ภท.ดาหน้า โต้เดือด มติกมธ.กฎหมายฯ ให้นายกฯแจงสภา ซัดจงใจลักหลับ ฮึ่มจ่อฟันจริยธรรม ‘โรม’ ปชน.ท้ายื่น-ยันชอบแล้ว
จากกรณี นายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือว่าได้รับเกียรติจากกมธ. มติ 7-0 ให้บังคับโทษที่ไม่สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชามาชี้แจงกมธ. ตามพ.ร.บ.อำนาจเรียก ผลของการไม่มาคือ ต้องมาตอบในสภาผู้แทนฯส่วนนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองถือเป็นข้าราชการคนแรกที่ได้รับเกียรตินี้เช่นกันไม่มาชี้แจงต่อ กมธ. ถือว่าไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการถือเป็นความผิดทางวินัย
ปรากฎว่า นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรรณ สส.สุพรรณบุรี นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม และน.ส.รินทร์ลิตา อดิษะ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซีกพรรคภูมิใจไทยได้แถลงตอบโต้เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน โดย นายศุภชัย กล่าวว่าการลงมติ ของกมธ.การกฎหมายฯซีกฝ่ายค้าน
นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ.ฯ ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยข้อบังคับ เพราะเป็นการลงมติที่ไม่ครบองค์ประชุม ที่ต้องใช้ 8 คน จากกมธ.ฯ ที่มีทั้งหมด 15 คน อย่างไรก็ตามจากรายละเอียดของการลงมติเรื่องดังกล่าวพบว่าเป็นการลงมติในวาระอื่นๆ ซึ่งช่วงนั้นมี กมธ.อยู่ในห้องประชุม 6 คน ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ตามกมธ.ของพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมอีก 1 คน ทั้งนี้หากวาระดังกล่าวมีเจตนาตรงไปตรงมา ไม่มุบมิบ หรือ ลักหลับ ต้องให้เจ้าหน้าที่เชิญ กมธ. ทุกคนเข้าร่วมประชุม แต่ไม่พบการติดต่อให้กมธ.ฝ่ายรัฐบาลเข้าร่วมพิจารณา ดังนั้นการลงมติของกมธ.การกฎหมายฯ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ
“การลงมติ 7 คนถือว่าไม่ชอบ และทำผิดข้อบังคับ รวมถึงรัฐธรรมนนูญ อย่างไรก็ดีผมรับทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้ทักท้วงแล้ว แต่นายรังสิมันต์ บอกว่าไม่ได้รับแจ้ง ทั้งนี้นายรังสิมันต์ ฐานะประธานกมธ.ฯ ต้องทำหน้าที่ให้เป็นกลาง ทำให้โปร่งใส เป็นไปตามข้อบังคับและประมวลจริยธรรม รวมถึง กมธ.ที่เป็น สส. ต้องทำให้เป็นไปตามข้อบังคับ กฎมาย และรัฐธรรมนูญ ดังนั้นพวกผมขอคัดค้าน และยังเตรียมพิจารณาประเด็นที่เข้าข่ายผิดจริยธรรม ทั้งประธานกมธ.ฯและ กมธ.ที่พฤติการณ์ร่วมสนับสนุน โดยจะยื่นให้กรรมการจริยธรรมสภา ตรวจสอบ เพราะมีเจตนาตั้งใจให้เกิดความเสียหาย โดยมีข้อเท็จจริงอยู่ในบันทึกชวเลข” นายศุภชัย กล่าว
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าได้ไปเสาะหาข้อเท็จจริงมาโดยมีหนังสือจากกมธ. ลงวันที่ 30 กันยายน เป็นหนังสือที่สั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้อธิบดีกรมการปกครองมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นต่อกมธ. กรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569 ต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งต่ออธิบดีกรมการปกครองให้ทราบ แต่ในวันที่ 5 ตุลาคม อธิบดีกรมการปกครอง มีหนังสือแจ้ง กมธ.กฎหมาย ว่าไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้ เนื่องด้วยติดภารกิจน้ำท่วมที่ จ.ปราจีนบุรี และได้แจ้งไปที่ กมธ.ให้รับทราบ พร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องทีโออาร์การสอบเพื่อบรรจุข้าราชท้องถิ่น ตามที่ กมธ.ร้องขอแล้วยืนยันว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งมอบอธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงอย่างชัดเจน และหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามเป็นเรื่องเร่งด่วน เช่นเดียวกับ อธิบดีกรมการปกครองได้ส่งเอกสารให้กับกมธ. แล้ว ซึ่งในหลาย กมธ.ก็มีการดำเนินการลักษณะนี้เช่นเดียวกัน
