‘ภราดร’ ถาม กกต.ทำไมลงมติรายบุคคลพร้อมแยกข้อหาหากเชื่อว่ามีกระบวนการฮั้วส.ว. โอดพยายามลากภท.เข้าไปเอี่ยวหวังยุบพรรค ถามกลับโพยฮั้วของจริงหรือ
เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว เข้าาสู่วาระพิจารณารับทราบผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567และ 2568 โดยมี นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.และคณะ มาชี้แจงรายงานผลการดำเนินงาน
จากนั้นเวลา 15.45 น. นายภราดร ปริศนานันกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปราย ว่า ขอถือโอกาสนี้ฝากถามใน 2 ประเด็นใหญ่ๆ ทั้งนี้ เพื่อนสมาชิกอภิปรายพยายามโน้มน้าวให้สังคมเชื่อ บางคนบางพรรคเพิ่งจะมารู้สึกเมื่อสองเดือนที่แล้ว โดยเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อสองเดือนที่แล้ว พวกตนในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ถูกกล่าวหาเรื่องนี้มาสองปีแล้ว ข้อกล่าวหาใหญ่คือในการเลือกตั้งส.ว.เมื่อปี 67 เป็นกระบวนการการฮั้ววงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พูดพาดพิงกระทั่งว่าการฮั้วเกิดขึ้นจากพรรคการเมืองของพวกตน โดยมีกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดอยู่ในกระบวนการ ซึ่งตนจะถาม กกต.ว่าเมื่อท่านหรือใครมีการกล่าวหาว่าเป็นกระบวนการ ท่านเชื่อหรือไม่ว่ากระบวนการนี้มีอยู่จริง เพราะเมื่อวันที่มีการลงมติ หาก กกต.ทั้งเจ็ดท่านเชื่อตามสำนวนของคณะอนุฯ ชุดที่ 26 ว่ามีกระบวนการอยู่จริงทำไม การลงมติของ กกต. 7 ท่าน ซึ่งแยกเป็นเจ็ดข้อกล่าวหา ทำไม่มีการลงมติแบบก้อนใหญ่ ไม่มีการลงมติว่ามีกระบวนการฮั้วหรือไม่
นายภราดร กล่าวว่า โดยเป็นการลงมติเป็นรายบุคคล หากท่านเชื่อว่ามีกระบวนการฮั้วเหมือนสำนวนของอนุฯ ชุดที่ 26 ทำไมไม่มีการลงมติว่าทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการหรือไม่ แต่ท่านกลับลงมติเป็นรายบุคคล นั่นหมายความว่าท่านไม่เชื่อว่ามันมีกระบวนการฮั้ว ท่านไปดำเนินการสอบรายบุคคล แล้วเอาจริงๆ ท่านก็ไม่ได้สอบตนด้วย และท่านก็ลงมติกันรายบุคคล นั่นเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า กกต.ทั้งเจ็ดท่านไม่เชื่อว่าเป็นกระบวน ถูกต้องหรือไม่
นอกจากนี้ ท่านได้มีการสืบสวนสอบสวนหรือไม่ว่ามีกระบวนการใส่ร้ายป้ายสี และสร้างภาพว่าพวกตนเป็นผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมด
นายภราดร กล่าวต่อว่า ตนขอไล่เรียงกระบวนการเกิดขึ้นในช่วงปี 68 โดยวันที่ 3 ก.พ. ดีเอสไอได้แจ้ง กกต.ว่าคดีนี้มีมูลให้ กกต.นำไปดำเนินการสุดท้าย กกต.ไม่รับเพราะอันนี้เป็นคดีเลือกตั้ง ไม่ใช่หน้าที่ของดีเอสไอที่จะไปทำหรือดำเนินการ เมื่อ กกต.บอกแบบนี้ ดีเอสไอประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษขึ้นมาเพื่อตั้งข้อกล่าวหา เพื่อที่จะลากให้เป็นคดีพิเศษให้ได้ เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจเข้ามาทำไปตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นคดีฟอกเงินกับอั้งยี่เมื่อวันที่ 6 มี.ค. แต่ดีเอสไอส่งเรื่องไปที่ กกต.ว่าคดีมีมูลตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.ก่อนที่จะมีคดีพิเศษแปลว่าดีเอสไอใช้อำนาจอะไรในการทำคดีนี้ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง ตนกำลังจะบอกว่าต้นทางที่มามันชอบหรือไม่ หลังจากนั้น กกต.รับลูกโดยวันที่ 18 มี.ค.หลังคณะกรรมการคดีพิเศษตั้งเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นคดีพิเศษ ท่านตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ขึ้น ซึ่งมีท่านๆ หนึ่งเป็นประธาน ตนก็เคยถามว่าเมื่อมี 25 ชุด แล้ว ท่านตั้งชุดพิเศษขึ้นมาทำไม แล้วที่พิเศษใส่ไข่ คือดึงดีเอสไอเข้ามาอยู่ในคณะอนุกรรมการชุดนี้สามคน ซึ่งสามคนนี้เป็นคนที่ส่งเรื่องให้ กกต.แล้วก็ กกต.ไม่รับ นั่นหมายความว่าพยายามเอาสำนวนที่มิชอบของดีเอสไอเข้ามายัดในชุดที่ 26 เพื่อมาสร้างภาพให้เห็นว่ามีกระบวนการแบบนี้
นายภราดร กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีพยาน 16/26 กลับคำให้การ ที่เขาต้องกลับคำให้การเพราะมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้สอบพยานคนนี้ไปข่มขู่เขาว่าเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา และเขาจะต้องได้รับโทษหากไม่ให้ความร่วมมือกับทาง กกต.หรือดีเอสไอ แล้วก็ไปสร้างเรื่องให้พยานปากนั้นไปให้การแบบหนึ่งแบบใดที่เป็นการใส่ร้ายพวกตน โดยเฉพาะกรรมการบริหารพรรค เพราะต้องการให้พรรคเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แล้วปลายทางสุดท้ายคือนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทย ตนจึงต้องถามดังๆ ไปที่กกต.ว่าท่านเคยสังเกตกระบวนการแบบนี้หรือไม่ ว่ามันมีกระบวนการอย่างหนึ่งอย่างใดที่พยายามใส่ร้ายป้ายสีพวกตน ทำไมพวกท่านไม่ลงมติอีกหนึ่งแบบว่ามีกระบวนการหรือไม่ กับลงมติเป็นรายบุคคล และการลงมติรายบุคคลเป็นเอกฉันท์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นั่นหมายความว่ามันไม่ได้มีกระบวนการนี้อยู่จริง
นายภราดร กล่าวว่า ส่วนเรื่องโพย ขอถามว่า กกต.ท่านเคยเอ๊ะหรือสงสัยหรือไม่ ว่าโพยนี้มันถูกส่งให้ถึงมือท่าน ตอนไหนซึ่งเป็นช่วงที่เลือกตั้งเสร็จไปแล้ว ท่านเคยดูหรือไม่ว่าโพยนี้เป็นโพยจริงหรือโพยปลอม โพยนี้ทำขึ้นมาหลังจากที่มีการเลือกตั้งเสร็จแล้วหรือไม่ ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าโพยนี้เป็นโพยที่เกิดขึ้นในสนามเลือกตั้งที่เมืองทองวันนั้น ตนสงสัยได้หรือไม่ว่าโพยนี้ทำขึ้นมาหลังจากที่ได้ผู้ชนะการเลือกตั้งแล้วค่อยมาใส่เลขกันทีหลัง



