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการสำคัญ จึงเห็นว่าการกลับคำให้การของพยานรายนี้อาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อรูปคดี
นอกจากนี้ นายวีระยังตั้งข้อสังเกตถึงช่วงเวลาของการกลับคำให้การ โดยระบุว่า เดิมพยานรหัส 16 เป็นฝ่ายเข้ามาให้ข้อมูลด้วยตนเอง และไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าถูกบังคับหรือข่มขู่ แต่เมื่อขอกลับคำให้การกลับไม่ได้เดินทางมาพบ กกต.ด้วยตนเอง โดยใช้วิธีส่งหนังสือ ซึ่งหนังสือลงวันที่ 29 ตุลาคม 2568
นายวีระระบุอีกว่า หนังสือดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ส่งรายงานให้เลขาธิการ กกต.แล้ว และภายหลังเลขาธิการ กกต.สรุปเรื่องส่งคณะกรรมการ กกต. เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568
จากนั้นภายหลัง กกต.ได้รับหนังสือขอกลับคำให้การดังกล่าว ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 เข้ามาพิจารณาสำนวน ก่อนที่คณะอนุกรรมการฯ จะมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เห็นควรไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน
นายวีระจึงตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงของลำดับเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการเปิดเผยหนังสือขอกลับคำให้การครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ข้อสงสัยหมดไป แต่กลับทำให้เห็นประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม โดยโพสต์ทิ้งท้ายด้วยแฮชแท็ก “#ยิ่งแก้ตัวยิ่งทำให้เห็นความผิด” และ “#อาชญากรมันย่อมทิ้งร่องรอย”



