เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักพิมพ์มติชน และมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ จัดงานครบรอบ 60 ปี มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริรัตน์ ณ ระนอง คณบดีคณะศิลปศาสตร์ กล่าวเปิดงาน และนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ‘ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กับ มนธ.โครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์’ ดำเนินรายการโดย ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 12.30น. มีนักวิชาการ นักศึกษา และประชาชนร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ , ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, รองศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต, นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และนายสมฤทธิ์ ลือชัย ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอุษาคเนย์และนายสมชาย แซ่จิว ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน เป็นต้น

ผศ.ดร.ศิริรัตน์ ณ ระนอง คณบดีคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่าเปิดงานว่า วันนี้คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้จัดงานนี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นงานที่สำคัญ 2 งาน งานแรก คืองานครบรอบ 60 ปี มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ซึ่งได้รับเกียรติจากสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา และ สำนักพิมพ์มติชนที่ได้มาจัดงานนี้ร่วมกัน 60 ปี ไม่ได้เป็นเพียงระยะเวลาที่มีเรื่องราวต่างๆมากมาย แต่เป็น 60 ปี ที่มีหนังสือจำนวนมากที่ได้เดินทางผ่านยุคผ่านสมัย ผ่านห้องเรียน ห้องสมุด และผ่านมือของผู้ใช้ ผู้อ่าน หลายคน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหัดที่เพิ่งหัดอ่านหนังสือ จนกระทั่งผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้นๆ
“หนังสือเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงแค่เก็บรักษาความรู้ แต่มีส่วนในการสร้างนักศึกษา สร้างคน สร้างนักวิชาการ สร้างเรื่องราว สร้างสังคมไทยขึ้นมา เราในฐานะส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต้องการสืบทอดเจตนารมณ์ และ รำลึกถึงท่านอาจารย์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ด้วย นับตั้งแต่มูลนิธิโครงการตำรานี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ 2509 ได้ทำหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งในการเผยแพร่หนังสือให้กับสังคมไทย เพื่อให้เข้าใจตนเอง เข้าใจเพื่อนบ้าน เข้าใจโลกอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

ภารกิจดังกล่าวของมูลนิธิได้สะท้อนเจตนารมณ์ท่าน ศาสตราจารย์ ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้ซึ่งมีความเชื่อมั่นในคุณค่าของการศึกษาและพลังของความรู้ที่มีต่อการพัฒนาสังคม คำว่า ตำรา ในชื่อของมูลนิธิ จึงมีความหมายมากกว่าหนังสือที่ใช้ประกอบการเรียน แต่เป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาองค์ความรู้ มีการรวบรวม ตรวจสอบเรียบเรียงและส่งต่ออย่างเป็นระบบ ทำให้ศาสตร์แขนงใดแขนงหนึ่ง สามารถเติบโตและส่งต่อจากรุ่นแล้วรุ่นเล่าอย่างมีรากฐาน และมีประเด็นต่อเพื่อการตั้งคำถาม ถกเถียง ผลิตความรู้ใหม่“ ผศ.ดร.ศิริรัตน์ กล่าว
ผศ.ดร.ศิริรัตน์ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 60 ปี ตำราที่เรามี ได้เดินทางจากหนังสือเล่ม ปัจจุบันเรามีแพลตฟอร์มใหม่ที่โครงการตำราได้เริ่มต้นในการสร้างเส้นทางใหม่คือเผยแพร่หนังสือที่มีผ่านเว็บไซต์และถ่ายทอดในรูปแบบ E-book ทำให้องค์ความรู้ที่เราได้สะสมมาสามารถก้าวข้ามและส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างมีความหมาย
“การเปิดตัว E-book ของโครงการ มีความหมายมากกว่าการนำหนังสือเก่ามาแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัล แต่เป็นการนำมรดกทางภูมิปัญญาที่สั่งสมมาตลอด กลับมาพลิกฟื้นให้มีชีวิตอีกครั้ง หนังสือที่อาจจะหาอ่านได้ยาก อยู่วงสนทนาของคนรุ่นหนึ่ง จะมาเป็นบทสนทนาของคนรุ่นใหม่ต่อไป” ผศ.ดร.ศิริรัตน์ กล่าว
ผศ.ดร.ศิริรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันวันนี้ไม่ใช่เพียงการรำลึก 60 ปี ของการครบรอบมูลนิธิฯ แต่วันนี้ยังมีเหตุการณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการเปิดตัวหนังสือ ใต้ลมทะเลเอเชีย อยุธยาบนเส้นทางจากญี่ปุ่นสู่อาระเบีย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภารกิจของมูลนิธิไม่ได้เพียงจำกัดอยู่แค่การดูแลหนังสือที่สร้างขึ้นในอดีต แต่มีการแปลและเดินหน้าสร้างหนังสือองค์ความรู้ใหม่อย่างต่อเนื่อง

“หนังสือเล่มนี้ชวนให้เรามองอยุธยาในฐานะส่วนหนึ่งของโลกทางทะเลของเอเชียซึ่งเชื่อมโยง ผู้คน สินค้า ภาษา ความเชื่อ และวัฒนธรรม ตั้งแต่ญี่ปุ่นจนถึงอาระเบีย วันนี้มีฉบับที่แปลเป็นภาษาไทยแล้ว เพื่อให้ผู้อ่านได้ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้นจากภาษาอังกฤษมายังภาษาไทย หนังสือเล่มนี้เป็นเครื่องที่ช่วยย้ำเตือนว่า สังคมไทยไม่เคยดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ได้เติบโตขึ้นจากการเดินทาง การพบปะ และการแลกเปลี่ยนข้ามพรมแดนมาตลอด ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ขอแสดงความขอบคุณผู้ก่อตั้ง คณะกรรมการ นักวิชาการ ผู้เขียน ผู้แปล บรรณาธิการ ผู้จัดพิมพ์ รวมทั้งผู้เข้าร่วมทุกท่านที่ทำให้งานในวันนี้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ“ ผศ.ดร.ศิริรัตน์ กล่าว
ต่อมาเวลา 14.20 น. มีการเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ พร้อม E-book ของมูลนิธิโครงการตำราฯ ทุกเล่ม
จากนั้น เริ่มเสวนาเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ ‘From Japan to Arabia: Ayutthaya’s Maritime Relations with Asia, 1999’ ฉบับภาษาไทย ‘ใต้ลมทะเลเอเชีย อยุธยาบนเส้นทางจากญี่ปุ่นสู่อาระเบีย’ โดย ผศ.ดร.จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รศ.ดร.อรอนงค์ ทิพย์พิมล อาจารย์ประจำสาขาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายสุนิติ จุฑามาศ นักวิจัยประจําศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร องค์การมหาชน, นายสฏฐภูมิ บุญมา อาจารย์พิเศษ สาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ มีสันฐาน ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา
ทั้งนี้ ภายในงานมีหนังสือของมูลนิธิฯ จำหน่าย โดยลดราคาสูงสุด 60% และผู้ที่ลงทะเบียนได้รับหนังสือ ‘ความเป็นมาของทฤษฎีแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ไทย’ โดย ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ







