หน้าแรก การเมือง ภราดร ลุยปิดช...

ภราดร ลุยปิดช่องสินบน จับมือเอกชน รื้อระบบอนุมัติ-อนุญาต นำร่องใบอนุญาตรร.ภูเก็ต ตั้งเป้าจบใน 1 ปี

14.09.26 | 13:06 น.

ภราดร ถก อนุกก.ต้านสินบนฯ จับมือเอกชน แก้ระบบ “อนุมัติ-อนุญาต” ใช้เทคโนโลยี ลดใช้ดุลพินิจ–ปิดช่องเรียกรับสินบน ไฟเขียว มาตรการ นำร่องใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ต–ปรับ 4 หน่วยงานบริการปชช. ลั่น ปรับระบบการทำงานให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี

เมื่อเวลา 11.50 น.วันที่ 14 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงการทุจริตภาครัฐ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม


นายภราดร กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้มอบหมาย โดยที่ประชุมได้หารือหลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีตัวเลขดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทยที่ต่ำมาก เมื่อปี 2568 นายกฯจึงให้ไปดำเนินการยกระดับตัวเลขนี้ให้สูงขึ้น ซึ่งค่าCPIส่วนใหญ่อยู่ที่การเรียกรับของหน่วยงานภาครัฐ จึงได้หารือคณะกรรมการโครงการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย(CAC) ที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย ถึง แนวทางและมาตรการป้องกัน การเรียและการลดขั้นตอน ในกระบวนการอนุญาตของภาครัฐ โดยมี 2 เรื่องใหญ่ คือ การอนุมัติและอนุญาต

โดยในรายละเอียดคือการซื้อความผิด โดยป.ป.ท.จะรับไปดูเรื่องนี้ และการซื้อเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร. )และ ป.ป.ท. โดยมุ่งแก้ปัญหาที่ระบบและกระบวนงาน ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย และเปิดให้ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมชี้จุดเสี่ยงและเสนอแนวทางแก้ไข พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ลดขั้นตอน ลดการพบปะเจ้าหน้าที่ และลดการใช้ดุลพินิจที่อาจเปิดช่องให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์

Advertisement

นายภราดร กล่าวว่า แนวทางของรัฐบาล คือทำให้การต่อต้านทุจริตเกิดผลในทางปฏิบัติ และประชาชนกับภาคธุรกิจ ต้องได้จากการรับบริการภาครัฐที่ง่ายและเร็วขึ้น โปร่งใสขึ้น มีกติกาที่ชัดเจน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติและอนุญาต ซึ่งเป็นจุดที่ภาคเอกชนสะท้อนปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะให้สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล (DGA) เข้ามามีบทบาท ด้วยนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการอนุมัติอนุญาต โดยเป้าหมายของรัฐบาลคือต้องการให้ทุกหน่วยงานมีโครงการ “หนึ่งกรม หนึ่งโปร่งใส ไร้เทา” ตามที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ โดยกระบวนการทั้งหมด คณะกรรมการชุดนี้จะพยายามขับเคลื่อนการดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภาย 1 ปี

นายภราดร กล่าว ที่ประชุมจึงมีมติให้ดำเนินการ ที่จะส่งผลโดยตรงต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ได้แก่ 1. ปลดล็อกกระบวนการขอใบอนุญาตโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต เร่งพัฒนาระบบ DOPA iService ของกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอ ติดตาม และรับใบอนุญาตผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง พร้อมกำหนดกรอบเวลาการพิจารณาที่ชัดเจน ลดขั้นตอนและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมที่ยังไม่เข้าสู่ระบบสามารถดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายได้สะดวกยิ่งขึ้น

2.ดึงข้อเสนอภาคเอกชน ปรับกระบวนงาน 4 หน่วยงาน โดยมอบหมายสำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ก.พ.ร. นำข้อเสนอแนะจากแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai CAC) มาปรับปรุงกระบวนงานของ 4 หน่วยงานที่ประชาชนและภาคธุรกิจติดต่อใช้บริการเป็นจำนวนมาก ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมการค้าภายใน และกรมการขนส่งทางบก โดยมุ่งลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก และลดการใช้ดุลพินิจในการอนุมัติอนุญาต พร้อมพัฒนากระบวนการให้ ป.ป.ท. และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังความเสี่ยงการทุจริตอย่างเป็นระบบ

นายภราดร กล่าวว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้มีภารกิจสำคัญ 4 ด้าน ตั้งแต่การกลั่นกรองข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาการให้และรับสินบน, การประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเป็นระบบ , การกำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยงในกระบวนงานสำคัญของภาครัฐ ,การบูรณาการทำงานระหว่าง ป.ป.ท. ป.ป.ช. หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันการทุจริตของประเทศ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มองการต่อต้านทุจริตเฉพาะปลายทางเมื่อเกิดความผิดแล้ว แต่ต้องปิดช่องตั้งแต่ต้นทาง หากขั้นตอนราชการน้อยลง กติกาชัดขึ้น ใช้ดิจิทัลมากขึ้น และภาคเอกชนมีส่วนร่วมสะท้อนปัญหา โอกาสในการเรียกรับผลประโยชน์ก็จะลดลง เป้าหมายคือทำให้ประชาชนติดต่อรัฐได้สะดวก ผู้ประกอบการทำธุรกิจได้ภายใต้กติกาที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่าขั้นตอนการขออนุมัติอนุญาตของทุกส่วนจะต้องเปิดเผยข้อมูลเรียลไทม์ ทั้งผู้ขออนุญาต ผู้ให้อนุญาตและผู้ตรวจสอบ คล้ายกับที่กทม. ดำเนินการหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ควรต้องมีแพลตฟอร์มเปิดเผยว่ากระบวนการขอไปอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว และต้องกำหนดให้ชัดว่าหารดำเนินการในแต่ละขั้นตอนจะใช้เวลากี่วัน โดยจะลดเวลาการขออนุญาตลง เพื่อไม่ให้การขออนุญาตไปค้างอยู่ที่ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งซึ่งจะเป็นช่องทางเปิดให้มีการเรียกรับได้