‘นันทนา’ ผนึก สว.สวมหมวกเซฟตี้ซัดสภา 2 หมื่นล้านไม่ปลอดภัย หวั่นฝ้าเพดานร่วงใส่หัว-ตกสระมรกต ด้าน ‘วิลาส’ แฉฝ้าถล่ม น้ำรั่ว กว่า 10 ครั้ง พบจุดเสี่ยงรอบสภา 101 จุด ด้าน ‘สุนทร-วุฒิพงศ์’ ร้องผู้มีอำนาจอย่าเกรงใจผู้รับเหมาจนละเลยความถูกต้อง วอนดึงคนนอกร่วมเอกซเรย์
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 กันยายน ที่รัฐสภา สว. พันธุ์ใหม่ นำโดยน.ส.นันทนา นันทวโรภาส พร้อมด้วย นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ และนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา
โดย น.ส.นันทนา ได้นำหมวกนิรภัยขึ้นมาสวมก่อนเริ่มการแถลงข่าว พร้อมกล่าวว่า หากจะมีสวัสดิภาพในการเดินไปมาในสภาแห่งนี้คงจะต้องสวมหมวกนิรภัย เนื่องจากเหตุการณ์ฝ้าถล่มในห้องอาหารซึ่งเป็นจุดที่สมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และบุคลากรทุกคนเข้าไปใช้บริการ ลองนึกภาพหากถล่มลงมาในวันนี้ หลายท่านอาจไม่ได้มายืนรายงานข่าวตรงนี้ นี่คือเรื่องสวัสดิภาพของคนในรัฐสภา
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา พวกตนเคยมาแถลงข่าวที่ห้องนี้ว่า ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จะครบสัญญารับประกันของรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งสภาพรัฐสภาตอนนั้นคือน้ำท่วม ส้วมแตก ผนังร้าว เพดานรั่ว และฝ้าถล่ม เราพูดตั้งแต่วันนั้นแต่กลับไม่มีใครลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหา ทว่าหลังจากวันนั้น ประธานรัฐสภาได้เดินตรวจสอบและบอกว่าชำรุดทรุดโทรมมาก จึงต้องหางบประมาณมาซ่อมแซม ทำไมถึงไม่เรียกผู้รับเหมาคือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นก่อนจะหมดสัญญา สวัสดิภาพของคนในสภาตอนนี้ เดินไปก็ต้องคอยมองฝ้าเพดาน และถ้ามองแต่ข้างบนก็อาจจะเดินตกสระมรกต ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาก็มีพระสงฆ์เดินตกไปยังบริเวณดังกล่าว

น.ส.นันทนา กล่าวด้วยว่า การประชุมในห้องประชุมรัฐสภาว่า เมื่อมีฝนตกลงมา เจ้าหน้าที่ต้องถือถังมารองน้ำ ไม่ใช่น้ำฝนก็เป็นน้ำแอร์ หยดลงมา ยังไม่รวมหนูตายในสระมรกตและสัตว์ต่างๆ ที่ออกมาช่วงน้ำท่วม ซึ่งทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เพราะรัฐสภาไทยมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของหน่วยงานราชการในโลก รองจากอาคารเพนตากอนของสหรัฐอเมริกา หากสื่อต่างชาติมาถ่ายภาพว่ารัฐสภาหรูหรา ราคา 2 หมื่นล้านบาท มีฝ้าถล่ม ฝนตกเมื่อไหร่น้ำรั่ว ภาพลักษณ์สภาไทยในแง่การได้มาซึ่งสมาชิกก็แย่อยู่แล้ว ยังมีปัญหาโครงสร้างอาคารอีก ทำให้ภาพลักษณ์ป่นปี้หมด จึงขอเรียกร้องให้แก้ไขปรับปรุงเพื่อสวัสดิภาพของคนที่อยู่ในนี้ ไม่ต้องเจอน้ำท่วม ส้วมแตก ฝ้าถล่ม ส่วนเรื่องความสวยงามไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีอยู่แล้ว
ด้านนายสุนทร กล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่อภิปรายเรื่องความปลอดภัยของรัฐสภามาโดยตลอด ทั้งอันตรายจากเพลิงไหม้ น้ำรั่ว ประตูแตก และกรณีฝ้าถล่มเมื่อเวลา 06.30 น. ตนได้เข้าไปตรวจความเรียบร้อย แต่พบว่าถูกปิดไว้ ทำให้ไม่สามารถเข้าไปตรวจได้ ทราบว่าในวันนี้จะมีวิศวกรมาเจาะตรวจหลายจุดที่มีรอยน้ำ คาดว่าสาเหตุเกิดจากระบบแอร์มีน้ำหยดใส่เพดาน การเดินแล้วน้ำหยดใส่หัวไม่ใช่เรื่องปกติ นายสุนทรยังย้ำว่านอกจากเรื่องฝ้า ยังมีน้ำท่อล่างพุ่งขึ้นมาเต็มลานจอดรถ B2 ซึ่งสาเหตุมาจากปั๊มน้ำที่ดูดน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาเสีย และหวั่นเกรงว่าช่วงน้ำขึ้น น้ำใต้ดินจะดันขึ้นมา อีกทั้งยังพบรอยร้าวบริเวณกระเบื้องสระมรกต
“มันมีหลายจุดมากๆ และเราก็ออกมาบอกบ่อยๆ แต่ผู้มีอำนาจกลับเกรงใจผู้รับเหมา เรื่องนี้เป็นเรื่องของความถูกต้อง จึงอยากให้ตรวจสอบให้ดี ความปลอดภัยของทุกท่านมีความสำคัญ ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น สถาปนิกผู้ออกแบบซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติ ตั้งชื่อสภาแห่งนี้ว่าสัปปายะสภาสถาน แปลว่าสถานที่ประกอบกรรมดี จึงอยากให้อาคารนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำความดี ไม่อยากให้กลายเป็นสถานที่ประกอบกรรมชั่วหรือการโกง ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเกรงกลัวต่อบาปบ้าง” นายสุนทรกล่าว