นายเอกภพกล่าวข้อสังเกต 3 ประเด็น ประเด็นแรก คือ การใช้ พ.ร.บ. คำสั่งเรียก โดยการเรียกอธิบดีกรมการปกครอง โดยปกติในสภาหรือกมธ. เราจะไม่ใช้ พ.ร.บ. คำสั่งอำนาจเรียกพร่ำเพรื่อ จะใช้ต่อเมื่อไม่ได้รับความร่วมมือ หรือมีความจำเป็นจริงๆ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าที่ผ่านได้เคยเรียกอธิบดีกรมการปกครองไปหรือไม่ และเรื่องนี้ทำอย่างไรไปแล้วบ้าง ถ้าจำไม่ผิดเคยมีออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน ซึ่งนายกฯได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยไปตอบแทน จึงไม่แน่ว่ากรณีนี้ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ หรือ ใช้ พ.ร.บ. คำสั่งอำนาจเรียกพร่ำเพรื่อโดยไม่ได้พิจารณาความเหมาะสม
ประเด็นที่ 2 การชี้แจงได้ชี้แจงไปแล้ว แต่ปัญหาเมื่อชี้แจงไปแล้วะบอกว่าไม่ชี้แจ ในการประชุมวันนั้นได้สอบถามสภาว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จนทราบว่ากมธ.ทุกคณะ จะมีองค์ประกอบอยู่ 15 คน ซึ่งกึ่งหนึ่ง คือ 8 คน แต่เนื่องจากกมธ.ชุดนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีลาออก 1 คน เท่ากับ เหลือ14 คน ในที่ประชุมใหญ่สภาช่วงเช้าได้เสนอ ชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง เพิ่ม 1 คน จึงกลายเป็นว่า มติที่ประชุมสภาได้มีมติให้แต่งตั้ง บุคคลเข้าไปเพิ่มแล้ว ทำให้กมธ.กลับมามี 15 คนเหมือนเดิม จึงเป็นข้อสังเกตว่ากมธ.จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะเมื่อมีมติการแต่งตั้งถือว่าเป็นอันเสร็จแล้ว จะมาบอกว่าต้องรอหนังสือจากสภาถึงกมธ.ก่อนถึงจะรับรู้ ซึ่งเราอาจจะรับฟัง แต่ป็นข้อแก้ตัวที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น กมธ.กฎหมายทำตัวละเมิดกฎหมายเองทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้งบุคคลอื่นทางการเมืองหรือไม่ เกิดขึ้นจากทัศนคติประธานกมธ. ,กมธ.นัดแนะเรียกประชุม โดยที่ไม่ได้บอกทุกคน เป็นข้อน่าสังเกต ต้องไปติดตามต่อ
มีข้อสังเกตประเด็นสุดท้าย ที่น่าสนใจอีกว่าพอเห็นรัฐบาลเริ่มมีผลงาน มีพืชผลทางการเกษตรเริ่มมีราคาสูง ไม่ว่าจะเป็นปาล์มหรือยางพารา ที่มีราคาสูงขึ้นในรอบ 20 ปีเลยคิดอยากจะหาซีนอะไรมากลบผลงานของรัฐบาลหรือไม่ และบังเอิญ ประจวบเหมามีนักธุรกิจใหญ่ USABC ทีมนักธุรกิจใหญ่สหรัฐ ซึ่งติดตามนายกรัฐมนตรีมาจากการประชุม UN มาคุยรายละเอียดที่ไทย รวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท Google มาคุยในเรื่องของ Data Center ที่จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้งานคนไทยมากขึ้น และ จะมีเรื่องของของใช้ผลิตผลในประเทศไทยมากขึ้นตรงนี้หรือไม่ที่ฝ่ายค้านอดรนทนไม่ได้ อิจฉาตาร้อน จึงออกมาโวยวายนิดหน่อยตามประสา “งอแงของเด็กๆ” และยังปล่อย Fake News และยังใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ บิดเบือนเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง
ด้าน นายปิยรัฐ จงเทพ กล่าวถึงกมธ.ซีกภท. เตรียมยื่นร้องจริยธรรมนายรังสิมันต์ ว่า พร้อมนำข้อกฎหมายมาพิสูจน์กัน เพราะตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ ระบุไว้ว่า หากกรรมาธิการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายจะไม่มีความผิด แต่หากละเว้นไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ต่างหากที่จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทุกขั้นตอนกมธ. จึงเป็นการทำตามกรอบกฎหมายอย่างครบถ้วนถูกต้อง



