เปิดใจ ดร.จอห์น สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา
ก่อน-หลัง วาระ ‘รูปคู่’ เป็นเหตุ
สุดมันส์ของจริงในช่วงไม่ถึง 2 เดือนนับจากนี้ ไม่ใช่สมรภูมิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 18
หากแต่เป็นศึกชิงชัยสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหรือ ส.ก. ซึ่งส่อแววอลหม่านหลังบ้านทรายทองตั้งแต่ยังไม่ทันถึงวันรับสมัครที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม-1 มิถุนายนนี้
ไม่ว่าจะด้วยการกระสานซ่านเซ็นของกลุ่ม ส.ก.สีแดงเมื่อแรกเริ่มเดิมทีพรรคเพื่อไทย มีแนวโน้มไม่ส่งใครลงสนาม กทม. ไม่ว่าจะเป็นการชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ รวมถึง ส.ก. จึงเป็นเหตุให้เหล่า ส.ก.สีแดง ซึ่งมีสัดส่วนเยอะสุดในสภา กทม. ยุคชัชชาติ ดาวกระจายไปตั้งกลุ่มอิสระบ้าง ฉายเดี่ยวบ้าง อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร ออกมาบอกว่า ในส่วนของ ส.ก. เดิมของพรรคเพื่อไทย ก็ยังยืนยันว่าจะลงต่อโดยมีการขออนุญาตใช้โลโก้พรรค
แต่ประเด็นฮือฮาเป็นทอล์กออฟเดอะ กทม. ชนิดที่หลายกลุ่มไม่ทันตั้งตัว ก็คือการที่เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร หวั่นสังคมสับสน หรือเกิดความเข้าใจผิดพลาด จึงออกมาชี้แจงกลางดึก กรณีว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.บางส่วนใช้ชื่อและภาพถ่ายของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า ยังไม่มีการอนุญาตให้นำชื่อหรือภาพไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการหาเสียง กระทั่งต่อมา ชัชชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ย้ำอีกรอบ ว่าไม่ได้สนับสนุนผู้สมัครท่านใด หากหนุนใครจะแจ้งเอง
งานนี้ สปอตไลต์ส่องไปยังกลุ่ม Better Bangkok ในทันที แม้มีอีกหลายกลุ่มที่ใช้ภาพคู่ และออกโรงประกาศหนุนนโยบายผู้ว่าฯชัชชาติเช่นกัน ทำเอาทัวร์ลงกลางโซเชียลแบบไม่พัก
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความเด่นชัดในรูปแบบคล้ายป้ายหาเสียงที่โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียพึ่บพั่บในหมู่ว่าที่ผู้สมัครหรือเหตุผลอื่นใด ทว่า สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ‘ดร.จอห์น’ ส.ก.เขตลาดกระบัง อดีตประธานสภา กทม.แกนนำกลุ่ม Better Bangkok ยืนยันว่า เคยพูดคุยขออนุญาตใช้ CI (Corporate Identity) และอาร์ตเวิร์กแล้ว โดยระบุว่า ผู้ว่าฯ ‘ไม่ติดขัด’
“ขออนุญาตชี้แจงเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันถึงแนวทางการทำงานของกลุ่ม Better Bangkok ว่าเป็นกลุ่มอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมือง แต่มีแนวทางที่จะผลักดันนโยบายที่มีประโยชน์ของผู้ว่าฯชัชชาติมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกลุ่ม เพราะเชื่อมั่นว่า นโยบายที่ดี ไม่ควรมีข้อจำกัดเรื่องสังกัด เพื่อให้แนวทางนั้นสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวกรุงเทพฯได้จริง
สำหรับประเด็นที่เป็นข่าว ตามที่ท่านผู้ว่าฯชัชชาติได้แจ้งว่าท่านไม่ได้ส่ง ส.ก. และไม่ได้สนับสนุนทุกกลุ่ม เนื่องจากหลังจากที่ท่านได้แจ้งเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา มีอีกหลายกลุ่มออกมาสนับสนุนผู้ว่าฯ โดยไม่ได้เคยหารือแนวทางกับท่านผู้ว่าฯมาก่อนหรือไม่ ส่วนกลุ่ม Better Bangkok เคยพูดคุยและขออนุญาตท่านในการใช้ CI และ Artwork ต่างๆ ซึ่งท่านไม่ติดขัด” ดร.จอห์นชี้แจงเมื่อยกหูโทรสอบถามถึงความเป็นมาเป็นไป
สำหรับความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ ดร.จอห์นเคยเล่าว่า ทางกลุ่มจะเคาะรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ภายในวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็เลื่อนออกไป โดยให้เหตุผลว่า ‘เพื่อให้ทีมงานชุดใหม่เตรียมความพร้อม’ เนื่องจากมีผู้แสดงความจำนงขอเข้าร่วมอุดมการณ์กับกลุ่มเพิ่มขึ้น ทั้งผู้ทรงคุณวุฒิและกลุ่มคนรุ่นใหม่จากหลากหลายสาขาอาชีพ
จ่อส่งชิง 10+ ส.ก.เพื่อ ‘กรุงเทพที่ดีกว่า’
หนุนนโยบายผู้ว่าฯ แต่ไม่ใช่ทีมชัชชาติ
สำหรับวิสัยทัศน์ของกลุ่ม Better Bangkok แปลตรงตัวเป็นภาษาไทย ได้สโลแกนว่า ‘กรุงเทพที่ดีกว่า’ หลังการก่อตั้งเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ประกาศชวนประชาชนมีส่วนร่วมพร้อมผลักดันสนับสนุนนโยบายของผู้ว่าฯคนปัจจุบัน แต่ไม่ใช่ทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของผู้ว่าฯแต่อย่างใด
ความคืบหน้าล่าสุด ยังคงอยู่ระหว่างการคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ในแต่ละเขต โดยพิจารณาจากความตั้งใจและจิตสาธารณะในการอาสาดูแลประชาชน รวมถึงแนวคิดต่างๆ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะส่งคนอาสาดูแลชาวกรุงไม่ต่ำกว่า 10 เขต
“อันดับแรก ดูความตั้งใจของผู้ที่จะมาอุทิศตนตรงนี้เป็นหลัก ถ้าเป็นโปรไฟล์ที่ไม่เคยทำอะไรมาเลย ก็ต้องดูไอเดียประกอบการตัดสินใจ ตอนนี้มีทั้งอินฟลูเอนเซอร์ นักธุรกิจชื่อดัง เข้ามาขอร่วมกลุ่ม มีคนหน้าใหม่ติดต่อเข้ามาเยอะพอสมควร ซึ่งผมกับทางทีมต้องพิจารณาอีกที เราประกาศชัดเจนว่า ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายสนับสนุน ซึ่งเขาก็พร้อมดูแลตัวเอง และอาสาพัฒนาเขตที่ตัวเองอาศัยอยู่ นอกจากนี้ ก็มี ส.ก.ปัจจุบันหลายท่าน แต่ขออุบไว้ก่อน เราส่งแบบกระจายโซน รวมกว่า 10 คน ไม่ได้ครบทั้ง 50 เขต” ดร.จอห์นเล่า
เมื่อถามถึงยุทธศาสตร์สู้ศึกเลือกตั้ง ส.ก.ครั้งนี้ ได้คำตอบว่า จริงๆ แล้ว ส.ก.ไม่จำเป็นต้องมีนโยบาย เพราะตามหลักแล้วนโยบายอยู่ที่ฝ่ายบริหาร ฝั่ง ส.ก.เป็นผู้ผลักดันและเสนอแนวทางการแก้ไข ซึ่งจากประสบการณ์ 4 ปีที่ผ่านมา นโยบาย ‘เส้นเลือดฝอย’ ของผู้ว่าฯชัชชาติ ตอบโจทย์ ดังนั้น กลุ่มของตนจึงนำมาปรับกลยุทธ์เพิ่มเติมในส่วนที่เข้าถึงประชาชน ซึ่งแต่ละเขตจะมีนโยบายที่แตกต่างกัน เช่น ลาดกระบังเน้นเรื่องคลอง และการปรับปรุงทางเดินเท้าเลียบคลอง รวมถึงการสัญจรทางเรือ
ไร้พรรคสังกัด หลุดพ้นพันธนาการผูกมัด
ทำงานคล่องตัว-ยืดหยุ่น ไอเดียอิสระ
ครั้นถามต่อไปว่า การออกมาก่อตั้งกลุ่มอิสระ จากที่เคยสังกัดพรรคใหญ่อย่างเพื่อไทย จะมีข้อจำกัดหรือไม่ เช่น ด้าน ‘ทรัพยากร’ ดร.จอห์นขอมองมุมต่าง โดยตอบว่า กลับมองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ไม่ถูกยึดติดและผูกมัด เพราะการเป็นสมาชิกพรรค การดำเนินการต่างๆ ต้องผ่านมติพรรค และนโยบายของทางพรรคเป็นอันดับต้นๆ ขณะที่การออกมาตั้งกลุ่ม ทำให้มีอิสระทางความคิด การตัดสินใจ และสามารถชักชวนผู้มีอุดมการณ์เดียวกันเข้ามาร่วมได้
