พริษฐ์ ลั่นคดีโกง สว. ต้องไม่จบแค่ 77 คน หลังคำวินิจฉัยประธานศาลอุทธณ์เปิดทาง ปชช.ฟ้อง กกต. คดีโกง สว. เหตุถูกพรากอำนาจอธิปไตย จี้สาวถึงนักการเมืองเบื้องหลัง
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อคดีโกง สว. ไม่จบง่ายแน่ๆ สำหรับทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สีน้ำเงิน และ นักการเมืองสีน้ำเงิน โดยระบุข้อความว่า หลังจาก กกต. เสียงข้างมากมีมติสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว. เพียงแค่ 77 คน เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ตนย้ำมาตลอดว่าเรื่องคดีโกง สว. จะจบแค่นั้นไม่ได้ เพราะมติดังกล่าวขัดกับทั้งหลักการ หลักกฎหมาย หลักฐาน และเป็นมติที่จงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัวคือ 1.ความเป็นขบวนการ 2.ความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย 3.มาตรฐาน กกต. เองในอดีต
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธณ์วันนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าคดีโกง สว. จะไม่จบง่ายๆสำหรับคน 2 กลุ่ม นอกเหนือจาก 77 คนที่ กกต. สั่งฟ้องคือ 1.กกต. สีน้ำเงิน ที่ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายมีความกังวลใจว่าการเอาผิด กกต. ในฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะถูกบีบให้ต้องดำเนินการผ่านสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะมีความน่ากังวลตามมา ว่าในเมื่อ ป.ป.ช. และ กกต. มีที่มาจาก สว. สีน้ำเงิน เหมือนกัน ป.ป.ช. จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมากับ กกต. หรือไม่
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า แต่พอมาวันนี้คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธณ์ ไม่เพียงแต่รับประกันสิทธิของผู้เสียหายในการฟ้อง กกต. ตรงไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่ยังนิยามอีกว่า ผู้เสียหายจากการโกง สว. ให้รวมถึงประชาชนทุกคนที่ถูกพรากอำนาจอธิปไตยไป นั่นหมายความว่าจากเดิมที่เราเคยคาดว่าผู้ที่จะฟ้อง กกต. ต่อศาลโดยตรงได้ อย่างมากที่สุด จะต้องเป็น สว. สำรอง หรือ ผู้สมัคร สว. ตอนนี้กลายเป็นว่าประชาชนทั่วไปสามารถดำเนินการได้ด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ทันทีที่ กกต. เผยแพร่คำวินิจฉัยเกี่ยวกับมติเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะต้องเผยแพร่ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลงมติ หรือภายในวันที่ 13 พฤศจิกายน การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ กกต. ก็จะปรากฏชัด และจะเป็นเนื้อหาและเอกสารชิ้นสำคัญที่ประชาชนสามารถนำไปใช้ฟ้อง กกต. ต่อศาลได้
2.นักการเมืองสีน้ำเงินที่อยู่เบื้องหลัง เมื่อ กกต. มีการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 77 คนไปที่ศาลฎีกา ซึ่งจะต้องสั่งฟ้องภายใน 60 วันนับแต่วันที่ กกต. จัดทำคำวินิจฉัยเสร็จ หรือภายในวันที่ 12 มกราคม ศาลฎีกาจะมีอํานาจสั่งไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 โดยหากข้อเท็จจริงและหลักฐานดังกล่าวที่ศาลไต่สวน ปรากฏชัดว่ามีผู้กระทำความผิดคนอื่น เช่น ระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. กรรมการบริหารพรรค กกต. ก็มีหน้าที่ต้องนับว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความปรากฏ ที่เป็นเหตุให้ กกต. สั่งฟ้องกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาที่ศาลฎีกาเพิ่มเติมจาก 77 คน
“หาก ณ เวลานั้น กกต. กำลังถูกฟ้องไปที่ศาลเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามข้อ 1 กกต. ก็คงต้องคิดหนักหากจะกระทำการใดๆ ที่จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบซ้ำสอง อาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งนี้ จะต้องไม่ถูกตัดตอนให้เหลือการเอาผิดแค่ 77 คน” นายพริษฐ์ ระบุ



