หน้าแรก ประชาชื่น งานวิจัยต้องไ...

งานวิจัยต้องไม่อยู่แค่บนหิ้ง อว.ส่งมอบ‘นวัตกรรม’น้ำสะอาด แม่แบบระบบผลิตประปาหมู่บ้าน กำจัดสารหนูลุ่มน้ำกก

11.09.26 | 12:20 น.

ากสภาพน้ำที่เคยใสจนเห็นพื้นน้ำ วันนี้แม่น้ำกกกลับเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะฤดูฝนหรือฤดูแล้ง น้ำยังคงขุ่นมัวจนแทบมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างล่าง ยิ่งกระแสข่าวเรื่องการปนเปื้อนถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงทำให้เกิดคำถามว่าสารปนเปื้อนนี้มาจากไหน และเมื่อไหร่จะได้รับการแก้ไข แต่ยังกลายเป็นความหวาดระแวงของชาวบ้าน ที่ไม่กล้าใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเหมือนเคย หนึ่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ คือ เชียงราย เพราะชุมชนต้องพึ่งพาแม่น้ำกกเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภคจำนวนมาก 


เพื่อให้ประชาชนยังสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดและปลอดภัยได้ หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานวิจัยจึงเร่งนำ ‘วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม’ เข้ามารับมือ

29 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ ศาลาประชาคมเมืองริม ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) หรือ สซ. เดินหน้าต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานส่งมอบแม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนู เพื่อการอุปโภคและบริโภค 

เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการติดตั้งระบบกรองน้ำ แต่คือการนำงานวิจัยออกจากห้องทดลองมาสู่พื้นที่จริง ให้ท้องถิ่นและชุมชนสามารถนำไปใช้ดูแลคุณภาพน้ำและรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ

Advertisement
น้ำจากแม่น้ำกก ก่อนผ่านระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ นวัตกรรมจาก อว.

ฝนก็ขุ่น แล้งก็ขุ่น ชุมชนผวาสารพิษ ‘ไม่มีใครกล้าใช้น้ำกก’

ธวัชชัย มนตรีกุล ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ตำบลแม่น้ำยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เผยว่า ชาวบ้านรับรู้เรื่องสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกกจากข่าวสารที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ขณะที่สิ่งที่เห็นได้ด้วยตาตัวเองคือสภาพน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต

“ลำน้ำกกจากอดีตถึงปัจจุบัน สภาพน้ำกกไม่เหมือนกัน จากเมื่อก่อนช่วงหน้าแล้ง น้ำค่อนข้างจะใสมาก จะเห็นจากระดับน้ำทั่วไปถึงประมาณเข่าจะเห็นพื้นน้ำ แต่ตอนนี้น้ำกก ไม่ว่าจะช่วงฤดูไหน ไม่ว่าจะเป็นฝนหรือแล้ง น้ำจะขุ่นตลอด ประกอบกับข่าวสารที่ว่ามีสารพิษ เพราะฉะนั้นตอนนี้น้ำกกชาวบ้านก็ไม่กล้าลง ไม่กล้าใช้ พืชผักสวนครัวที่ปลูกริมน้ำ ก็ไม่มีใครกล้าบริโภค” ผู้ใหญ่ธวัชชัยเล่า  

หลังจากที่ชาวบ้านรับรู้ถึงปัญหาหลายคนเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีการใช้น้ำ ซึ่งส่วนใหญ่น้ำอุปโภคจะขอจากเทศบาล ส่วนน้ำดื่มและน้ำสำหรับบริโภคจะเลือกซื้อจากภายนอก ทำให้บางครัวเรือนเกิดรายจ่ายเพิ่มขึ้น ช่วงที่ผ่านมา ทางท้องถิ่นพยายามประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน ก็เข้าร่วมหลายเวทีเพื่อให้ข้อมูลและติดตามสถานการณ์สารพิษตกค้างในแม่น้ำกก

“หลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ เราก็ไปทุกเวทีที่มีการพูดคุยและเก็บข้อมูลเรื่องสารพิษตกค้างในแม่น้ำกก แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขใดๆ

นอกจาก สวทช.ที่เข้ามาดูแลแก้ไขเรื่องสารพิษ ที่ผ่านมาได้พูดคุยในหลายเวที มีทั้งจังหวัด คือทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำลังคุยและกำลังผลักดันเรื่องให้สื่อสารกับประเทศเพื่อนบ้าน