ขณะที่นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ข้าราชการรัฐสภามองว่าท่อแอร์มีเชื้อรา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้เข้ามาทำงาน ซึ่งไม่สามารถนำพระเหนือดวงเข้ามาช่วยได้ ต้องแก้ไขด้วยวิทยาศาสตร์ ที่ผ่านมาไม่มีการตรวจเรื่องเชื้อราและแอร์ปรับอุณหภูมิไม่ได้ ทำให้มีคนป่วย จึงอยากให้ช่วยกันติติงไปยังรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีปัญหาถนนทรุดรอบรัฐสภา สิ่งผิดปกติเหล่านี้เมื่อพบความไม่ชอบมาพากลต้องแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบและแจ้งประชาชนให้รับทราบว่า เงินงบประมาณไม่ได้จมไปกับการฉ้อฉลทุจริต
นายพรชัย กล่าวว่า รัฐสภาแห่งนี้มีอาคันตุกะต่างชาติเข้ามาใช้งานต่อเนื่อง ในทางสถิติรัฐสภาของเราน่าจะประสบอุบัติเหตุจากโครงสร้างการก่อสร้างเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจแต่เป็นความอับอาย โชคดีที่ฝ้าถล่มในวันที่ไม่มีการใช้งาน หากมีผู้เสียชีวิตใครจะรับผิดชอบ พร้อมเสนอให้เปิดเผยข้อมูลก่อนหมดระยะเวลารับประกัน 60 วัน ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้เซ็นรับรอง รวมถึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบจุดเสี่ยงภายในรัฐสภา และตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง สส. และ สว. เพื่อติดตามจุดเสียหายไม่ตรงสเปกและหาผู้รับผิดชอบ
น.ส.มณีรัฐ กล่าวว่า ฝากถึงฝ่ายสถานที่ให้ช่วยตรวจสอบความปลอดภัยของกล้องวงจรปิดในจุดอับสายตาและในลิฟต์ เนื่องจากรัฐสภามีผู้เข้าออกจำนวนมาก การเดินทางกลับช่วงกลางคืนบริเวณลานจอดรถทำให้เกิดความกังวลเรื่องสวัสดิภาพ
นายวิลาศ กล่าวว่า กรณีฝ้าถล่มและน้ำรั่วเกิดขึ้นมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง เพียงแต่หลายครั้งไม่เป็นข่าว เช่น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ฝ้าเคยถล่มในห้องประชุมสัมมนาติดกับห้องอาหาร B2 แม้ผู้รับจ้างระบุว่าส่งมอบงาน 100% เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 แต่ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกลับเซ็นรับรองงานเสร็จสมบูรณ์ 100% ตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจการจ้าง

นายวิลาศ กล่าวต่อว่า ตนจึงได้นำเรื่องไปร้องเรียนตามมาตรา 157 ต่อ ป.ป.ช. และตั้งข้อสังเกตว่าการอ้างเรื่องความชื้นจากแอร์นั้น วิศวกรยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เคยเข้ามาตรวจพบจุดเสี่ยงถึง 101 จุด (เสี่ยงมาก 91 จุด เสี่ยงปานกลาง 10 จุด) จึงขอให้ประธานรัฐสภาเร่งติดตามแก้ไขปัญหาและเรียกร้องความเสียหายจากผู้รับเหมา ไม่ใช่เอางบประมาณแผ่นดินก้อนใหม่มาใช้ซ่อมแซม
น.ส.นันทนา กล่าวปิดท้ายว่า เจ้าหน้าที่สภาได้เดินมาแจ้งว่าขอให้อยู่ในประเด็นแถลงเรื่องฝ้าถล่ม ซึ่งโอกาสหน้าจะเชิญนายวิลาศมาอธิบายรายละเอียดเรื่องจุดเสี่ยงเพิ่มเติม ย้ำว่าข้อเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเข้ามาดูแล และไม่ควรนำงบแผ่นดินก้อนใหม่มาใช้ แต่ควรเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้รับเหมา ตลอดจนนำคนนอกเข้ามาช่วยตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสและคืนความสง่างามให้รัฐสภา

