ครูพาแม่วัย 83 สักการะพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ เผยยังทำใจไม่ได้ ทรงเป็นเจ้าฟ้าทรงงานเพื่อประชาชน
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 2
โดยสำนักพระราชวังเปิดให้เข้าถวายสักการะพระศพฯทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 21.00 น. แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา ช่วงที่ 1 เวลา 08.00-10.00 น. ช่วงที่ 2 เวลา 11.30-16.00 น. และช่วงที่ 3 เวลา 20.00-21.00 น. ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้แต่งกายด้วยชุดสุภาพไว้ทุกข์ สุภาพบุรุษงดสวมกางเกงยีนส์ สุภาพสตรี สวมกระโปรงหรือผ้านุ่งเท่านั้น โดยจุดคัดกรองจะปิดในเวลา 20.00 น.


นางสาวเสาวลักษณ์ ทองใบ อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางมาพร้อมมารดาวัย 83 ปี ที่ต้องใช้รถเข็นวีลแชร์ และหลานชายวัย 13 ปี เพื่อถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กล่าวทั้งน้ำตาว่า แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 17 วันนับตั้งแต่ทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ แต่ยังไม่อาจทำใจยอมรับกับความสูญเสียครั้งใหญ่ของคนไทยได้
นางสาวเสาวลักษณ์ กล่าวว่า เช้าวันนี้ได้เดินทางออกจากบ้านพักในจังหวัดสมุทรปราการด้วยรถยนต์ส่วนตัว เพื่อมาถวายสักการะพระศพด้วยความตั้งใจ โดยเมื่อมาถึงบริเวณจุดคัดกรองท้องสนามหลวง ได้รับประทานอาหารพระราชทาน ก่อนรอเข้าคิวบริเวณอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน เพื่อเข้าสู่พระที่นั่งพิมานรัตยา
“ตั้งใจมากราบถวายสักการะพระศพด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง เพราะทรงเป็นเจ้าฟ้าที่ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส หรือแม้แต่ผู้ต้องขัง พระองค์ทรงนำความรู้ด้านกฎหมายมาประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่รักและเคารพของประชาชนจำนวนมาก”

นางสาวเสาวลักษณ์ กล่าวด้วยว่า การสิ้นพระชนม์ของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของประเทศ เพราะพระองค์ทรงเป็นกำลังสำคัญในการแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน หากมีโอกาสก็จะเดินทางมาถวายสักการะพระศพอีกครั้ง
นอกจากนี้ ตนประกอบอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ตั้งใจจะสอดแทรกพระกรณียกิจของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ให้แก่นักเรียนอยู่ เพื่อให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ได้รับรู้ถึงพระวิริยะอุตสาหะและพระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเห็นว่าการปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและซาบซึ้งจากการเรียนรู้


ขณะที่ นางสาวปรียารัตน์ สิรมงคลกุล พร้อมคณะจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้ร่วมกันจัดเตรียมซูชิ อาหารว่าง และน้ำผลไม้ จำนวน 4,000 ชุด มาแจกจ่ายแก่ประชาชนบริเวณจุดคัดกรองท้องสนามหลวง ซึ่งเดินทางมาถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในงานพระศพครั้งนี้
ภายหลังจากการแจกจ่ายอาหารแล้ว ตนและคณะได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
นางสาวปรียารัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยร่วมเป็นจิตอาสาปฏิบัติงานลงสีองค์ประกอบพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เป็นเวลานานกว่า 6 เดือน รวมทั้งจัดโรงทานนำอาหารมาแจกจ่ายแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและตอบแทนคุณแผ่นดิน พร้อมยึดมั่นในการดำเนินชีวิตตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ด้วยการเป็นพลเมืองที่ดี ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ พัฒนาตนเอง และนำความรู้ความสามารถมาต่อยอดการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติต่อไป