บางพื้นที่อย่างแม่อาย ผู้นำหมู่บ้านมีเพื่อนอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เขาก็คุยกัน พยายามหารือกันว่า จะหาวิธีไหนให้ลดหรือหยุดการปล่อยสารพิษลงน้ำ อย่างไรก็ตาม การพูดคุยส่วนใหญ่ยังเป็นการประสานงานในระดับคนรอบนอก ไม่ใช่การพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง” ธวัชชัยเผย 

งานวิจัยที่ไม่อยู่แค่บนหิ้ง ตอบโจทย์ประเทศ ขยายโอกาสเข้าถึงนวัตกรรม

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลาย การรับมือในพื้นที่ยังต้องเดินหน้าต่อไป ขณะที่ภาครัฐอย่างกระทรวง อว. มีภารกิจสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ไปตอบโจทย์ปัญหาของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมุ่งให้งานวิจัยไม่อยู่บนหิ้ง แต่ต้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำซึ่งเป็นปัจจัย
พื้นฐานของการดำรงชีวิต 

ส่งมอบแม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน สำหรับกำจัดสารหนู แก่ชุมชนริมน้ำกก จังหวัดเชียงราย

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน เผยว่า นโยบายของกระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการทำวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศและกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม และขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับแนวทางการผลักดัน สวทช.ให้เป็นเครื่องยนต์วิจัยของประเทศ ที่นำโจทย์จริงมาแปรเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมเพื่อประชาชน

สำหรับเรื่องน้ำเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน การส่งมอบแม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนูในพื้นที่ลุ่มน้ำกก จึงสะท้อนบทบาทของกระทรวง อว. ในการเชื่อมโยงนโยบาย งานวิจัย และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม จากโจทย์ปัญหาของชุมชน สู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทจริง และส่งต่อให้หน่วยงานท้องถิ่นนำไปใช้ดูแลประชาชน 

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ นำทีมชนแก้วน้ำดื่มสะอาดหลังผ่านการกรอง

“เป้าหมายสำคัญคือการสร้างความมั่นคงด้านน้ำและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาด เพื่อให้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนไทย” รองนายกรัฐมนตรีและเจ้ากระทรวง อว.กล่าว

สวทช.จัดให้ ‘แม่แบบผลิตน้ำประปากำจัดสารหนู’ นำร่อง 700 ครัวเรือน

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำว่าเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่ต้องอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ภายใต้แผนงาน Pre-battle นวัตกรรมน้ำสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิต (A-QUALITY) สวทช.จึงมุ่งนำงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง ตั้งแต่การตรวจติดตามคุณภาพน้ำ การพัฒนาระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ ไปจนถึงการสร้างต้นแบบและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้หน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ดูแลคุณภาพน้ำและรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ได้

หนึ่งในผลงานที่ว่านี้คือแม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนู ที่พัฒนาโดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ที่มุ่งแก้โจทย์คุณภาพน้ำดิบในพื้นที่ลุ่มน้ำกก ทั้งปัญหาความขุ่น สารหนู และโลหะหนัก ซึ่งจะเลือกใช้ให้เหมาะสมแต่ละพื้นที่

นอกจากส่งมอบนวัตกรรม ยังเน้นย้ำการเสริมทักษะให้ชาวบ้าน ผลักดันวิสาหกิจชุมชน

ปัจจุบัน สวทช.ได้นำร่องการพัฒนาระบบในพื้นที่บ้านริมกก ตำบลแม่ยาว และบ้านเมืองงิม ตำบลริมกก จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมกว่า 700 ครัวเรือน เพื่อทำให้คุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านเข้าสู่มาตรฐานน้ำประปาของกรมอนามัย และยังมีผลงาน AquaNano เครื่องผลิตและกรองน้ำดื่มด้วยนาโนเทคโนโลยี ซึ่งพัฒนาระบบกรองที่สามารถจัดการสารปนเปื้อน รวมถึงโลหะหนัก และมีระบบติดตามคุณภาพน้ำ โดยล่าสุดได้ต่อยอดเป็นรถผลิตน้ำดื่มด้วยนาโนเทคโนโลยีสำหรับรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ สามารถผลิตน้ำสะอาดได้สูงสุด 250 ลิตรต่อชั่วโมง

นอกจาก สวทช. ยังมีสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นและภาคีเครือข่ายวิจัย พัฒนาวัสดุดูดซับสารหนูโดยใช้เรซินแลกเปลี่ยนไอออนลบที่ปรับเปลี่ยนพื้นผิวให้จำเพาะต่อการดักจับสารหนูและโลหะหนัก ก่อนนำความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและวิศวกรรมมาพัฒนาระบบบำบัดน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค โดยติดตั้งใช้งานจริงที่ประปาชุมชนบ้านฟาร์มสัมพันธกิจ หมู่ 6 ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบกรองน้ำแบบตกตะกอนเคมีเดิมของชุมชน ให้สามารถลดการปนเปื้อนของสารหนู พร้อมติดตั้งระบบ RO สำหรับผลิตน้ำดื่ม ช่วยให้ประชาชนกว่า 250 ครัวเรือนมีน้ำที่สะอาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังติดตั้งระบบกรองน้ำ
ให้โรงเรียนบ้านเหมืองแดง ตำบลแม่สาย เพื่อรองรับนักเรียนและบุคลากรกว่า 700 คน