“ผมมองว่าการสังกัดพรรคการเมือง มีทั้งข้อบวกและลบ ข้อบวก คือ แน่นอนว่าคุณอาจจะมีฐานเสียง ฐานคะแนนของกลุ่มคนที่ชื่นชอบพรรคการเมืองนั้น ส่วนข้อลบ คือ ประชาชนส่วนใหญ่เท่าที่ทีมผมลงพื้นที่ บอกว่าเบื่อการเมือง กรุงเทพมหานครควรเป็นอิสระ ไม่ควรมีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร หรือ ส.ก. ซึ่งจะทำให้สามารถทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น ส่วนตัวผมมองว่าการตั้งกลุ่มอิสระ มันยืดหยุ่นในการทำงาน การเสนอไอเดีย และการตัดสินใจ”
นอกจากคำตอบข้างต้น ยังย้ำถึงกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่สะพัดว่า มีพรรคการเมืองสีเขียวสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
“สีเขียวกลุ่มผมเป็นกลุ่มแรกที่ใช้ ใช้คำว่า เขียวเบอร์ 1 ก็แล้วกัน เพราะสีประจำกรุงเทพมหานครคือสีเขียว เลยมาคุยกันว่า ในเมื่อเราจะมาเป็นตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในการแก้ไขปัญหา และผลักดัน เสนอปรับปรุงภาพรวมของแต่ละเขต เราควรใช้สีเขียวเป็นสื่อ” ดร.จอห์นอธิบาย
มั่นใจสู้ได้ ยัน 4 ปี ‘ลาดกระบัง’ พัฒนาชัด
สมัยหน้าหวังลุย ‘เชื่อมต่อ 2 สนามบิน’
ส่วนความมั่นใจด้านการต่อสู้ในพื้นที่เขตต่างๆ โดยเฉพาะพรรคประชาชนซึ่งส่งผู้สมัคร ส.ก.ครบ 50 เขต ทั้งยังลงพื้นที่แบบรัวๆ โพสต์โซเชียลฉ่ำๆ แกนนำกลุ่ม Better Bangkok บอกว่า ค่อนข้างมั่นใจว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของกลุ่มจะสามารถผ่านเข้าไปในสภา กทม. ได้ในสัดส่วนค่อนข้างมาก
“สู้ได้ หรือไม่ได้ อยู่ที่การลงพื้นที่รับฟังปัญหาและผลักดันไอเดียต่างๆ รวมถึงรับฟังปัญหาประชาชนแล้วนำมาเป็นนโยบายขับเคลื่อน นำมาเป็นญัตติเสนอผ่านสภา กทม.ต่อไป ซึ่งบริบทของผู้สมัครแต่ละท่านที่มาร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ผมค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะผ่านไปได้ในสัดส่วนที่ค่อนข้างเยอะ เพราะเท่าที่คุย เท่าที่เห็นความตั้งใจของเพื่อนๆ ที่ร่วมอุดมการณ์ ก็เห็นความตั้งใจจริง ลงพื้นที่กันหนัก มีไอเดียต่างๆ ดีๆ ที่เราคิดไม่ถึง ภาพรวมน่าจะสู้ได้” ดร.จอห์นประเมิน
เมื่อโฟกัสถึงโฉมหน้าค่าตาของว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตลาดกระบัง ที่เจ้าตัวเตรียมลงสมัครป้องกันแชมป์ ได้คำตอบว่า เห็นแล้วบางพรรค ส่วนผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ขอตอบว่า ‘อยู่ที่พี่น้องประชาชน’
“ถ้าพูดแบบสวยๆ เลยคือ อยู่ที่ประชาชน ผมก็ถามพ่อแม่พี่น้องว่า ถ้าเห็นว่ามีผลงานก็ให้ผมทำต่อ แต่ถ้าดูแล้ว 4 ปี ผมไม่มีผลงาน ก็ไม่ต้องเลือก ผมเป็นคนชัดเจน ตรงไปตรงมา มั่นใจว่าได้ผลักดันปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านตลอด 4 ปีที่ผ่านมางบประมาณในการปรับปรุงโครงสร้างขั้นพื้นฐานของลาดกระบัง เบ็ดเสร็จรวมๆ กันก็เกือบ 800 ล้าน เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นขุดลอกคูคลอง ลอกท่อระบายน้ำ ปรับปรุงถนน จากดินเลน กลายเป็นคอนกรีต จากถนนคอนกรีต 30-40 ปี ก็กลายเป็นถนนคอนกรีตแบบใหม่ พร้อมท่อระบายน้ำ เพิ่มรถฟีดเดอร์ ศูนย์นันทนาการต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพ รวมถึงการกีฬาให้น้องๆ ที่มีความสนใจด้านนี้” ส.ก.ลาดกระบังและอดีตประธานสภา กทม.อธิบาย
นั่นคือ 4 ปีที่กำลังจะพ้นผ่าน โดยวันดำรงตำแหน่งครบวาระ คือ 21 พฤษภาคมนี้ ถามว่าในอีก 4 ปีข้างหน้า อยากทำอะไรให้ชาวลาดกระบัง?
“มันมีปัญหาต่างๆ ที่อยากจะขับเคลื่อนแก้ไข เช่น ล่าสุด ผมได้พูดถึงโรงพยาบาลลาดกระบังที่ยังไม่คืบหน้า อยากผลักดันพื้นที่ต่างๆ คือ อยากขยายเมือง เพราะตอนนี้ทุกอย่างกระจุกอยู่ในตัวเซ็นเตอร์ของลาดกระบัง ไม่ขยายออกด้านนอกเลย รวมถึงการสัญจร การคมนาคมต่างๆ ผมเคยเสนอญัตติไปแล้ว เรื่องเรือแท็กซี่ ซึ่งลาดกระบัง และกรุงเทพตะวันออก มีคลองมากมาย ต่อให้คุณตัดถนนเยอะแยะขนาดไหนก็แล้วแต่ ถ้าไม่เพิ่มการสัญจรทางอื่น เช่น เรือไฟฟ้า รถก็ติดอยู่ดี
อีกหนึ่งประเด็นคือ อยากขับเคลื่อนในสมัยหน้าถ้าเป็นไปได้ คือการเชื่อมต่อ 2 สนามบิน คือ สุวรรณภูมิ กับดอนเมือง เพราะปัจจุบันจากสุวรรณภูมิจะไปดอนเมือง ต้องผ่านแอร์พอร์ตลิงก์ เข้าไปในเมืองก่อน จึงเพิ่มความแออัดในเขตพญาไทและเขตอื่นๆ ซึ่งตรงนี้เราสามารถใช้ทางเลี่ยง ใช้แทรม (Tram-รถราง) ซึ่งผลิตโดยคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ เชื่อมต่อจากแอร์พอร์ตลิงก์ไปยังสายสีชมพู ตรงมีนบุรี ระยะทางแค่ 10 กม.เท่านั้น ตรงนี้ก็สามารถกระจายประชากรให้ไม่ต้องเข้าไปกระจุกในเมืองอีกรอบ และผมยังมีไอเดียอื่นๆ อีกมากมาย” ส.ก.ลาดกระบังคนปัจุบัน ที่อาสาดูแลชาวลาดกระบังอีกสมัย เล่ายาว
‘จอห์นมา ปัญหาหมด’ สโลแกนตลอดกาล
ไม่กดดัน น้อมรับคำตัดสิน
ปิดท้ายที่สโลแกนประจำตัวที่ฮิตติดหูอย่าง ‘จอห์นมา ปัญหาหมด’ ซึ่ง ดร. จอห์นเผยว่า จะใช้มอตโตนี้ชั่วกาลนาน ด้วยเหตุผลทางใจ
“ผมจะใช้คำนี้ตลอดไป เพราะได้รับเกียรติจากพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ที่มอบให้ผม ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเป็น ส.ก.เสียอีก ประชาชนเห็นว่าผมทำงานเร็ว เข้าถึงพื้นที่ และแก้ไขปัญหาของเขาที่เรื้อรังมานาน อันไหนที่ดูแล้วไม่น่าเป็นไปได้ ก็เป็นไปได้ เขาเลยตั้งสโลแกนนี้ให้ ซึ่งผมชอบมาก
สโลแกนนี้ ใช้มากว่า 10 ปีแล้ว เคยขึ้นอันดับ 1 แฮชแท็กในเฟซบุ๊กตอนเลือกตั้งปี’65 ซึ่งผมได้รับความไว้วางใจโดยได้คะแนนอันดับ 1 คือ 51% จากผู้มาใช้สิทธิราว 69 เปอร์เซ็นต์”
เรซูเม่มาดีขนาดนี้ ไม่ถามไม่ได้ว่า กดดันหรือไม่ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ตามไทม์ไลน์ที่ กกต.ประกาศ
“ไม่กดดันนะ ผมทำสุดความสามารถ ถ้าประชาชนไม่ไว้วางใจให้มาเป็นตัวแทนของเขา ก็ต้องยอมรับในคำตัดสิน ถือว่าเราทำเต็มที่ แม้ในวันที่ครบวาระ 21 พฤษภาคม ผมก็จะปฏิบัติหน้าที่จนนาทีสุดท้าย”
คือคำในใจแกนนำ Better Bangkok ที่เหลือรอชาวกรุงพิพากษา 28 มิถุนา เป็นอันได้รู้
พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

