หน้าแรก การเมือง กมธ.ศาสนา เตื...

กมธ.ศาสนา เตือนหยุดทำคอนเทนต์ล้อเลียน ‘สมีโชติ’ ชี้ศรัทธาชาวพุทธไม่ใช่ต้นทุนความบันเทิง

14.09.26 | 14:45 น.
กมธ.ศาสนา

ประธาน กมธ.ศาสนา เตือนสติสังคมหยุดนำภาพอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์มาล้อเลียน-ทำคอนเทนต์ลามกเรียกยอดไลก์ บอก อย่าเอาศรัทธาคนทั้งประเทศเป็นต้นทุนความบันเทิง

เมื่อวันที่ 14 กันยายน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ส.ส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์หลังปรากฏการนำกรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งกำลังเป็นข่าว และอยู่ในความสนใจของประชาชนไปดัดแปลง ล้อเลียน แต่งกายเลียนแบบ หรือสร้างคอนเทนต์ในลักษณะสองแง่สองง่ามและลามก ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และการแสดงบนเวทีเพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ยอดไลก์ ยอดแชร์ และยอดรับชม ว่า ไม่ว่าจะกระทำด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความคึกคะนอง หรือมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์จากกระแสข่าว ขอให้ทุกฝ่ายหยุดคิดก่อนเผยแพร่ เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้กระทบเพียงบุคคลหนึ่งบุคคลใด แต่กำลังพาดพิงไปถึงสมณเพศ สัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา และความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก


“คนคนหนึ่งอาจประพฤติผิดและเสื่อมจากสมณเพศได้ แต่พระพุทธศาสนาไม่ได้เสื่อมตามคนคนนั้น อย่าเอาความผิดของบุคคลหนึ่งมาเป็นข้ออ้างในการเหยียบย่ำสิ่งที่คนทั้งประเทศเคารพ ก่อนจะล้อ ก่อนจะแชร์ หรือก่อนจะเอาขึ้นเวที ขอให้คิดสักนิดว่าเสียงหัวเราะของเรา กำลังแลกมาด้วยความสะเทือนใจของชาวพุทธหรือไม่” นางธิวัลรัตน์ กล่าว

นางธิวัลรัตน์ กล่าวต่อว่า เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือการสร้างสรรค์เนื้อหามีขอบเขต โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับศาสนาและการแสดงออกในลักษณะลามก ไม่ควรเข้าใจว่าการอ้างว่าเป็นมุกตลกหรือคอนเทนต์จะทำให้พ้นจากความรับผิดตามกฎหมายได้ทุกกรณี ทั้งนี้ หากมีการแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายแสดงตนเป็นพระภิกษุ สามเณร หรือนักบวชโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นนั้น อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 208 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นางธิวัลรัตน์ กล่าวอีกว่า ขณะที่หากพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำต่อวัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพทางศาสนาในลักษณะเหยียดหยาม อาจต้องพิจารณา มาตรา 206 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการแสดงลามกต่อหน้าธารกำนัลอาจเข้าข่าย มาตรา 388 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและองค์ประกอบความผิดเป็นรายกรณี

Advertisement

นางธิวัลรัตน์ กล่าวต่อว่า สังคมสามารถวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่กระทำผิดได้เต็มที่ และผู้กระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างการตรวจสอบคนทำผิด กับการนำศาสนามาย่ำยีเพื่อความบันเทิงเพราะสองเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และขอเรียกร้องให้ประชาชน ผู้จัดงาน ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผู้ผลิตคอนเทนต์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ช่วยกันสอดส่อง หากพบการแสดงหรือพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายดูหมิ่น เหยียดหยามศาสนา แต่งกายแอบอ้างเป็นพระสงฆ์ หรือแสดงออกในลักษณะลามกไม่เหมาะสม ขอให้รวบรวมหลักฐานและแจ้งตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

“ยอดไลก์อาจอยู่เพียงไม่กี่วัน คลิปไวรัลอาจถูกลืมในไม่กี่สัปดาห์ แต่บาดแผลที่เกิดกับศรัทธาของผู้คนอาจอยู่ยาวนานกว่านั้น อย่าปล่อยให้ความคึกคะนองของคนไม่กี่คน กลายเป็นการทำร้ายความรู้สึกของชาวพุทธทั้งสังคม” นางธิวัลรัตน์ กล่าว