อัพสกิลชาวบ้าน ผลักดันวิสาหกิจชุมชน แปลงร่าง ‘ถ่านแมคคาเดเมีย’ สู่ ‘นาโนไบโอชาร์’

กลับมาที่ท้องถิ่น รามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงแม่น้ำกกว่าเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ประชาชนในจังหวัดเชียงรายใช้ประโยชน์ ทั้งด้านการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการดำรงชีวิต สถานการณ์คุณภาพน้ำที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งความขุ่นและการพบการปนเปื้อนของโลหะหนัก ทำให้การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องอาศัยทั้งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างของการนำงานวิจัยมาตอบโจทย์ของท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม จากปัญหาคุณภาพน้ำในลำน้ำกก สู่การพัฒนาระบบประปาหมู่บ้าน และต่อยอดไปสู่การสร้างความสามารถของคนในพื้นที่ เพื่อทำให้ประชาชนมีน้ำที่ปลอดภัยและมีระบบบริหารจัดการน้ำที่สามารถพึ่งพาได้ในระยะยาว ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับชาวเชียงราย

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งในท้องถิ่นให้เป็นถ่านชีวภาพนาโนสร้างมูลค่าและขายได้จริงให้กับชุมชน ผ่านการเรียนรู้ที่ลงมือทำได้จริง ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การผลิต และการพัฒนาอย่างเป็นระบบ

ดร.ณัฏฐพร พิมพะ ผู้อำนวยการแผนงาน Pre battle นวัตกรรมน้ำสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิต (A-QUALITY) สวทช. เผยว่า จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดขึ้นหลังมหาอุทกภัยปี 2567 เมื่อชาวบ้านหันมาใช้น้ำบาดาลแทนน้ำจากแม่น้ำกก แต่กลับพบว่าน้ำที่สูบขึ้นมามีสีส้มและสีแดง หรือที่คนเหนือเรียกกันว่า ‘น้ำฮาก’ เพียงแค่จะซักผ้าขาวก็ยังซักไม่ได้ เนื่องจากปริมาณเหล็กที่สูง จึงนำข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพน้ำมาออกแบบระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่ พร้อมรับฟังความคิดเห็นของชุมชนว่าต้องการระบบในรูปแบบใด

“แนวคิดในการทำงานครั้งนี้ คือ ให้ชุมชนสามารถพัฒนาสารกรองได้เอง เนื่องจากสารกรองมีอายุการใช้งานประมาณ 2-3 ปี และจะต้องมีการเปลี่ยนใหม่เมื่อหมดอายุการใช้งาน ในโครงการนี้ เราให้ชุมชนนำถ่านที่พัฒนาขึ้นมาใช้ โดยในพื้นที่เชียงรายมีผลิตภัณฑ์แมคคาเดเมีย ซึ่งเมื่อรับประทานถั่วแล้วจะเหลือเปลือกกะลาแมคคาเดเมีย จึงนำวัสดุเหลือใช้เหล่านี้มาเผาเป็นถ่าน แล้วนำถ่านแมคคาเดเมียมาแปลงร่างให้เป็นนาโนไบโอชาร์สำหรับจัดการสารหนู ซึ่งพัฒนาโดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ

นอกจากนี้ เรามีการอัพสกิลผู้ดูแลระบบ มีข้อมูลคู่มือของการใช้งานระบบ เพื่อสอนงาน และมีเรื่องของวิธีการใช้งานการบํารุงรักษาหรือหากเกิดเหตุขัดข้องจะต้องดําเนินการอย่างไรในรูปแบบอย่างง่าย” ดร.ณัฏฐพรกล่าว 

นับเป็นก้าวสำคัญในการรับมือปัญหาคุณภาพน้ำ และอาจช่วยให้ชาวบ้านกลับมาใช้น้ำได้อย่างมั่นใจ แต่การฟื้นคืนความเชื่อมั่นให้กับสายน้ำกกอย่างยั่งยืน คงไม่ได้จบลงที่ระบบกรอง หากยังต้องรอการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุไปพร้อมกัน

พรหมพร เจริญกิจชัชวาล