หน้าแรก ประชาชื่น ขุด แคะ แกะ เ...

ขุด แคะ แกะ เกา Hack งบ’70 จับพิรุธงบ กทม. เพราะทุกบาทคือภาษี

13.08.26 | 12:37 น.

หลังจากสภากรุงเทพมหานคร มีประธานหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์แล้ว


นี่ยังเป็นครั้งแรกของการจัดกิจกรรม ‘Hack งบ กทม.70’ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเรียนรู้การอ่านและวิเคราะห์งบประมาณรายจ่ายประจำปีของกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2570 วงเงิน 93,918.92 ล้านบาท พร้อมชวนตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐด้วยตนเอง ผ่านกิจกรรมเข้มข้นภายใน 1 วัน

8 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ชั้น 1 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) สภา กทม. ร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จัดงานดังกล่าว ตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ภายในงานมีนิทรรศการแสดงข้อมูลการจัดสรรงบประมาณของแต่ละเขตและสำนัก พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเขียนข้อเสนอแนะผ่านโพสต์-อิท เพื่อนำเสนอปัญหาและสิ่งที่ต้องการให้ กทม.ปรับปรุง

Advertisement
ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภา กทม. รับว่างานนี้ได้ข้อมูลที่ ‘คิดไม่ถึง’

10.30 น. ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภา กทม. พร้อมด้วย วิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก ตัวแทน ส.ก.กลุ่มคนทำงาน,สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ตัวแทน ส.ก.กลุ่มอิสระ และ เมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก.เขตปทุมวัน ร่วมกล่าวเปิดงาน

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สภา กทม. เปิดให้ ‘ประชาชน’ จับผิด ปักหมุดโปร่งใส เชื่อ ‘มาถูกทาง’

ภัทราภรณ์เผยว่า มีความตั้งใจจริงที่จะทำให้สภานี้เป็นสภาที่โปร่งใสพี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และความสำคัญของงานครั้งนี้คือ การปักหมุดหมายใหม่ของสภา กทม.

“งานนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จัดโดยสภากรุงเทพมหานคร สิ่งที่ตรวจสอบและช่วยกันแคะ แกะ เกากันในวันนี้ จะถูกนำไปใช้ในการพิจารณางบของสภากรุงเทพมหานคร และห้องพิจารณางบประมาณในปีนี้ ก็จะเป็นปีแรกหลังจากที่ต่อสู้กันมาหลาย ให้มีการไลฟ์สดในห้องพิจารณางบ

ท่านจะได้เห็นสิ่งที่ท่านช่วยกันขุดในวันนี้ ไปอยู่ในการตรวจสอบจริงๆ โดยเพื่อนๆ ส.ก.ของพวกเราเองทั้ง 50 เขต 50 คน สําคัญมากๆ” ภัทราภรณ์ ซึ่งควักกระเป๋านำทุนทรัพย์ส่วนตัวมาจัดงานกล่าว

ส.ก.พรรคประชาชนให้คำแนะนำในการตรวจสอบงบประมาณ

ด้าน วิพุธ ส.ก.เขตบางรัก กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหนึ่งในภารกิจที่สําคัญของสภา กทม. เพราะเรามักจะพูดมาตลอดว่าเราอยากจะสื่อสาร อยากจะทำอย่างไรก็ตามให้คำว่า ‘งบประมาณ’ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเข้าถึงมันได้มากขึ้นใกล้ชิดมันได้มากขึ้น

“บางครั้งถ้าเราพูดกันผ่านตัวภาพข่าว เห็นว่างบประมาณก็เป็นตัวเลขชุดหนึ่ง ปีหนึ่งผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่ในความเป็นจริงแล้วงบประมาณเหล่านี้ เป็นหัวใจสำคัญที่สภา กทม.อยากจะแปลตัวเลขเหล่านี้ออกมาเป็นผลลัพธ์ ที่ทําให้ประชาชนทุกท่านจับต้องได้ รู้สึกได้ว่าชีวิตเขามีความเปลี่ยนแปลงไป” วิพุธกล่าว ก่อนเผยต่อไปว่า คิดว่าเรากำลังเดินมาถูกทาง และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เชื่อว่าการทำงานของสภา กทม. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่นของ กทม.นั้น มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการได้ทำงานกับฝ่ายบริหารที่เก่งและมีประสิทธิภาพ มันจะเป็นระบบเช็กแอนด์บาลานซ์ที่จะเกื้อกูลกัน

“ยิ่งฝ่ายบริหารเก่งเท่าไหร่ ในขณะเดียวกัน สภา กทม.ในฐานะฝ่ายตรวจสอบยิ่งมีความเข้มแข็ง ทํางานแบบมีมาตรฐาน โปร่งใส มันจะยิ่งทําให้ประสิทธิภาพในการตรวจสอบของ กทม.ดีขึ้นมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

งบประมาณเหล่านี้เกี่ยวกับชีวิตเราตั้งแต่เราเกิด โต แก่ จนถึงจากโลกใบนี้ไป ตั้งแต่ที่ท่านเดินออกจากบ้าน กําลังจะไปโรงเรียน ไปทํางาน เรื่องเหล่านี้มันเกิดจากการจัดสรรงบประมาณของ กทม.และการตรวจสอบงบประมาณของสภา กทม.

หมายความว่าเรามีเค้กอยู่ก้อนหนึ่ง เราจะทําอย่างไรให้เค้กเหล่านี้มันถูกแบ่งได้อย่างตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม

ฉะนั้น ผมว่ามันคือหัวใจสําคัญ เวทีในวันนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอยากจะเห็นประชาชนทุกๆ ท่านใช้วิธีตรงนี้ในการออกแบบไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะต่างๆ กันได้ทั้งวัน ใช้เวทีนี้ได้อย่างเต็มที่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าถ้ามีอะไรที่อยากจะให้ กทม.รับใช้ หรืออะไรก็ตาม อยากจะฟังฟีดแบ๊กจากพี่น้องประชาชน” วิพุธทิ้งท้าย

9.3 หมื่นล้าน ไม่ใช่แค่ตัวเลขในเอกสาร
‘มันคือคุณภาพชีวิต’

สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา พูดคุยกับชาวกรุง ย้ำทุกบาทคือภาษี

ด้าน สุรจิตต์ หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง กล่าวว่า บางท่านอาจจะคิดว่างบประมาณเป็นเอกสาร มันเป็นเรื่องน่าเบื่อ มันไม่ใช่เรื่องของฉัน มันเป็นเรื่องของนักการเมืองท่านเปิดประตูออกจากบ้าน ท่านเจอถนนที่น้ำท่วม เจอไฟที่ไม่สว่าง ไปโรงเรียนก็ไม่ปลอดภัย รถสาธารณะก็ไม่มี มันคือคุณภาพชีวิต

“มันคือสิ่งที่เราจะต้องติดตามและตรวจสอบ เพราะทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณ 93,000 ล้านเป็นเงินของพวกท่าน เป็นภาษีของประชาชน

การใช้จ่ายงบประมาณ การดูงบประมาณ การตรวจสอบงบประมาณคุ้มค่าหรือไม่ งบประมาณที่ใช้จ่ายเยอะๆ โครงการระดับหมื่นล้าน ไม่ได้แปลว่าคุณภาพชีวิตของพวกท่านจะดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คุ้มค่า

สำหรับผม หลักการในการทำงานมีอยู่ 3 อย่าง 1.ผลักดัน 2.ตรวจสอบ 3.ติดตาม วนกันไป-วนกันมาได้ 3 สิ่งนี้เป็นเหมือนวัฏจักรวงกลม 1 ผลักดันให้เกิดขึ้นจริง คือเราฟังเสียงจากประชาชนฟังเสียงจากพ่อแม่พี่น้องทุกท่าน หน้าที่ของนักการเมือง หน้าที่ตัวแทนประชาชนที่ดีคือเอาปัญหาเหล่านี้มาถกมาพูดมาอภิปรายมาตั้งกระทู้ถามถึงฝ่ายบริหาร ให้ฝ่ายบริหารรับทราบว่าสิ่งเหล่านี้คือปัญหา เป็นปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ท่านต้องรีบดําเนินการแก้ไข” สุรจิตต์ชี้ ก่อนกล่าวต่อไปว่า หลังจากการผลักดันเสร็จเราต้องติดตาม หลังจากที่เอาปัญหาไปพูดในสภา พูดให้ทางฝ่ายบริหารทราบ ต้องมีการติดตามให้ถึงที่สุด

“พอติดตามถึงที่สุดก็จะมีตามมาคือหนึ่งโครงการได้รับการอนุมัติหรือไม่ Yes หรือ No ถ้า No ก็ต้องดูว่าทําไมฝ่ายบริหารถึงไม่บรรจุเรื่องนี้เข้าไป หรือไม่แก้ไขปัญหา ไม่บรรเทาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ถ้า Yes เราก็ต้องดูต่อโครงการเป็นอย่างไร งบประมาณเท่าไหร่ ตอบโจทย์หรือไม่ นี่คือการติดตามให้ถึงที่สุด

ทุกบาททุกสตางค์ของโครงการ 93,000 ล้าน คือเงินภาษีของพวกท่าน คือหยาดเหงื่อ คือความเหนื่อยล้า เพราะฉะนั้นทุกโครงการจะต้องผลักดันติดตามตรวจสอบให้คุ้มค่าที่สุด เมืองที่ดี คือเมืองที่รับฟังเสียงของประชาชน คือเมืองที่สามารถตรวจสอบโครงการได้ทุกโครงการ” ดร.จอห์นย้ำ

ขณะที่ เมธาวี ส.ก.เขตปทุมวัน กล่าวว่า อยู่กับสภา กทม.มาตั้งแต่งบประมาณกว่า 40,000 ล้าน ก็อยากฝากด้วย เนื่องจากอยู่มาหลายสมัย มีความรู้สึกว่าคนกรุงเทพมหานครจริงๆ อาจยังไม่มีความใส่ใจสภา กทม.มากนัก

“เราอยากจะขอฝากพี่ๆ น้องๆ ทุกๆ ท่านที่มาในวันนี้ ที่ท่านให้ความสนใจ แต่อยากให้ท่านบอกเพื่อนๆ ที่ยังไม่เข้าใจตรงนี้ ให้ทุกคนเข้าใจ อย่างน้อยรู้บ้างก็ยังดี ไม่ต้องรู้ทั้ง 50 เขต รู้เฉพาะเขตที่เราอยู่ก็ได้ ว่างบประมาณนี้คุ้มค่าหรือไม่ ผู้บริหารเอาไปใช้ ใช้ถูกทิศ ถูกทางหรือไม่” เมธาวีกล่าว

ชาวกรุงวอนเบรก ‘เวนคืนไม่เป็นธรรม’
ร่ายหลากปัญหาคาใจ ขอบคุณเวทีแห่งความหวัง

ลงทะเบียนแล้วรับทันที เข็มกลัดที่ระลึก #แฮกงบกทม.70

สำหรับบรรยากาศ มีการแบ่งกลุ่ม Hack งบ กทม.70 ตามประเด็นที่สนใจ รวม 12 กลุ่ม ได้แก่ กรุงเทพกลาง, กรุงเทพใต้, กรุงเทพเหนือ, กรุงเทพตะวันออก, กรุงธนเหนือ, กรุงธนใต้, และสำนักต่างๆ อีก 6 สำนัก ผู้เข้าร่วมได้นำเสนอข้อมูลที่ร่วมกันวิเคราะห์บนเวที ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

ในตอนหนึ่งประชาชนหญิงรายหนึ่งกล่าวว่า ขอบคุณเวทีในวันนี้ รวมถึงประธานสภากรุงเทพมหานครคนใหม่ เวทีนี้ถือเป็นความหวังของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ไม่เป็นธรรมและปัญหาการทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามดำเนินการ ติดตามร้องเรียนในทุกระดับ

“เราหวังว่าท่านจะมาหยุดโครงการเวนคืนของเรา ต่อให้บ้านหลังไหนหายไป แต่บ้านหลังถัดไป มันต้องไม่มี เขาจะต้องอยู่ในบ้าน ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกคนเร่ร่อน หรือเอาคนออกจากบ้าน

ถนนยกระดับที่ข้ามพระราม 2 โครงการพระราม 2 ยังไม่หยุด ยังมีโครงการยกระดับข้ามพระราม 2 และโครงการนี้มีวงเงินประมาณ 18,000 ล้านบาท เมื่อ 20 ปีก่อน และปัจจุบันก็ยังอยู่ที่ 18,000 ล้านบาท
แต่งบก่อสร้าง 8,000 ล้านบาท มาเบียดค่าเวนคืนของพวกเรา เหลือ 10,000 ล้านบาท

ซึ่งเมื่อก่อนงบ 10,000 ล้านบาทอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท ทำให้งบเวนคืนอยู่ที่ 13,000 ล้านบาท บ้านเราในอดีตราคาสูงกว่าปัจจุบัน เป็นไปได้อย่างไร แล้วอย่างนี้ราคาเวนคืนบ้านเหลือแค่ 50% ของราคาตลาด แล้วจะไปซื้อบ้านที่ไหน

คนท้องถิ่นต่อให้เร่ร่อน พวกหนูก็ต้องหาข้าว หาอาหารให้เขา แล้วเราจะมีคนเร่ร่อนอยู่ข้างถนนที่เป็นถนนลอยฟ้า แล้วปกติเป็นที่ของหมาแต่อนาคต มันจะเป็นที่ของคน ของพวกเรา ที่เราจะต้องไปหาอาหารให้เขา มันใช่ไหม กับถนนที่ลอยฟ้าห่างจากวงแหวนรอบนอก เพียงแค่สองกิโลฯ

บ้านห่างจากวงแหวนรอบนอก แค่ 2 กิโลเมตร มันสะดวกสบาย คุณจะติดเครื่องบินเทอร์โบ แล้วรีบไปไหน ถ้าอย่างนั้นจะบอกเลย คุณย้ายบ้าน คุณอยากไปพระราม 9 ให้คุณไปซื้อบ้านใหม่ แต่เราจะอยู่ที่นี่” ประชาชนหญิงคนเดิมร่ายยาวถึงความในใจ

ปิดจบงาน ได้ข้อมูล ‘คิดไม่ถึง’ ถกปริศนา BOQ

หลังจากนั้น ภัทราภรณ์ ประธานสภา กทม. กล่าวปิดงานว่า วันนี้ได้รับข้อมูลจากที่พี่น้องประชาชนแปลงร่างเป็นนักขุด แปลงร่างเป็น ส.ก. เราได้รับข้อมูลที่ เราเองเป็น ส.ก.มาหนึ่งสมัย และเราก็ยังคิดไม่ถึง เช่น ตัวงบประมาณเล่มงบประมาณที่มีทั้งหมด 2 เล่ม อ่านยากมาก พี่น้องประชาชนหลายท่านเปิดไป อย่างไรก็ไม่เข้าใจ เขียนว่าปรับปรุงถนนมีการทำท่อ แต่ไม่รู้ว่าทำเพราะอะไร หรือจริงๆ แล้วหน้าตาถนน อันนี้เป็นอย่างไร หากมีคิวอาร์โค้ดขึ้นมาให้เราสแกน และเป็นสไลด์ขึ้นมา พี่น้องประชาชนจะเข้าใจมากขึ้น

ตัวเล่มที่จัดทำมา เคยซ่อมถนนเส้นนี้หรือฟุตปาธบริเวณนี้เมื่อไหร่ กี่ครั้ง และปัจจุบันกลับมาซ่อมแซมอีกหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ยังไม่ตอบคำถามได้มากนัก ตัวงบประมาณกลับทำให้ต้องไปนั่งค้นข้อมูล แทนที่จะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นอีกมุมหนึ่งที่ตนก็ไม่เคยคิดมาก่อน จนวันนี้มีพี่น้องประชาชนหลายท่านจากทั้งหมด 12 กลุ่ม พูดถึงประเด็นนี้เช่นเดียวกัน ทั้งเรื่องตัวเอกสารและตัวเลขที่ไม่ตรงกันระหว่างเล่มเขียวและเล่มม่วง ซึ่งจริงๆ แล้วเราเจอปัญหานี้มาหลายครั้ง เจอทุกปี และปีนี้ก็ยังเจออยู่

“แต่ละเขตไม่มีการแชร์ข้อมูลกันต่างคนต่างซื้อ ดังนั้นว่าเป็นการซื้อแยกเขต ราคาจะสูงกว่าแบบเหมารวม ซึ่งต้องตั้งคําถามกลับไปว่าสเปกที่ต่างกันไม่กี่เซนต์ไม่กี่เมตร มันจําเป็นที่จะต้องต่างกันหรือไม่ และมีคําถามจากพี่น้องประชาชนว่า ค่าซ่อมแซมต่างๆ ที่อยู่ในสํานักงานเขตงบเหลือจ่าย และงบกลาง งบชุมชนเข้มแข็ง 2 แสนบาท ที่จะมีการจัดซื้อจัดจ้างโดยที่สภาอนุมัติไปเป็นเลขกลมๆ จะมีการตรวจสอบกันอย่างไร อันนี้จะนําไปสู่การแก้ข้อบัญญัติได้ เพื่อที่จะให้ตรงนี้ รายงานต่อสภา” ภัทราภรณ์กล่าว

จากนั้นอธิบายเพิ่มเติมว่า มาตรฐาน BOQ (ใบแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่ายในงานก่อสร้าง) ของแต่ละโครงการของสำนักการระบายน้ำยังมีราคาไม่เท่ากัน ขณะที่การจัดกิจกรรมเดิมๆ ในแต่ละเขต กลับมีการจัดซื้อของใหม่ทุกปี ซึ่งจริงๆ แล้วประเด็นนี้เราก็ไม่เคยตั้งคำถามเช่นกันว่า กิจกรรมทำบุญหรือกิจกรรมต่างๆ จำเป็นต้องจัดซื้อของใหม่ทุกปีหรือไม่

“ดีใจมากสำหรับวันนี้ที่ทุกท่านมาช่วยกันลงแรง และมาร่วมเรียนรู้ไปกับพวกเรา ส.ก. ขณะเดียวกัน ในฐานะ ส.ก. เราเองก็ได้เรียนรู้จากพี่น้องประชาชนที่สละเวลามาร่วมขุดงบประมาณไปพร้อมกับพวกเราเช่นเดียวกัน และรู้สึกว่ายิ่งจัดกิจกรรมในแต่ละปี พี่น้องประชาชนก็เข้าใจงบประมาณมากขึ้น มีคำถามที่ลึกซึ้งมากขึ้น จนเราเองก็ได้เรียนรู้จากทุกท่านเช่นเดียวกัน

อันนี้ก็กลับมาในสิ่งที่เราตั้งเป็นเป้าหมายว่าเราจัดงานแฮกไปทำไม คือ การที่เราจะทำสภาให้โปร่งใสและทำกรุงเทพมหานครให้โปร่งใส รายการทุจริต สิ่งที่ยากเย็นที่สุดคือการติดอาวุธให้กับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจงบประมาณร่วมกันไปกับเรา” ภัทราภรณ์กล่าว ก่อนทิ้งท้ายว่า

ถ้าวันใดที่ท่านเข้าใจงบประมาณที่จะลงไปที่หน้าบ้านของท่าน ทุกบาททุกสตางค์จริงๆ วันนั้นกรุงเทพมหานครจะต้องโปร่งใสอย่างแน่นอน

พรหมพร เจริญกิจชัชวาล