หน้าแรก การเมือง ทวี ซัด กกต.ร...

ทวี ซัด กกต.รายงานข้อมูลไม่ตรง ไล่ทำฉบับใหม่ ชี้ 5 ใน 7 มีผลประโยชน์ทับซ้อน

16.09.26 | 15:44 น.

ทวี ไล่ กกต.กลับไปทำรายงานฉบับใหม่ เหตุข้อมูลไม่ตรง ซัด 5 ใน 7 มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะมาจาก สว.ชุดปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ รับทราบรายงานผลปฏิบัติการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม


เวลา 14.40 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า ส่วนตัวขอให้ กกต.กลับไปทำรายงานฉบับใหม่ เพราะรายงานฉบับปี 67 ท่านจัดพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย.68 ส่วนฉบับปี 68 เพิ่งทำเมื่อเดือน ส.ค.69 ซึ่งพบว่ามีข้อมูลที่ไม่ตรงกัน หากยังปล่อยให้รายงานนี้มาด้อยค่าสภาฯ ตนเองมองว่าไม่น่าจะเหมาะสม

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการสืบสวน ไต่สวน และดำเนินคดี เป็นหน้าที่ของ กกต.แต่ปรากฏว่าท่านไม่ทำตามกฎหมาย ที่ระบุไว้ว่าต้องตั้งเรื่องสอบสวนโดยเร็ว แต่ปรากฏว่าเลขาธิการ กกต.ไปเบิกความที่ศาลรัฐธรรมนูญว่าเลือก ส.ว.วันที่ 26 มิ.ย.67 แต่มารับเรื่องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 18 มี.ค.68 ห่างจากวันเลือก 10 เดือน ทั้งที่มีผู้ร้องทันทีในวันนั้น ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ปล่อยปละละเลย กระทบความเชื่อมั่นต่อประชาชน

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ส่วนที่ประธาน กกต.ระบุว่าในคดีนี้มีการพิจารณาแยกส่วน ขอยืนยันว่าไม่สามารถแยกส่วนได้ เพราะตามกฎหมายได้กันผู้ร่วมกระทำผิดเป็นพยาน หากพิจารณาแยกส่วนจะเป็นการขัดเจตนารมณ์ที่ต้องการให้บุคคลที่ถูกกันเป็นพยานให้การถึงตัวผู้สั่งการและผู้ที่ทำให้เกิดการฮั้ว สว. ส่วนพยานรหัสที่ 21/26 ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 68 คะแนนซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในโพยด้วย โดยเรื่องใหญ่ที่สุดคือความไม่เชื่อมั่นต่อ กกต.เพราะ กกต. 5 คนจาก 7 คน ถือว่าเป็นผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีผู้ที่ ส.ว.ชุดนี้เลือกมาด้วย

Advertisement

ทวี