แท็งก์ความคิด : อ่านเขมร-ไทย
ฟังเรื่องไทย-กัมพูชาแล้วไม่เข้าใจในความร้าวฉานในปัจจุบัน
แทนที่จะสมัครสมานสามัคคีเพื่อทำให้ภูมิภาคอาเซียนมีพลัง กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่ภูมิภาคอื่นพร้อมบุกเจาะ
กัมพูชาเองก็สถานการณ์ไม่ดีนัก เพราะการปิดด่านส่งผลต่อประชาชนกัมพูชา
การปิดด่านก็ใช่ว่าจะส่งผลดีต่อประชาชนชายแดนชาวไทยเช่นกัน
ที่สำคัญคือยิ่งอยู่ห่างไกล ไม่ใกล้ชิด สุดท้ายความเกลียดชังก็จะซึมลึกในภาคประชาชน
กลายเป็นประชาชนเกลียดประชาชน
ความจริงแล้วความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชามีประวัติศาสตร์ที่มีการศึกษา
ผลจากการศึกษาได้สะท้อนแง่มุมต่างๆ ในแต่ละยุคสมัยออกมา
และยังมีผู้ศึกษาหลายคนที่ค้นพบมุมมองความสัมพันธ์ของ 2 ชาติ
สำนักพิมพ์มติชนคงอยากให้คนไทยได้ใช้เวลาที่ 2 ประเทศอยู่ระหว่างการเผชิญหน้า
หาเวลาศึกษาประวัติศาตร์ของกัมพูชา และความสัมพันธ์กับไทย
คราครั้งนี้จึงนำเสนอหนังสือ 3 เล่มเกี่ยวกับกัมพูชากับไทยโดยเฉพาะ
เล่มหนึ่ง คือ “ประวัติศาสตร์กัมพูชา” เขียนโดย David Chandler และมีคณะผู้แปลหลายท่าน
ประกอบด้วย พรรณงาม เงาธรรมสาร สดใส ขันติวรพงศ์ วงเดือน นาราสัจจ์ และ สฎฐภูมิ บุญมา
เล่มสอง คือ “เพราะขัดแย้ง จึงเป็นประวัติศาสตร์ ไทย-กัมพูชา กับความสัมพันธ์หวานปนขม” เขียนโดย ธิบดี บัวคำศรี
เล่มสาม คือ “ชาติที่รัก ไทย-กัมพูชา กับเส้นสมมติ” เขียนโดย พวงทอง ภวัครพันธุ์
หนังสือเล่มแรกว่ากันถึงประวัติศาสตร์กัมพูชาล้วนๆ พิมพ์มาแล้ว 4 ครั้ง
ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 การันตีว่าข้อมูลน่าเชื่อถือมากมาย
ประวัติศาสตร์กัมพูชาภายในเล่ม เริ่มต้นด้วยการค้นหาว่าคนไปอยู่ในดินแดนกัมพูชากันเมื่อไหร่
ไล่เรียงลำดับจนมาถึงกัมพูชายุคคริสต์ศตวรรษที่ 21
เรียกได้ว่าหนังสือเล่มแรกนี้ได้ซึมซาบประวัติศาสตร์ของกัมพูชากันเต็มๆ
ส่วนหนังสือเล่มที่สอง และสามพุ่งเป้าไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทย
หนังสือเล่มที่สอง เป็นหนังสืออีกเล่มที่เอ่ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา
เป็นอีกมุมมองที่อาจารย์ธิบดี ซึ่งมีส่วนในงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ได้นำเสนอ
งานวิจัยที่เป็นของอาจารย์ธิบดีคือ “100 ปี ของความสัมพันธ์กัมพูชา-ไทย ค.ศ.1907-2006”
จากงานวิจัยชิ้นนั้นได้เป็นฐานของหนังสือเล่มที่สองนี่แหละ
ส่วนหนังสือเล่มที่สาม เป็นงานวิจัยของอาจารย์พวงทอง
ประกอบด้วยงานวิจัย 3 ชิ้น ที่หยิบยกมานำเสนอไว้อย่างอ่านสนุกและเข้าใจง่าย
วิจัยชิ้นแรก เกี่ยวกับการทำสงครามที่สยามบุกโจมตีรัฐลาวและกัมพูชา
เดิมทีมีการตีความว่า สยามไปตีลาวและเขมร เพื่อบรรลุสถานะ “จักรวาทิน”
แต่สำหรับอาจารย์พวงทองแล้วมีมุมมองที่แตกต่าง
วิจัยชิ้นที่สอง เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเขมรแดง
และ วิจัยชิ้นที่สาม เป็นผลจากความขัดแย้งกรณีปราสาทพระวิหารระหว่าง พ.ศ.2551-2556 เมื่อกัมพูชาต้องการนำโบราณสถานแห่งนี้ไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก
ใครที่เคยอ่านหนังสือซึ่งเรียบเรียงจากงานวิจัยภายใต้การดูแลของสำนักพิมพ์มติชนแล้วน่าจะคุ้นเคย
เคยคุ้นว่าแม้จะเป็นงานวิจัย แต่เนื้อหาที่นำเสนอยังคงเข้าใจง่ายและสนุก
กลับมายังสถานการณ์ปัจจุบัน
การไม่สัมพันธ์กันของ 2 ชาติ จนหวาดระแวงกันว่าจะรบกันอีกในไม่ช้า
ส่งผลให้โอกาสร่วมพัฒนาหดหายไปในพริบตา
แต่ไม่ว่าเราจะเป็นมิตรหรือไม่เป็นมิตรกับกัมพูชา สิ่งที่ควรจะทำในห้วงนี้ คือ หาข้อมูล
หากมีโอกาสได้ศึกษากัมพูชาในมุมมองต่างๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคน
โอกาสที่สำนักพิมพ์มติชนทำหนังสือ 3 เล่ม เป็นหนังสือชุดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์กัมพูชา และความสัมพันธ์กัมพูชากับไทย
จึงนำเรื่องราวมาบอกเล่า เผื่อผู้ใดสนใจนำไปอ่าน
อ่านเป็นบางเล่มก็ได้ อ่านทั้งสามเล่มเลยก็ดี
อ่านจบแล้วอาจได้ไอเดียกับสถานการณ์ไทยและกัมพูชาในปัจจุบัน
เผื่อจะเห็นช่องทางอันนำไปสู่สันติภาพที่ขณะนี้ยังริบหรี่และเลือนราง
นฤตย์ เสกธีระ



