จบยก 2 ศึกในพปชร. ‘ประยุทธ์’ ยังฝันค้าง เกมล้างไพ่ ไล่ ‘ธรรมนัส’

จบยก 2 ศึกในพปชร. ก่อนเปิดสภา ‘ประยุทธ์’ ยังฝันค้าง เกมล้างไพ่ ไล่ ‘ธรรมนัส’ 

1 พฤศจิกายนนี้ รัฐสภาเปิดสมัยสามัญนิติบัญญัติ รอบใหม่ ยาว 4 เดือน

การกลับมาประชุม หลังพักไป 1 เดือนรอบนี้ ถือว่า ต้องจับตา

แม้ว่า 2 ปีกว่าๆที่ผ่านมา สภาชุดนี้ ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 โดยเฉพาะซีกรัฐบาล ที่มีส่วนผสมเป็น 10 พรรคการเมือง จะผ่านบททดสอบมามาก ไม่ว่าจะปัญหาเสียงปริ่มน้ำ เสียงแปรพักตร์ หรือแม้แต่ เสียงหาย เสียงแหบแห้ง ทำองค์ล่มระหว่างการประชุมบ้าง แต่ก็ยังผ่านนัดสำคัญๆมาได้

แต่จากนี้ไป จะผ่านได้ตลอดอย่างที่ผ่านมาหรือไม่ คงต้องรอดู

เพราะเหตุจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบล่าสุดของฝ่ายค้าน แม้จะล้มรัฐบาลไม่ได้ แต่ถือว่าชิงเขย่า เร่งจังหวะให้เกิดรอยร้าวภายในขั้วอำนาจของพรรคพลังประชารัฐ พรรคหลักแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ถูกช่วงเวลา

แม้เวลาจะผ่าน 2 เดือนแล้ว ปัญหานี้ก็ยังเขย่าขั้วอำนาจอย่างไม่รู้จบ

เพราะนับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดการคนที่พล.อ.ประยุทธ์ มั่นใจว่าไม่ภักดี ด้วยการปลด “2 ช.” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กับ อ.แหม่ม นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นครม.แบบฟ้าผ่าแล้ว สังคมก็ได้เห็นภาพความไม่ค่อยจะสามัคคีระหว่าง 3 ป.ขั้วอำนาจอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะภาพอันเป็นระยะ ระหว่างรัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ กับ พรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้า ที่นับวันยิ่งห่างขึ้นๆ

อย่างที่ได้เห็นแล้ว ในศึก “ประลองเชิง-วัดพลัง” ในระหว่างตรวจราชการน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา ที่ก๊กไหน ส.ส.คนใด ในพลังประชารัฐ ยืนข้างป.อะไร คงพอเห็นเค้าลาง

มีศึกตีเมืองขึ้น ผ่าน “ผลโพล” วัดคะแนนนิยม ในการส่งลงสมัครเลือกตั้งครั้งต่อไป พร้อมๆกับ ปรากฏภาพความพยายาม ในการประนีประนอม จัดการปัญหานี้ในพลังประชารัฐ

ไหนจะมีการโยนข่าวตั้งพรรค “ปลัดฉิ่ง” มาขี่ๆกันไว้ ทำทีพร้อมแยกเดิน ในระหว่างปรับความเข้าใจกันอีก

แต่ทว่า ความไม่แน่นอนจากความไม่ไว้ใจในตัวคนคุมเสียงโหวตต่อการเปิดประชุมรัฐสภา ในวันที่ 1 พฤศจิกายน อย่างที่ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 1 ในรมว.รับ ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ เรียก 7 รัฐมนตรี ที่มีภาพตรงข้าม ร.อ.ธรรมนัส คนที่ พล.อ.ประยุทธ์ มองว่าไม่ภักดี เข้าร่วมหารือ จึงทำให้ “ยกที่สอง” เกิดขึ้น

“เป็นการหารือเรื่องงานสภาฯว่า จะทำอย่างไร ให้ทำงานกันได้ราบรื่น ให้ส.ส.โหวตลงมติให้ดี เพราะเปิดสภารอบนี้ มีการพิจารณาต่างๆที่มีความจำเป็น เช่น พ.ร.ก.โรคติดต่อฯ พ.ร.ก.เงินกู้ ที่มีความจำเป็น แต่เหตุการณ์ก็ไม่แน่ไม่นอน จึงต้องคุยให้ดี” ชัยวุฒิ ระบุ

เพราะต้องไม่ลืมเหตุการณ์ภายหลังมีการปลด “2 ช.” พ้นครม. ที่มีครหาว่า มีความตั้งใจ ที่การทำให้การประชุมสภาล่มถึง 2 ครั้งติดๆกันจากฝ่ายคุมเสียง

ทั้งยังเป็นการทำรัฐสภาล่มในวันสุดท้ายของการปิดสมัยประชุมด้วย

นี่จึงทำให้ในยกที่สอง พล.อ.ประยุทธ์ เปิดฉากส่ง 7 รัฐมนตรี + 1 ส.ส.ในก๊วน ที่เป็นกก.บห.ไขก๊อกลาออก ยึดโมเดลแบบเขี่ย 4 กุมารพ้นพรรค โละแผงอำนาจหลักในการคุมพรรค ก่อนการประชุมสภาจะเริ่มต้นขึ้น

ข่าวแรกเหมือนจะหักดิบ 3 ป.ไฟเขียว แต่ไปๆมาๆ พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่ไม่เอาด้วย เดินหน้าเคลียร์เดือด

ที่สุด “ธรรมนัส” ยังเหนียว ยกสองของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังน็อกไม่ได้ เหมือนตอนไล่พ้นครม.

แต่ในสภาพที่ตัวละครในศึกนี้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เรื่องที่รับปากว่าจบ กลับจบไม่จริง จึงทำรอยร้าวของ 3 ป.ที่ร้าวอยู่แล้ว ต้องบาดลึกลงไปอีก

สัญญาณที่ปรับไม่ได้ จูนกันไม่ลงแบบนี้ สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้ทันที เปิดสมัยประชุมรอบนี้ ถือว่า บอบบางมาก

ไหนจะคิวร้อนตามที่รัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้ฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายทั่วไปตามมาตรา แบบไม่ลงมติอีก

ถ้า “ยกสาม” เกิดขึ้นระหว่างสมัยประชุม ถ้าถึงคิวพ.ร.ก.ไม่ผ่าน รัฐบาลก็ล้มทันที

“ถือว่าน่าห่วง จัดให้อยู่ในช่วงเตือนภัยขั้นสูง มีความเป็นไปได้สูงที่องค์ประชุมจะมีปัญหา เชื่อว่า จะล่มง่ายมาก ถ้าล่มติดต่อกัน 3-4 ครั้ง ก็อยู่ที่ท่านนายกฯจะเอาไง”

แม้เบี้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ จะสั่งเปิดตึกสันติไมตรี แก้เกมยกสามไว้ล่วงหน้า ให้วิปรัฐบาล ทีมคุมเสียงโหวต ย้ายมาใกล้หูใกล้ตา ประชุมกันที่ทำเนียบรัฐบาล

แต่ในสถานการณ์ที่ “ดาบสุดท้าย” ที่จะฟันใส่ “ธรรมนัส” ยังอยู่ที่ พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่ เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นเรื่อง “คาใจ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไป

ดังนั้น “ยกสาม” จากนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ คงต้องจับตา “2 เก้าอี้รัฐมนตรี” ที่ว่างอยู่ในขณะนี้ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะตัดสินใจคืนเจ้าของโควต้าเดิม หรือจะดึงไว้เก็บไว้เอง 

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon